บทที่ 3 ฟอร์เก็ตมีน็อต...

<strong>เมื่ออินทิรัศม์</strong>เดินตามมาถึงรถเก๋งคันหรูสีดำ รถส่วนตัวของจอร์แดน ไม่ใช่รถSUV ของโรงแรมแกรนด์เอ็มซีที่เขาขับในบางครั้ง ผู้หญิงของเขาเปิดประตูหน้าก้าวขึ้นไปนั่ง คนขับใบหน้าเรียบจัดเปิดท้ายรถเอากระเป๋าของอินทิรัศม์ใส่ลงไป จากนั้นก็เดินไปดึงประตูรถเบาะหลังเปิดค้างรอ อินทิรัศม์ก้าวขึ้นไปนั่ง เขาปิดประตูดังปังตามหลัง

หญิงสาวพยายามทำสีหน้าเรียบเย็นเช่นบุคลิกปกติของตัวเอง จะให้เขารู้ไม่ได้อย่างเด็ดขาดว่าอาการภายในนั้น หัวใจยังคงเต้นรุนแรงกับความอุกอาจที่เขาทำอย่างไม่แคร์สายตาผู้คนเมื่อครู่นี้ ไม่เคยมีใครกล้าคว้าอินทิรัศม์ไปจูบแบบนั้นมาก่อนในชีวิต ไม่อยากจะเชื่อว่าจูบแรกของชีวิตสาวโสดวัยยี่สิบเก้าปีของตัวเองจะเป็นอะไรที่... ห่วย ขนาดนี้ เจ็บปากและเจ็บใจแต่ก็เก็บซ่อนเอาไว้ เพราะถ้าหากแสดงอาการออกมา เขาจะคิดว่าเขาชนะที่สามารถทำให้อินทิรัศม์เป๋และมู้ดหลุดได้ เสียใจด้วยนะจอร์แดน

ร่างสูงก้าวขึ้นมานั่งหลังพวงมาลัย สตาร์ทรถแล้วขับพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครพูดอะไรภายในรถ อินทิรัศม์มองไปภายนอก ความศิวิไลซ์ของลาสเวกัส ไม่ว่าจะมองในเวลากลางวันหรือกลางคืนมันก็สวยและให้อารมณ์เหมือนฮอลิเดย์เสมอ

หญิงสาวผ่อนร่างเอนไปพิงพนักเบาะ ดึงแท็บเล็ตออกมาเปิดดูตารางงานที่ได้คุยไว้กับทีมงาน ธีมที่ต้องการประสานกับฝ่ายสถานที่ของโรงแรม อินทิรัศม์ได้โทรมาคุยกับไอริสและแคลร์ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วว่ามันจะเป็นประมาณไหน ห้องบอลล์รูม ฟอร์เก็ตมีน็อต เป็นห้องที่แคลร์ได้จับจองเอาไว้ให้ตามเคย เหมือนครั้งนั้น เมื่อตอนที่อินทิรัศม์ว่าเปิดตัวคอลเล็กชั่นครั้งแรก

จอร์แดนลอบมองกระจกส่องหลัง เห็นใบหน้าสวยเก๋กำลังก้มอ่านอะไรในแท็บเล็ต ท่าทางมีสมาธิ ไม่ยอมเหลือบแลมามองด้านหน้า ชายหนุ่มนึกถึงกลีบปากนุ่มที่เขาได้จูบสั่งสอนไปเมื่อครู่ก่อน หัวใจที่โหยหาในส่วนลึกไม่ยอมจืดจาง เขาจะบ้าไปถึงไหน จะต้องทำยังไงให้ลืมความรักของเด็กชายวัยสิบสามปีครั้งนั้นให้ได้

เจ้าหล่อนไม่ได้แยแสและสนใจเขาไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ใบหน้างามกับดวงตาสวยคมปนหวานนั้นไม่มีความรู้สึกใดๆ ให้เขาเลย เขาอายุยี่สิบแปดปีแล้ว ถึงเวลา move on เคลื่อนไปข้างหน้าเสียที ได้แต่บอกตัวเองแบบนี้ ซึ่งเวลาไม่ได้เห็นหรือได้ยินเรื่องราวของเจ้าหล่อน เขาก็พอจะลืมได้ แต่เวลาต้องเจอกัน จอร์แดนรู้ดีว่าอาการเขายังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรกระเตื้องขึ้น...อาการเฮิร์ทของเด็กชายวัยสิบสามปีที่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย กับอาการหงุดหงิดขวางไปหมดของชายหนุ่มที่ถูกมองด้วยสายตาเรียบเย็นได้เป็นเพียงแค่ คนรู้จัก ของผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขา บ้าที่สุด!

อินทิรัศม์หยิบโทรศัพท์ออกมา ปารีสนั้นเวลาเดินเร็วล่วงหน้าลาสเวกัส 9 ชั่วโมง ตอนนี้ 12.00 น. ที่นี่ ปารีสก็จะต้องเป็น 21.00 น. หญิงสาวตัดสินใจโทรหาผู้ช่วยส่วนตัว

"ฮัลโหล โธมัส รัศม์มาถึงเวกัสแล้วนะคะ คุณเป็นยังไงบ้าง"

อินทิรัศม์ทักโธมัสไปตามสาย โธมัสเป็นชายหนุ่มวัย 38 ปี เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของอินทิรัศม์มาตั้งแต่หญิงสาวเริ่มขยายแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นไปที่ฝรั่งเศส เกือบสามปีที่แล้วตอนมาทำงานที่นี่ โธมัสแอบชอบแคลร์แต่ก็ไม่อาจชิงแชมป์กับสเปนเซอร์เจ้าถิ่นได้ แคลร์จึงลงเอยด้วยการแต่งงานกับสเปนเซอร์ บอดีการ์ดและผู้ช่วยส่วนตัวอีกคนของเจฟิโอ แม็คเคนซี่ โธมัสเหมือนเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายคนโตของอินทิรัศม์

"คิดถึงคุณ" เสียงโธมัสหยอกมาอย่างอารมณ์ดี ทำให้อินทิรัศม์ยิ้มกับโทรศัพท์

"คิดถึงคุณเหมือนกันค่ะ"

<strong>เอี๊ยดดดด!</strong>

เสียงเหยียบเบรกรถก่อนที่มันจะหยุดฉึ่กจนอินทิรัศม์ร่างคะมำไปข้างหน้า ศีรษะโขกกับพนักเบาะหน้าเต็มแรงจนมึนไปชั่วนาทีหนึ่ง

"อะไรของคุณนี่" หญิงสาวเอ่ยเสียงแหวทันทีอย่างลืมตัว โทรศัพท์พลัดตกจากมือไปบนพื้นรถ

"ถึงอพาร์ตเม้นต์วิเวียนแล้ว" เสียงเรียบเอ่ยตอบ มองตรงไปข้างหน้าไม่แยแสจะหันกลับมาขอโทษ ทำให้อินทิรัศม์ต้องข่มอารมณ์ไม่พอใจที่คิดว่าเขาแกล้งเอาไว้ ก้มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ปรากฏว่าสายหลุดไปแล้ว

"แล้วคืนนี้เจอกันอีกมั้ยคะแดนขา" เสียงวิเวียนดังขึ้น ยื่นหน้าไปหอมแก้มจอร์แดน อินทิรัศม์เมินหน้าไปมองนอกรถ ไม่อยากสนใจเรื่องส่วนตัวของเขาและอารมณ์กรุ่นโมโหไม่ยอมหายกับความแสบสันของจอร์แดนที่อินทิรัศม์ค่อนข้างแน่ใจว่าเขาแกล้ง

"เดี๋ยวผมจะโทรหาเอง ถ้าว่าง" เขาเอ่ย วิเวียนทำหน้างอนิดหนึ่งแต่ก็ฝืนยิ้มในนาทีต่อมา

"อย่าลืมสัญญานะคะที่รัก"

"ไม่มีคำสัญญาอะไรทั้งนั้น ผมไม่สัญญาอะไรกับใคร ก็เหมือนที่ผมบอก ถ้าว่างจะโทรหา" เขาเอ่ยอย่างไม่แคร์ วิเวียนจึงไม่อยากเซ้าซี้ เพราะกลัวว่าถ้าเขารำคาญขึ้นมาเขาก็จะเลิกเดตหล่อนเอา ได้ยินมานักต่อนักแล้วว่าจอร์แดน ฮาร์ตสันไม่ชอบคนเซ้าซี้ เขาชอบคนที่เป็นผู้ใหญ่และพูดจากันรู้เรื่อง

"โอเคค่ะที่รัก วิเวียนยังไงก็ได้อยู่แล้ว เลิฟ ยู บ๊าย บายค่ะ"

วิเวียนกล่าวพร้อมกับยื่นหน้ามาหอมแก้มเขาอีกทีแล้วก็เปิดประตูลงไปจากรถ ไม่สนใจมองมายังอินทิรัศม์

"ลงมานั่งข้างหน้าสิคุณ ผมไม่ใช่คนขับรถของคุณนะ"

เสียงห้าวหันมาพูด อินทิรัศม์กำลังจะต่อโทรศัพท์ไปหาโธมัสใหม่ก็เงยหน้าขึ้นมามอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป