บทที่ 13 คนช่างแกล้ง
ผู้ชายอย่างจอร์แดน เพลย์บอยเจ้าอารมณ์เอาแต่ใจจะมีครอบครัว อินทิรัศม์ยังนึกภาพไม่ออก แต่เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังขนาดนั้น แถมจะจ้างให้อินทิรัศม์ออกแบบชุดให้เจ้าสาวของเขาอีกต่างหาก มันก็ต้องเป็นความจริงเท่านั้นแหละ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่จริง...
อดนึกถึงใบหน้าหล่อร้ายที่มักทำบึ้งตึง คิ้วขมวดใส่อินทรัศม์มากกว่าจะเป็นหน้ายิ้มหล่อหว่านเสน่ห์แบบที่เขาชอบใช้กับผู้หญิงคนอื่น คนอะไรจะแค้นได้ยาวนานขนาดนี้ ตั้งแต่อายุ 13 ยัน 28 นั่นมันก็ตั้ง 15 ปีแล้วนะ อินทิรัศม์แน่ใจว่าทุกอย่างที่เขาปฏิบัติต่ออินทิรัศม์นั้น ไม่มีอะไรหรอก เป็นความแค้นส่วนตัว และอยากเอาคืนเท่านั้นเอง อินทิรัศม์มั่นใจ
เมื่อคิดได้อย่างนี้จึงรู้สึกผ่อนคลายไปอีกหน่อย เขาจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้ ต่อไปอินทิรัศม์จะระวังตัวมากขึ้นก็แล้วกัน แต่ส่วนหนึ่งก็จะปลง จะคิดว่าเวลาสองเดือนที่จะต้องทนเขา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
"เหรอคะ อะไรก็เป็นไปได้ในโลกนี้ โดยเฉพาะกับจอร์แดน ไม่มีใครรู้ใจเขาทั้งหมดหรอกค่ะต้องรอดูกันต่อไป" ไอริสเอ่ย ความจริงคิดว่ามันอาจจะเป็นเพราะจอร์แดนต้องการจะประกาศเป้าหมายบางอย่างที่มันอยู่ในใจมานาน เรื่องนี้จะต้องเอาไปเล่าให้เจฟิโอฟังเสียแล้ว
อินทิรัศม์คุยกับไอริสอยู่นาน ประมาณเกือบสองทุ่มจึงวางสาย
ก๊อก-ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยังประตู มองที่รูเห็นว่าเป็นคนร่วมฟลอร์จึงเปิดประตูออกกว้าง ตอนนี้มีเพียงเขากับอินทิรัศม์บนชั้นนี้ สเปนเซอร์กับแคลร์ชอบอยู่บ้านหลังใหญ่ที่สเตฟาน แม็คเคนซี่สร้างให้เป็นของขวัญแต่งงานมากกว่าที่นี่เพราะลูกจะได้มีพื้นที่ในการเล่นอย่างกว้างขวางอิสระ ร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมเนื้อดีสีควันบุหรี่กับกางเกงยีนส์สีเข้ม
"คะ" อินทิรัศม์เอ่ยเสียงเป็นคำถามพลางเลิกคิ้วขึ้นประกอบ หัวใจเต้นนิดหนึ่งเมื่อเห็นสายตาคมเข้มของเขามองอย่างสำรวจไปทั่วร่างก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากของอินทิรัศม์ เขาแลบลิ้นเลียปากตัวเอง ทำให้อินทิรัศม์ต้องรีบเม้มปากโดยอัตโนมัติ ทำให้ดวงตาคมของเขาวาววับเป็นประกายขึ้นมา มุมปากยกขึ้นนิดหนึ่งเหมือนพอใจที่ทำให้อินทิรัศม์ประหม่าได้
"พวกผู้ใหญ่เพิ่งโทรมา ให้คุณไปหา เขารวมตัวกันที่แม็คเคนซี่"
