บทที่ 10 กำเนิดของโลก

ภายในห้องพักแขกข้างเวที ประตูปิดอยู่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้คนที่อยู่ด้านนอกเมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อยก็รีบพากันกลับเข้ามานั่งอย่างกระตือรือร้นเพื่อที่จะได้พบกับวิทยากรผู้มีพลังอำนาจพิเศษเหนือมนุษย์

วสันต์และภวันตียังคงยืนอยู่ข้างเวที หันไปมองประตูห้องเล็ก พลังงานที่สัมผัสได้คือพลังงานที่อบอุ่นสบาย

"ค่อยยังชั่วหน่อย ไม่ได้ตีกันแล้ว แต่ดูเหมือนกำลังรีแล็กซ์อยู่" ภมันตีกระซิบวสันต์ด้วยน้ำเสียงโล่งอก

"ถ้าหากจำ กำเนิดที่มาแห่งตน ได้ทั้งคู่ก็คงจะไม่มีปัญหา แต่นี่ต่างก็จำกันไม่ได้ องค์ท่านก็ได้แต่สงสัยและก็รู้สึกหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ แม้เรื่องกำเนิดจักรวาลท่านทรงรู้ แต่เรื่องของคุณซารีน่านี่ท่านมืด ทำไมพระแม่เจ้าทรงประสงค์เช่นนั้น"

วสันต์กล่าว เพราะยังคงไม่สามารถตีโจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนได้ นอกจากคิดว่าเหตุผลของพระแม่เจ้าคือ ทรงแอบช่วยพระโอรสโดยให้กระทบกับพระเทวบัญชาของอัครเทพแห่งเทวอาณาจักรน้อยที่สุด... แต่ถ้าไม่ทรงส่งลงมานั่นแหละดีที่สุด...แล้วทรงส่งลงมาทำไม.. วสันต์คิดวกไปวนมาแล้วก็รู้สึกปวดกบาลจนต้องยกมือขึ้นนวดหน้าผาก

ภายในห้องเล็ก คนสองคนกำลังนั่งมองหน้ากันอยู่

"มีอะไรหรือคะ" ซารีน่าเอ่ยถามออกมา เพราะไม่เข้าใจปฏิกิริยาทั้งหมดของเขา ว่าเขาให้ผู้ช่วยทั้งสองคนของเขาออกไปข้างนอกทำไม เวลานี้ร่างสูงนั่งหลังตรง สายตาคมกริบจ้องมองใบหน้าของซารีน่าอย่างค้นหา ไม่รู้ว่าเขาค้นหาอะไรและเขาเห็นอะไร เมื่อเช้านี้เวลาเขาทำนายผู้คนเขาก็จะมองเพียงนิดหนึ่งแล้วจะพูดออกมา แต่ตอนนี้เขาเอาแต่จ้องไม่เห็นพูดอะไรออกมาเสียที

เชนทร์มองดูสร้อยคอหินคริสตัลควอสสีชมพูที่มีจี้เครื่องหมายโอมอยู่ เขาขมวดคิ้วแล้วเอื้อมมือไปจับ ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อมีภาพแฟลชแว้บจากสมอง...สร้อยนี้มีอายุนับเป็นเวลาหลายกัปหลายกัลป์ บุรุษหนึ่งได้มอบให้แก่สตรีผู้หนึ่งไว้เป็นสิ่งแสดงความรักความสิเน่หาที่เขามีต่อนางอันเป็นที่รัก... นั่นคือความรู้ที่ได้จากวัตถุ... และสตรีผู้นั้นเวลานี้ก็คือสตรีผู้ที่นั่งอยู่ตรงหน้า... เชนทร์ถอนหายใจ อย่างน้อยเขาก็อ่านวัตถุเกี่ยวกับหล่อนได้ แต่อ่าน จิต ของผู้เป็นเจ้าของไม่ได้

"คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ผมคิดอะไรอยู่"

เชนทร์เอ่ยถาม เพราะเขามืดแปดด้าน เลยต้องการหยั่งรู้ว่าหล่อนเป็นผู้มีพลังจิตพิเศษเหมือนเขาหรือไม่ จึงสามารถบล็อกพลังของเขาได้ ซารีน่าทำตาโต

"อ้าว ทำไมถามฉันแบบนี้ล่ะคะ ฉันควรต้องเป็นฝ่ายถามคุณมากกว่า ความจริงฉันไม่รู้อะไรเลย"

"แล้วคุณทำไมถึงมางานนี้ล่ะ ได้ยินมาจากไหน"

เชนทร์เอ่ยถาม ซ่ารีน่านิ่งอึ้ง ถ้าตอบว่ามาตามความฝัน มีคนในฝันสั่งให้มา เขาจะเชื่อซารีน่าไหม... แต่ที่สำคัญทำไมเขาถึงไม่อ่านความคิดของซารีน่าเอา หรือมองย้อนไปก็น่าจะเห็นทั้งหมดถ้าหากเขาต้องการไม่ใช่หรือ เพราะซารีน่าเห็นเขาทำนายคนอื่นได้หมดว่าแต่ละคนทำอะไรมาบ้างและจะทำอะไรต่อไป...

