บทที่ 4 ฟอร์เก็ตมีน็อต...

หญิงสาวเลิกคิ้วเพราะฟังไม่ชัดแต่เห็นสายตาเข้มจัดมองไปที่เบาะหน้า จึงเข้าใจ เปิดประตูลงไปแล้วไปนั่งเบาะหน้า จอร์แดนสุดแสนจะหงุดหงิดที่แม้ตอนเขาพูดด้วย เจ้าหล่อนยังไม่สนใจจะฟังเลย!

"Hi โธมัส ขอโทษทีเมื่อกี้สายหลุดค่ะ รัศม์กำลังจะไปแกรนด์เอ็มซี คุณอย่าลืมติดตามซันให้รัศม์ด้วยนะ เขาเป็นพวกไม่ตามไม่ได้ เขาต้องมาก่อนคนอื่นตามที่คุยกันไว้"

อินทิรัศม์คุยธุระต่อกับผู้ช่วยส่วนตัว การประสานงานกับนายแบบ นางแบบนั้นให้เป็นหน้าที่ของโธมัสทั้งหมด ถึงแม้ว่านายแบบบางคนจะต้องการติดต่อกับเจ้าของแบรนด์โดยตรงเผื่อฟลุ๊กได้จีบก็ตาม

"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับรัซซี่ ซันเขาไม่พลาดอยู่แล้วงานนี้ ความจริงผมเดาว่าเขาอยากจะไปทริปเดียวกับคุณด้วยซ้ำ"

โธมัสเอ่ยมาตามสาย น้ำเสียงหยอกล้อนิดหน่อย อินทิรัศม์ไม่ตกหลุมพรางโธมัสที่เป็นพ่อสื่อให้อินทิรัศม์กับซัน นายแบบตัวท็อปคนหนึ่งของปารีส พ่วงสถานะเซเลบเนื้อหอม ลูกชายมาดามหลุยส์ไฮโซคนดังของฝรั่งเศส

"คุณไม่ต้องทำนอกเหนือหน้าที่หรอกค่ะโธมัส แค่นี้นะคะ ได้เรื่องแล้วจะโทรหาคุณใหม่"

อินทิรัศม์พูด แล้วก็กดวางสาย มองตรงไปยังถนนด้านหน้า เวลาเที่ยงวันแบบนี้ การจราจรหนาแน่น แต่รถก็พอจะเคลื่อนไปได้ ช่วงซัมเมอร์ลาสเวกัสเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวและนักเสี่ยงดวงจากทั่วทุกมุมโลก ชีวิตของคนที่นี่คงจะไม่มีเรื่องให้เหงาเท่าไหร่

คิดมาถึงตรงนี้ก็แน่ใจว่าคนที่กำลังขับรถอยู่ก็เหมือนกัน ไม่มีเวลาเหงาแน่เพราะคิวผู้หญิงของเขาแน่นเอี้ยดเหมือนการจราจรของเมืองนี้นั่นแหละ

"คุณจะอยู่นานไหมรอบนี้"

เสียงห้าวเอ่ยถามท่ามกลางความเงียบ

"สองเดือนค่ะ"

อินทิรัศม์ตอบเขาสั้นๆ เขาฟังแล้วก็เงียบ ใบหน้าคมสันขาวจัดกับแว่นกันแดดแบบนี้ น่าจะไปเป็นนายแบบโฆษณาแว่นกันแดด หญิงสาวจุดยิ้มกับความคิดของตัวเอง เมินหน้าไปมองนอกรถ

"หัวเราะเยาะอะไรผมอีก"

น้ำเสียงห้าวเอ่ยหาเรื่องทันที อินทิรัศม์หันมามอง เขาเป็นคนธาตุไฟหรือยังไง ทำไมขี้โมโหและหงุดหงิดง่ายเหลือเกิน พูดจาเหมือนมังกรพ่นไฟให้คนฟังร้อนหูและกรุ่นโมโหไปด้วย

"ใครหัวเราะเยาะคุณกันจอร์แดน อย่าหาเรื่องได้ไหม ไม่พอใจจะมารับเรา ต่อไปไม่ต้องมารับนะ เราจะบอกเจฟเองว่านั่งแท็กซี่ไปเองได้ เรายุ่งไม่มีเวลามากพอจะมาสนใจพวกคนไม่รู้จักโต ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้หรอก"

อินทิรัศม์เอ่ยเสียงเรียบ พูดกับเขาตรงๆ จอร์แดนกัดฟันกรอดกับคำพูดตอกย้ำที่ว่าเขาไม่รู้จักโต เป็นเด็กและที่สำคัญหล่อนไม่มีเวลามาสนใจคนอย่างเขาด้วย

"ใช่ ไม่ได้เต็มใจสักนิด ถ้าบอสไม่สั่งก็คงไม่มาหรอก ก็เอาตามนั้น ต่อไปนี้ก็จะไม่มารับคุณแล้ว พูดกันตรงๆ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ผมเองก็ไม่มีเวลาว่างมากจะคอยรับคอยส่งใครเหมือนกัน!" เสียงเข้มเอ่ยแล้วก็เหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้นเมื่อรถแล่นมาถึงเส้นทางโล่ง

ไม่มีเสียงพูดคุยอีกในรถ จนกระทั่งมาถึงแกรนด์เอ็มซี แคลร์มายืนรอรับที่หน้าโรงแรม ไอริสกับเจฟิโอไปประชุมที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์จึงไม่อยู่ต้อนรับ

"ฮัลโหลคนสวย ว้าว รัซซี่ คนอะไรสวยไม่เกรงใจคนอื่นแบบนี้ คิดถึงที่สุด" แคลร์ร้องทักลั่นด้วยความดีใจ ร่างอวบอิ่มเดินเร็วคล่องแคล่วตรงมากอดอินทิรัศม์ อินทิรัศม์ยิ้มกว้างดีใจและกอดตอบเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานพอดู

"คิดถึงแคลร์เหมือนกันจ้ะ ตัวเล็กๆ และคุณพ่อคนหล่อเป็นยังไงบ้าง" อินทิรัศม์เอ่ยถามแคลร์ โอบแขนไปรอบเอวพากันเดินเข้าไปในโรงแรม แต่อินทิรัศม์นึกได้ถึงกระเป๋าจึงหยุดเท้าและหันกลับไป เห็นคนหน้ามุ่ยลากมันตามหลังมา

"จะลากไปเอง" หญิงสาวเอ่ยบอกเขา ใบหน้างามเรียบเย็นไร้ความรู้สึก แต่จอร์แดนฟังออกถึงน้ำเสียงที่มีความขุ่นกรุ่นโมโหปนอยู่อย่างเก็บไม่มิด

"ที่นี่มีเบลล์บอย เดี๋ยวจะให้เอาขึ้นไปให้ แคลร์คุณบุ๊กห้องไหนให้เขา"

จอร์แดนเอ่ยถามแคลร์ น้ำเสียงเรียบพอกับใบหน้าที่ทำเฉยชาให้แมตช์กัน แคลร์มองคนสองคนที่ทำท่าหมางเมินใส่กันอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันนักหนาสองคนนี้ หลายปีแล้วก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า สเปนเซอร์กระซิบแคลร์นานมาแล้วว่า เขามีความหลังอะไรกันอยู่ประมาณนั้น

"รัซซี่จะมาอยู่ตั้งสองเดือน บอสเลยให้อยู่โซนที่เก็บเอาไว้ให้สต๊าฟ ห้องเดิมของแคลร์ไงคะ"

แคลร์เอ่ยตอบ ถ้าเป็นห้องเดิมของแคลร์ก็อยู่ไม่ไกลกันเลยกับห้องของจอร์แดน แคลร์กับสเปนเซอร์นั้นได้ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่ที่สเตฟาน แม็คเคนซี่ นายใหญ่เจ้าพ่อเงินตราได้สร้างให้ อยู่ในหมู่บ้านแม็คเคนซี่ ซึ่งมีกันอยู่ 5 หลังแล้วเวลานี้ แต่ห้องของสเปนเซอร์นั้นก็ยังเก็บเอาไว้อยู่ เวลาอยู่ดึกขี้เกียจกลับบ้าน

"งั้นเดี๋ยวผมจะลากไปให้เอง เพราะจะขึ้นห้องอยู่แล้ว" จอร์แดนเอ่ยออกมา

"ดีเลย ไปด้วยกันเรา ว้าว คิดถึงสมัยก่อนเลยนะ ตอนที่เราได้อยู่ด้วยกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งแบบนี้น่ะ" แคลร์เอ่ยอย่างมีความสุข ใบหน้ากลมหวานยิ้มกว้าง อินทิรัศม์ยิ้มตามเพื่อนไม่เอาอารมณ์ขุ่นในใจมาทำให้เสียบรรยากาศของนาทีแรกที่ได้พบเพื่อนรักอย่างแคลร์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป