บทที่ 6 ฟอร์เก็ตมีน็อต...

อินทิรัศม์วางโทรศัพท์ ไม่อยากโทรไปรบกวนแคลร์ที่ออฟฟิศ คิดว่าจะออกไปเดินหาอะไรกินข้างนอกเอา ร้านอาหารที่อยู่ในระยะเดินไปถึงก็มีอยู่หลายร้าน คิดได้ดังนั้นก็เปลี่ยนมาสวมกางเกงยีนส์ คว้ากระเป๋าสะพายสีน้ำตาลเข้มมาคล้องไหล่ รองเท้าส้นสูงตามความเคยชิน พยายามจะทำตัวกลมกลืนไม่ให้ใครสังเกตเห็น หญิงสาวลงลิฟต์มาถึงชั้นล่าง เดินออกไปหน้าโรงแรม กำลังเลือกว่าจะเดินไปซ้ายหรือขวาดี ก็มีรถเก๋งมาจอดเทียบตรงหน้า คนขับกดกระจกเลื่อนลงมา

"ว่าไงคนสวย จะไปไหน ต้องการคนขับรถให้ไหมครับ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาของ <strong>ดิเอโก้ แม็คเคนซี่</strong> ภายใต้แว่นตากันแดดสุดเท่ส่งยิ้มเปี่ยมเสน่ห์มาให้

"ดีน! ดีใจจัง รัศม์ว่ามารอบนี้จะต้องจับตัวคุณมาเดินแบบให้แบรนด์เราให้ได้" อินทิรัศม์เอ่ยทักดีนด้วยน้ำเสียงลิงโลดอย่างดีใจจริงๆ ดีนกับอินทิรัศม์สนิทกันจนหญิงสาวรู้สึกว่าเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ทั้งที่เขาอายุเท่ากันกับคนอีกคนที่ขี้โมโหเก่ง แต่ดีนเป็นคนเรื่อยๆ สบายๆ เขามีบุคลิกผ่อนคลาย เวลาอยู่ด้วยแล้วสบายใจอย่างยิ่ง ไม่เหมือน...อีกคน อินทิรัศม์ไม่รู้ว่าทำไมต้องเอาเขาไปเปรียบเทียบกับอีกคนด้วย

"ไม่ไหวมั้งคุณ แล้วมาเดินทำหน้าหิวอยู่ทำไมตรงนี้ ขึ้นมาสิ ผมจะพาไปเลี้ยงต้อนรับ" ดีนเอ่ยน้ำเสียงอารมณ์ดี แต่ก่อนที่อินทิรัศม์จะทันได้ขยับ ร่างสูงของจอร์แดนก็เดินตรงมาหา

"อ้าว เจ้าถิ่นมาแล้ว" ดีนเอ่ยพร้อมกับหลิ่วตาให้อินทิรัศม์

"จะไปไหน" เขาถามเสียงเรียบตามเคย

"จะไปหาอะไรกิน"

อินทิรัศม์ตอบเสียงเรียบพอกัน ในเมื่อเขายังไม่ยอมหยุดสร้างสงครามเย็น อินทิรัศม์ก็จะไม่ยอมให้เขาทำเสียงแข็งใส่ฝ่ายเดียวหรอก

"เดี๋ยวฉันจะพาเขาไปเอง นายไปพักเถอะ"

จอร์แดนหันไปเอ่ยกับดีน ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากออฟฟิศ ดีนพักอยู่บนโรงแรมนี้เอง โซนที่เก็บไว้ให้คุณปู่คุณย่า เขาคุมบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ของแม็คเคนซี่ในลาสเวกัสโดยมีบิดาและเจฟิโอเป็นที่ปรึกษาแบ็กอัปให้

"เสียดายจัง เอาไว้วันหลังตอนแมวไม่อยู่ดีกว่า แล้วเราค่อยหาโอกาสใหม่ละกัน" ดีนเอ่ยกับอินทิรัศม์ทำหน้ายิ้มกริ่มมีเลสนัย อินทิรัศม์ไม่เข้าใจประโยคของเขา แต่ก็ยกมือโบกเมื่อรถหรูเคลื่อนตัวอ้อมไปจอดในที่จอดรถส่วนตัว อินทิรัศม์ไม่ยอมหันไปมองคนที่พูดว่าจะพาไปกินข้าว

หญิงสาวเดินเลี้ยวซ้าย แต่มือใหญ่ก็เอื้อมมาดึงแขนเอาไว้

"ไม่ต้องไปหรอก อาหารเตรียมไว้ให้แล้ว"

เขาเอ่ยเสียงแข็งปนห้วนเหมือนเดิม อินทิรัศม์หันมามอง

"ไม่ได้ขอให้เตรียมให้สักหน่อย" เอ่ยออกมาแบบนั้นเพราะฟังจากน้ำเสียงที่ขุ่นของเขาก็คิดว่าเขาถูกเจฟิโอสั่งอีก

"หุบปากสักครั้งได้ไหม ผมเบื่อที่จะต้องมาอารมณ์เสียกับคุณ" เอ่ยออกมาตรงๆ

"ก็ไม่ต้องมายุ่งกันสิ พูดกันแล้วนี่ คิดว่าเข้าใจแล้วซะอีก"

หญิงสาวเอ่ย ไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะมีมุมนี้ มุมที่เดือดปุดๆ เป็น เพราะไม่เคยเดือดปุดง่ายๆ แบบนี้มาก่อน

"ใครอยากยุ่งกัน แคลร์สั่งให้ทำให้ อย่าหลงตัวเองนักรัซซี่ ในที่นี้ไม่ใช่จะมีคนหลงใหลได้ปลื้มกับคุณทุกคนเสมอไป" เขาเอ่ยเสียงเข้มแต่กดให้ต่ำเพราะไม่ต้องการให้ใครได้ยิน

"ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น!" หญิงสาวเอ่ยเสียงฉุน สะบัดแขนแต่ไม่หลุด มือใหญ่ดึงให้เดินตาม อินทิรัศม์ไม่ต้องการให้พนักงานเห็นว่าเขากับหล่อนยื้อยุดฉุดกระชากกันจึงจำต้องรีบก้าวซอยเท้าให้ทันเขาเพื่อไม่ให้ถูกมองเหมือนว่าเขากำลังฉุดหล่อน อินทิรัศม์เรียนรู้จากประสบการณ์มานานแล้วว่า ภาพลักษณ์สำคัญแค่ไหนเวลาอยู่ในที่สาธารณะ ในฐานะที่เป็นเหมือนแบรนด์แอมบัสซิเดอร์ของเจซีแอล

จอร์แดนก้าวช้าลงเมื่อเห็นว่าคนที่เขาจับแขนดึงพยายามจะก้าวให้ทัน ชายหนุ่มเลื่อนมากุมมือบางแทน

พนักงานลอบมองจอร์แดนเดินจูงมืออินทิรัศม์ไปที่ลิฟต์ ต่างก็ลุ้นว่ามาคราวนี้จะมีอะไรในกอไผ่เกิดขึ้นหรือไม่สำหรับคนคู่นี้ เพราะมีคนแอบเห็นทุกรอบที่อินทิรัศม์มาพักที่นี่ว่า จอร์แดนจะต้องป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ มีคนเห็นบอดีการ์ดของบอสใหญ่ไปเดินเกร่แถวหน้าห้องพักวีไอพีช่วงเวลาตีสองตีสามอยู่บ่อยๆ ด้วย

จอร์แดนพาอินทิรัศม์ไปยังห้อง ฟอร์เก็ตมีน็อต เขาได้จัดอาหารวางไว้บนโต๊ะ เป็นคนเข็นมันลงลิฟต์ด้วยตัวเอง ร่างสูงดึงมืออินทิรัศม์ไปที่โต๊ะสี่เหลี่ยม มีเก้าอี้สำหรับสองคนนั่ง มุมโต๊ะมีแจกันปักดอกไม้สีม่วง...

"นั่งสิ" เขาเอ่ยเมื่ออินทิรัศม์มัวแต่มองดอกไม้และรอบห้อง เขาดึงเก้าอี้ให้นั่ง หญิงสาวนั่งลงอย่างงงๆ กับความไม่เข้าใจในการกระทำของคนตรงหน้า

"ดอกฟ้าประทานพร...สวยดี"

อินทิรัศม์เอ่ย เป็นคนชอบดอกไม้สีม่วงเป็นทุนอยู่แล้ว

"ดอกฟอร์เก็ตมีน็อต"

เขาเอ่ยแก้ความเข้าใจ หญิงสาวขมวดคิ้ว

"ไม่ใช่ นี่มันดอกต้อยติ่งเทศ หรือ ฟ้าประทานพร ที่รีสอร์ทรังสิมันต์มีเยอะแยะ" เอ่ยค้านไป

"ไม่ใช่ นี่คือ ฟอร์เก็ตมีน็อต ที่เราเคยให้รัซซี่... สำหรับเรามันคือดอกฟอร์เก็ตมีน็อต!"

เสียงแข็งเอ่ยเถียงเหมือนเด็ก หน้าหล่อขมวดมุ่น ทำให้อินทิรัศม์อดยิ้มขำออกมาไม่ได้กับความดื้อดึงจะเอาชนะให้ได้ของคนตรงหน้า

"นี่มันดอกฟ้าประทานพร อย่าเถียงสิน้องแดน"

หญิงสาวเอ่ยแล้วหัวเราะ จอร์แดนหน้ามุ่ยสุดขีด ร่างสูงลุกขึ้นแล้วก้าวไปหาดึงร่างบางจากเก้าอี้ตวัดขึ้นสู่วงแขนจนอินทิรัศม์ตกใจ เขาอุ้มหล่อนไปยังโซฟาที่วางอยู่กลางห้อง วางร่างบางลงไปไม่เบานักแล้วล้มตัวลงมาทับทันที

<br/>
บทก่อนหน้า
บทถัดไป