"อืม...คนที่นับถือกัน ท่านแนะนำให้มาค่ะ ทำไมคุณถึงดูไม่ออกละคะ ในเมื่อคุณทำนายใครต่อใครได้ถูกต้องทั้งเช้า"

ซารีน่าเอ่ย มองหน้าของเขาแล้วก็รู้สึกแก้มร้อน... เขาหล่อมากในระยะใกล้ใบหน้าห่างกันเพียงแค่ฟุตเดียวแบบนี้ ซารีน่าคุ้นหน้าของเขาเพราะก็คล้ายกับใบหน้าของหมอเชย์ แฝดผู้พี่ของเขานั่นแหละ แต่ประกายตาและบุคลิกลักษณะต่างกันโดยสิ้นเชิง สำหรับซารีน่าแล้วหล่อนคิดว่าสามารถแยกแยะเขาได้ในรัศมีร้อยเมตรเลยทีเดียว...

ซารีน่ารู้สึกถึงพลังงานดึงดูดมากมายที่อบอวลอยู่ในห้อง แรงดึดดูดที่เขาเป็นผู้กำเนิดและซารีน่ารู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองถูกดึงดูด คล้ายจะเอนร่างเข้าไปใกล้เขาทุกที

เชนทร์มองดูใบหน้าเรียวงดงาม... ผมสีทองบลอนด์ยาวเป็นลอนสลวย... เขาไม่ได้รู้สึกกับรูปร่างลักษณะของมนุษย์สตรีในทางไหนทั้งสิ้น สำหรับมารดาและญาติๆ แล้วคือความรักและเคารพอย่างสูงสุด ส่วนความรู้สึกต้องตาต้องใจในสตรีนั้นยังไม่เคยเกิดขึ้นกับเขาและไม่เคยแยแสใส่ใจ...

แต่สิ่งที่ทำให้เขาชะงักได้ก็เห็นจะเป็นพลังงานที่ก่อกวนซึ่งอบอวลมาจากร่างของซารีน่า มัน...คล้ายมนตราประหลาดที่ติดอยู่ในห้วงความรู้สึกนึกคิดยามที่เขาเผลอ และครั้งนี้มันเข้มข้นเกินกว่าที่เขาจะมองข้ามได้...ไม่มีเหตุบังเอิญในโลกและจักรวาลนี้ แต่คำตอบสำหรับเรื่องนี้ เขาจะต้องค้นหาให้ได้ ถ้าหากมีเวลาว่างพอ...

"ผมจะบอกเพียงว่าสร้อยนี้เคยเป็นของคุณมาก่อน บัดนี้ได้กลับคืนสู่เจ้าของแล้ว และทรงอานุภาพมากมายมหาศาล เป็นสื่อพลังงานด้านความรักและการปกปักรักษา เขาจะเป็นเกราะคุ้มครองให้คุณปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง"

เสียงห้าวทุ้มกังวานเอ่ยทำนายให้ฟัง เชนทร์กะพริบตาเมื่อเห็นว่าใบหน้าของหล่อนเวลานี้อยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงแค่ฝ่ามือกั้น เจ้าหล่อนไม่รู้ตัวเลย... ดวงตาโตมองเขาตาปริบๆ เหมือนเด็กน้อยกำลังฟังนิทานเพลิน นั่นทำให้ริมฝีปากหยักได้รูปจุดยิ้มเล็กน้อย เจ้าหล่อนยังไม่ได้ทานอาหารเลย เชนทร์หยิบช้อนแล้วตักกับข้าวไปใส่จานให้

"ทานข้าวเถอะ มีแต่อาหารจำพวกผักผลไม้ คุณทานได้หรือเปล่า"

เขาเอ่ยถาม ซารีน่ากะพริบตาเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นของเขาเวลาเขาพูดว่ามันกระทบแก้มหล่อน หญิงสาวต้องสะดุ้งโหยงที่เพิ่งเห็นว่าตัวเองเอนร่างไปใกล้เขามาก ใบหน้าอยู่ใกล้จนมองเห็นดวงตาสีเขียวมรกตประกายทองแปลกประหลาดของเขาได้อย่างชัดเจน ประกายตาของเขาแปลก มันเปลี่ยนสีได้... ซารีน่ารู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว แต่เห็นเขาไม่แสดงอะไรออกมาจึงค่อยผ่อนลมหายใจโล่งอก

"ทานได้ค่ะ" ซารีน่าเอ่ย ช่วงหลังๆ นี้ซารีน่าก็ชอบทานอาหารจำพวกผักผลไม้เหมือนกันตั้งแต่ฝันประหลาด ซารีน่านั่งทานอย่างเงียบๆ เพราะหิวจริงๆ แต่เขาเพียงแต่ดื่มน้ำผลไม้ เขาหลับตาลงเอนหลังไปพิงพนักเก้าอี้ทำให้ซารีน่าค่อยกินได้อร่อยหน่อยที่ไม่เห็นสายตาของเขาจ้องมอง เดาว่าเขาคงเหนื่อยและอยากพักสายตา ไม่รู้ว่าเขาพักที่โรงแรมแห่งนี้หรือเปล่าและหลังจากสัมมนาเสร็จเขาจะกลับบ้านที่ภาคเหนือหรือไม่

เชนทร์หลับตาส่งจิตไปดูภายนอก... งานนี้เป็นภารกิจอีกหนึ่งอย่าง...ภารกิจจุดประกายแห่งแสงสว่างให้กับจิตของมนุษย์ผู้หลับใหลและหลงงมงายในมายาแห่งโลก ผู้ที่ลืมเจตจำนงค์ดั้งเดิมของตนที่ได้เคยอธิษฐานเอาไว้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป