บทที่ 14 คนช่างแกล้ง

"ใช่ คืนนี้นัดคุยงานกับนายแบบน่ะ เขาว่างเป็นเวลาไม่แน่นอน"

อินทิรัศม์ตอบ หมายถึงซัน ซึ่งโธมัสได้ส่งข้อความมาบอกว่าซันจะขอคุยคอนเซ็ปต์งานด้วยหน่อย เวลาสามทุ่ม จอร์แดนปิดประตูให้แล้วก็อ้อมมาด้านคนขับ เขาเคลื่อนรถออกค่อนข้างเร็ว ขับรถสไตล์เดียวกันกับเจฟิโอ คือเหยียบมิดเท้า

"ใคร" เสียงห้าวเอ่ยถามหลังจากพารถออกจากถนนสายหลัก จากโรงแรมไปคฤหาสน์แม็คเคนซี่แค่ยี่สิบนาทีหรือสั้นกว่านั้นถ้าหากรถไม่ติด

"ซัน เขาเป็นนายแบบ"

อินทิรัศม์หันมาตอบแล้วก็มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนขับ ไม่รู้จะถามทำไมอีก ก็ตอบไปแล้วรอบหนึ่ง

"คุยอะไรตอนดึกๆ ดื่นๆ" เขาเอ่ยเสียงห้วน

"เรื่องส่วนตัว ไม่มีประโยชน์กับคุณหรอก"

อินทิรัศม์ตอบเข้มใส่ เขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร มาวิจารณ์และทำเสียงดุเหมือนเป็นผู้ปกครองอินทิรัศม์แบบนี้ เวลาคุยงานกับลูกค้าและคู่สัญญามันก็แล้วแต่ว่าจะสะดวกและว่างตรงกันเวลาไหน อีกอย่างเวลาสามทุ่มที่นี่มันก็ประมาณหกโมงเช้าของฝรั่งเศส ซันตื่นพอดี

กริ๊ง-กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ของอินทิรัศม์ดังขึ้น หญิงสาวรีบล้วงมันออกมาจากกระเป๋า

"หวัดดีค่ะซัน ทำไมโทรมาเร็วละคะ" อินทิรัศม์ทักไปตามสาย

"คิดถึงคุณ"

เสียงนายแบบเอ่ยตอบมา ได้ยินออกลำโพงแว่วๆ จอร์แดนปรายตามอง รถวิ่งบนถนนที่ค่อนข้างโล่ง ใกล้จะถึงอาณาเขตแม็คเคนซี่แล้ว

"บ้าน่า" เสียงอินทิรัศม์พูดตอบอุบอิบเหมือนเขิน รถที่นั่งอยู่ก็กระตุกๆๆ และเครื่องดับไปเฉยๆ อินทิรัศม์หันขวับไปมอง จอร์แดนหักพวงมาลัยเข้าข้างทาง

"รถเป็นอะไรคะ" เอ่ยถาม จอร์แดนยักไหล่

"ไม่รู้เหมือนกัน" เสียงไม่แยแส

"ซันคะ ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ข้างนอก ไม่ค่อยสะดวกคุย เอาไว้กลับมาโรงแรมแล้วฉันจะโทรหาคุณใหม่นะ" อินทิรัศม์พูดไปในโทรศัพท์แล้วนิ่งฟังซันพูด

"บ้าแล้ว ไม่ต้องมาปากหวาน แค่นี้นะคะ"

เสียงพูดเก้อเขินพร้อมกับปิดโทรศัพท์ เก็บมันใส่กระเป๋า

"ตกลงว่ารถเป็นอะไรคะ"

หญิงสาวถามคนขับ เขาไม่ตอบแต่เปิดประตูลงไปแล้วก็เปิดกระโปรงหน้ารถ อินทิรัศม์ลงไปจากรถ ไปยืนชะโงกมองข้างๆ ร่างสูง

เขาเดินกลับไปลองสตาร์ทเครื่องแต่มันไม่ติด จอร์แดนเดินกลับไปยืนที่เดิมอีกครั้ง เขาเอามือจับโน่นจับนี่อยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เดินไปขึ้นรถ ลองสตาร์ทเครื่องมันทำท่าเหมือนจะติดแต่ก็ตัดสินใจว่าไม่ติดดีกว่า เขาลงไปแล้วดึงกระโปรงหน้ารถปิดลง

"อะไรคงจะหลวมสักอย่าง คุณช่วยเข็นข้างหลังนะ ผมจะพยายามสตาร์ทดู"

เขาหันมาพูด ใบหน้านิ่งเรียบ อินทิรัศม์อ้าปากหวอ

"ทำไมคุณไม่เข็นล่ะ ฉันเป็นคนสตาร์ทเอง" หญิงสาวเอ่ย

"ไม่ได้ รถคันนี้มันไม่เคยมือคนอื่น คุณเข็นน่ะดีแล้ว"

เขาเอ่ยโต้ แล้วก็ไล่ให้อินทิรัศม์ไปอยู่หลังรถ จากนั้นตัวเองก็ขึ้นไปนั่งหลังพวกมาลัย อินทิรัศม์ก้มมองรองเท้าส้นสูงของตัวเอง ส่ายหน้าให้กับคนขับรถ ไม่อยากจะเชื่อในความเป็นสุภาพบุรุษของเขาเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ!

"พร้อมยัง ดันเลยคุณ"

เขาตะโกนมาบอก โชคดีที่เป็นทางลาดลงเนิน อินทิรัศม์วางมือไปบนกระโปรงหลังรถแล้วเริ่มดัน มันไม่ยอมขยับเลย หญิงสาวถอดรองเท้าเอาใส่หลังรถไว้

"ทิ้งรถไว้ดีกว่ามั้ย โทรให้ดีนมารับ"

อินทิรัศม์นำเสนอความคิดที่เชื่อว่ามันเข้าท่ากว่าการจะให้หล่อนมาวิ่งเข็นรถให้เขาอย่างนี้

"ไม่เอา ผมไม่ชอบทิ้งรถไว้บนถนน ถ้าคุณไม่เต็มใจก็ไปก่อนก็ได้ จะโทรให้คนมารับ ทิ้งผมไว้ที่นี่คนเดียว เอาสิ"

เขาพูด ทำสายตาเหมือนท้าทายอยากจะรู้ว่าอินทิรัศม์จะทิ้งเขายามยากหรือไม่ ซึ่งอินทิรัศม์ไม่เคยทิ้งเพื่อนหรือใครยามลำบากอยู่แล้ว

"ไม่เป็นไร ฉันจะเข็นให้" เอ่ยแล้วก็เดินเท้าเปล่าไปหลังรถ จอร์แดนลงมา

"ผมจะช่วยดันนิดหนึ่งแล้วพอมันลงเนินก็จะวิ่งไปขึ้นรถลองสตาร์ทดู"

เขาพูด จากนั้นก็ช่วยกันดันรถจนไปถึงทางดิ่งลง

"รถหรูขนาดนี้มันน็อกได้ยังไงกัน"

อินทิรัศม์พึมพำกับตัวเองมากกว่าพูดกับเขา จอร์แดนทำไม่ได้ยิน เขารีบวิ่งไปนั่งหลังพวงมาลัยแล้วสตาร์ทรถ มาทำติดได้นิดหนึ่งก็ดับไป

"เร็วๆ คุณ ดันๆๆๆ อีกๆๆๆ มันใกล้จะติดแล้วล่ะ อีกๆ"

เขาตะโกนบอกให้อินทิรัศม์ออกแรงดันรถลงทางลาด รถก็เกิดอาการติดๆ ดับๆ อยู่อย่างนั้น จนกระทั่งสิบนาทีต่อมา อินทิรัศม์เหงื่อโชกหน้าและเสื้อเปียกชุ่มไปหมด ผมกระเซิงถูกลมตีไปทั่วทุกทิศทาง

รถมาจอดอย่างสงบที่ปากทางเข้าหมู่บ้านแม็คเคนซี่ จอร์แดนเปิดประตูลงมาดู เห็นร่างบางยืนหมดแรงพิงหลังรถอยู่ เขาเก็บรอยยิ้มขำและสะใจเอาไว้อย่างมิดชิด ใครอยากให้โทรคุยกับผู้ชายและทำท่าเก้อเขินต่อหน้าเขาแบบนั้นล่ะ ทีกับเขาล่ะส่งตาเขียวปัดให้อย่างเดียวกับน้ำเสียงเย็นชา แต่ทีกับไอ้นายแบบอะไรนั่นพูดจาสนิทสนม ส่งความคิดถึงถึงกันอยู่นั่น สมน้ำหน้า หึ...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป