บทที่ 12 คนช่างแกล้ง
อินทิรัศม์อาบน้ำเสร็จ เวลาหนึ่งทุ่มก็ได้รับโทรศัพท์จากไอริส
"หวัดดีค่ะพี่รัศม์ คิดถึงจังค่ะ ตอนนี้ริสกับเจฟและสองลิงอยู่ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ค่ะ พี่ทานข้าวเย็นหรือยัง แดนเขาไปรับเลทหรือเปล่าคะ"
เสียงแจ่มใสของไอริส แม็คเคนซี่ ทักทายมาตามสาย ไอริสเป็นลูกสาวของเบอร์นาโด คอสต้า เจ้าพ่อแห่งกาสิโนแกรนด์คอสต้า อายุอ่อนกว่าอินทิรัศม์อยู่ 2 ปี เวลานี้มีตัวเล็กกับเจฟิโอด้วยกันสองคน อินทิรัศม์ไม่แน่ใจว่าเจ้าหนูเซนต์ นั้นกี่ขวบแล้วตอนนี้ เพราะลูกหลานแก๊งนี้มีหลายคน จำไม่หวาดไม่ไหว
"หวัดดีจ้ะริส จอร์แดนเขาไปรับเวลาปกติของเขานั่นแหละจ้ะ พี่เพิ่งลงมาจากเพนต์เฮาส์ คิดว่าเซนต์จะอยู่ที่นั่นกับพี่เลี้ยงซะอีก แต่ก็ไม่เห็น พี่มาถึงก็นอนยาวเลยจ้ะ ตื่นสามโมง จอร์แดนทำข้าวผัดทะเลให้ เป็นมื้อแรกและมื้อเดียวสำหรับวันนี้ ไม่แน่ใจว่าจะมีมื้อต่อไปหรือเปล่า"
อินทิรัศม์กล่าวเล่ายาวเหยียด
"ว้าว แดนน่ะเหรอคะ ทำข้าวผัดให้พี่รัศม์ ต้องมีบุญมากนะนั่นถึงจะได้กินฝีมือจอร์แดนเขา"
"เขาเททิ้งไปครึ่งค่อน สุดแสนเสียดายของ ดีนะที่พี่กินเกือบอิ่มแล้วตอนเขาเอาไปบริจาคให้ถังขยะน่ะ"
อินทิรัศม์เอ่ยอย่างอารมณ์ผ่อนคลาย เวลานี้กลับมาเป็นตัวเองและมีสติคิดได้ว่าคงจะต้องทำใจอย่างเดียวในเวลาสองเดือนนี้ ตอนจากกันเมื่อครู่ก่อนเขาก็อารมณ์โอเค มีความประพฤติเหมือนมนุษย์มนาทั่วไปแล้ว
อินทิรัศม์หน้าแดงปนขำกับอาการตอนที่เขาโดนตะคริวกินขา ที่เขาพูดว่ามันกินไอ้นั่นของเขาด้วย เขาบ้าจริงๆ พูดจาไม่มีการกรั่นกรองเอาเสียเลย อินทิรัศม์มองเห็นเด็กชายวัยสิบสามปีอยู่ภายใต้ท่าทางกร่างและเชื่อมั่นของชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน
"ฮะ! อะไรนะคะ เอาทิ้งถังขยะ! ทำไมคะ มันไม่อร่อยเหรอ" ไอริสถามเสียงหลง
"มันอร่อยมาก แต่พอดีเขาโมโหพี่มั้ง อารมณ์ไหนพี่ก็เดาทางเขาไม่ถูกหรอกจ้ะริส เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หงุดหงิดได้ทุกห้านาที"
อินทิรัศม์เอ่ยนินทาคนที่อยู่อีกห้อง หญิงสาวล้มตัวนอนกลิ้งบนเตียงนุ่ม นึกเสียดายผัดหน่อไม้ฝรั่งใส่กุ้งขึ้นมาอีกครั้ง