เสียงห้าวเอ่ยขึ้น อินทิรัศม์ทำตาโต ไม่ได้เตรียมตัวจะไปพบผู้ใหญ่คืนนี้เลย คิดว่าจะนอนเอาแรงสักคืนก่อน เหมือนที่ได้คุยกับไอริสไว้ แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งแบบนี้ก็คงต้องไป อินทิรัศม์พยักหน้า
"ได้สิ ขอเวลาเปลี่ยนชุดห้านาทีนะ"
หญิงสาวกล่าว เดินกลับเข้าไปในห้อง ร่างสูงเดินตาม ดึงประตูปิดให้ ห้องนี้เป็นห้องกว้าง ไม่มีการแบ่งห้องนอน อินทิรัศม์เปิดตู้คว้าเสื้อผ้าโปร่งเบาสีฟ้า แขนยาวและมีจั๊มที่ข้อแขน ตรงเอวเข้ารูป หญิงสาวคว้ากางเกงยีนส์สีดำเดินเข้าห้องน้ำ เพราะเขาเดินไปนั่งไขว่ห้างรอที่โซฟา ท่าทางรีแล็กซ์แต่สายตาไม่ยอมคลาดจากร่างของอินทิรัศม์
หญิงสาวเดินออกมา เอาเสื้อผ้าที่เปลี่ยนออกไปใส่ในตู้ คว้าโทรศัพท์ กระเป๋าสะพาย สวมรองเท้าส้นสูงสีดำ หันไปมองเห็นเขามองอยู่อย่างเงียบๆ ทุกฝีก้าว จะบ้าตาย จะมองอะไรนักหนา อินทิรัศม์พยายามไม่ให้เขารู้ว่าหล่อนรู้สึกไม่เป็นตัวเองเวลาเขาเอาแต่จ้องแบบนี้
"อาการคุณเป็นยังไงบ้าง"
เอ่ยถามเพื่อไม่ให้สถานการณ์เงียบจนเกินไป เขาลุกขึ้นยืนเอามือล้วงกระเป๋า เลิกคิ้วขึ้นสูง
"อาการอะไร" เอ่ยถามแล้วเดินไปยังประตู
"อ้าว ก็อาการโดนตะคริวกินทั่วตัวของคุณน่ะ โอเคหรือยัง"
อินทิรัศม์ถามเดินตามเขาไปถึงประตู เขาหันมาเผชิญหน้าทำให้อินทิรัศม์ต้องชะงักเบรกกึก เดินไปยืนจนชิด หัวแม่เท้าชนกันพอดี
"อืม...ที่ขาน่ะโอเคแล้ว แต่ที่ส่วนอื่นยังไม่แน่ใจ อาจต้องพิสูจน์ดูว่า...ยังใช้การได้ปกติเหมือนเดิมหรือเปล่า"
เขาตอบกำกวมและกวนๆ ในความรู้สึกของอินทิรัศม์ นึกถึง ส่วนอื่น ที่เขาร้องโอดโอยว่าถูกตะคริวกิน หญิงสาวหน้าแดงทันทีแต่ก็พยายามทำหน้านิ่งไว้
"เหรอ"
เอ่ยแค่นั้น เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร แต่ถ้าไม่พูดเสียเลยเขาจะคิดว่าเขาสามารถต้อนอินทิรัศม์ให้จนมุมได้ ซึ่งหล่อนไม่ต้องการให้เขาเชื่อเช่นนั้น
"ฮื่อ...ส่วนนั้นมันยังเกร็งๆ แข็งๆ บางครั้ง ปวดหนึบๆ บางที จับดูสิถ้าไม่เชื่อ"
คนยืนชิดเอ่ย โอบแขนไปรอบเอวอินทิรัศม์ดึงมาแนบ แล้วส่งสายตากริ่ม อินทิรัศม์ผลักอกเขาแรงๆ จอร์แดนหัวเราะหึในลำคอยอมปล่อยร่างระหง ชายหนุ่มดึงประตูเปิดแล้วก้าวออกไป
"สองทุ่มแล้ว กว่าจะถึงบ้านแม็คเคนซี่ก็สองทุ่มยี่สิบนาที อืม"
อินทิรัศม์เอ่ยพึมพำกับตัวเอง เป็นนิสัยประจำตัวที่ชอบคุยกับตัวเองเบาๆ ซึ่งในบางครั้งเวลาที่คิดอะไรในหัวมันก็จะออกมาเป็นเสียงพูดด้วย
"ทำไม มีนัดเหรอ"
จอร์แดนเอ่ยถามคนที่ยืนข้างๆ ทั้งสองลงลิฟต์มายังที่จอดรถส่วนตัว จอร์แดนกดรีโมตปลดล็อก เขาเดินไปเปิดประตูรอ