"เขาเป็นพวกมังกรพ่นไฟ อยู่ได้กับเจฟฟี่แหละ พ่นไฟใส่กันไม่มีใครยอมใคร ดีที่มีสเปนเซอร์คอยเป็นกรรมการและผู้ตัดสินให้ คุณพ่อคุณแม่ทั้งสี่จะไปเมืองไทยอีกสองวันนี้ค่ะ ไปเยี่ยมมะลิพี่อัศณ์และพี่ป้าน้าอาที่ปางผาหมอก อาแสนกับอาลินคงจะบอกพี่รัศม์แล้วใช่มั้ยคะ"
คุณพ่อคุณแม่ทั้งสี่ของไอริสหมายถึง เบอร์นาโด อมิยา คอสต้าของไอริส และสเตฟาน วีรตา แม็คเคนซี่ บิดามารดาของเจฟิโอ
"พี่ได้รับข้อความจากคุณแม่ตอนลงจากเครื่องแล้วจ้ะ เห็นว่าทางโน้นดีใจกันใหญ่ เตรียมอะไรต่ออะไรไว้รอต้อนรับเพียบ เพราะตั้งแต่งานแต่งของพี่เชย์กับพี่อิงก็ยังไม่ได้พบกัน"
อินทิรัศม์เอ่ย
"นี่ถ้าไม่ติดว่าเซนต์ยังเล็ก พวกท่านก็คงจะไปด้วยแน่ บ่นคิดถึงหลานแล้วค่ะทั้งที่ยังไม่ได้ไปเลย ยิ่งคราวนี้ไปแบบไม่มีกำหนดกลับแน่นอนด้วย"
ไอริสเอ่ย เด็กชายเซนต์ หรือ คอสต้า แม็คเคนซี่ ขวัญใจมหาชน เพราะเป็นหลานคนแรกของสองตระกูลและของแก๊งนี้
"พี่ก็อยากเห็นเด็กๆ มาก ขึ้นไปข้างบนกะว่าจะไปเซอร์ไพรส์หน่อย เจอแต่ดีน เออ พูดถึงเรื่องงาน พี่จะต้องประสานงานกับจอร์แดนจริงๆ เหรอ ขอเป็น อืม...คนอื่นได้มั้ย"
อินทิรัศม์เอ่ยถามในตอนท้าย รู้ว่าแคลร์เป็นแบ็กอัปให้อยู่แล้ว แต่คนที่อินทิรัศม์จะต้องประสานงานด้วยโดยตรงคือจอร์แดน เวลาสองเดือนถือว่านานมาก ถ้าหากได้ทำงานกับคนที่ไม่กินเส้นกัน
"ทำกับแดนดีที่สุดแล้วนะพี่รัศม์ เจฟเองก็ยังเห็นด้วยตอนเราคุยกันว่าแดนเขาเก็บรายละเอียดให้พี่รัศม์ทุกอย่างแน่"
ไอริสเอ่ยอธิบาย ความจริงนั้นตอนที่ประชุมลับกัน ซึ่งมี เจฟิโอ ไอริส ดีน สเปนเซอร์และแคลร์นั้น ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า มันถึงเวลาแล้วที่จอร์แดนกับอินทิรัศม์จะญาติดีกันและจอร์แดนจะต้องทำบางสิ่งบางอย่างให้หายจากอาการหงุดหงิดทุกครั้งเวลาเจออินทิรัศม์ ทุกคนเชื่อว่ามันมีซัมติงสเปเชียลระหว่างสองคนนี้แน่นอน
อินทิรัศม์ฟังแล้วก็ถอนใจ ต้องยอมรับว่า เรื่องงานเขาเป็นคนละเอียดรอบคอบและเฉียบขาด ไม่เช่นนั้นเจฟิโอคงจะไม่ไว้วางใจให้คุมงานให้บ่อยๆ เวลาที่พาลูกเมียหนีเที่ยวหรอก แต่เขาชอบแกล้งอินทิรัศม์ นั่นแหละที่เป็นปัญหา มันทำให้คนที่ชอบทำงานแบบมืออาชีพอย่างอินทิรัศม์ต้องเป๋และเสียสมาธิ เพราะคอยระแวงว่าเขาจะมามุกไหนหรือไม้ไหนกับหล่อนเวลาอยู่ด้วยกัน
"เอาเถอะ สองเดือนเอง" อินทิรัศม์พึมพำ
"เออ เห็นว่าอีกสามเดือนเขาจะแต่งงานนี่ ริสรู้เรื่องนี้มั้ย" อินทิรัศม์เอ่ยถามเมื่อนึกขึ้นได้
