บทที่ 14 จิ๊กซอที่ต่อไม่ติด

เขาเล่าต่อด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ ผู้คนนั่งนิ่งคล้ายกำลังฟังนิทานที่น่าสนุกตื่นเต้น รู้สึกทึ่งในความรู้ระดับลึกซึ้งของผู้เป็นวิทยากรรับเชิญ เท่าที่ได้ยินมาเขาอายุเพียงสามสิบห้าปีเท่านั้นเอง และเป็นเลือดผสมไทย-อเมริกัน แต่ดูเหมือนเขาจะสนใจในศาสตร์ทางตะวันออกมากๆ

"ตอนนี้เห็นว่าอายุขัยของมนุษย์เราเหลือไม่ถึงแปดสิบปีแล้วนี่ครับ"

อีกคนยกมือถามบ้าง คนฟังเริ่มรู้สึกผ่อนคลายและมีส่วนร่วมมากขึ้นเมื่อวิทยากรยิ้มนิดหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ทราบว่ายิ้มอะไร เห็นเขาหันไปมองทางประตูห้องเล็กข้างเวที

เวลานี้ซารีน่ากำลังยืนฟังเขาไปด้วย หญิงสาวสามารถมองเห็นออร่าแสงสีจากร่างกายของทุกคนได้อย่างน่ามหัศจรรย์ รังสีออร่าจากร่างของเชนทร์นั้นเป็นสีทองและสีขาวส่งประกายล้อมรอบ ซารีน่าเห็นของแต่ละคนจะมีสีสันต่างกันไป และ จิตก็สามารถตระหนักรู้ได้เองว่าแต่ละเฉดสีหมายถึงอะไร ซารีน่าเข้าใจทันทีกับคำว่า จิตเป็นตัวรู้ทุกอย่าง ตามที่ท่านอาจารย์ได้เคยสอนและตามที่ได้อ่านมา อันว่าทฤษฎีและสิ่งที่ได้ศึกษานั้นเริ่มปะติดปะต่อในหัวสมอง ทำให้ร้อง...อ้อ เมื่อมาเจอประสบการณ์ตรงเข้ากับตัวเช่นนี้

"เข้าใจแล้วใช่ไหม" เสียงเอ่ยถามทำให้ซารีน่ามองเขาทันที เขาเห็นหล่อนอย่างแน่นอน! สายตาจ้องมองมาอย่างขบขัน

"ค่ะ พอเข้าใจ" หล่อนได้ยินเสียงของจิตตัวเองตอบเขาไปเช่นนั้น

"ใช่แล้วครับ อายุขัยของมนุษย์กำลังลดลงไปเรื่อยๆ ตามแรงกรรมชั่วที่พ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหาที่กระทำจนสะสมเป็นพลังกรรมมวลรวม ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่เราคุ้นเคยกันที่ว่า พลังงานทุกอย่างไม่มีการสูญหาย มันทุกบันทึกไว้อย่างดี และมันจะส่งผลกับชีวิตของเราอย่างเที่ยงตรงและแน่นอน ไม่ว่าคุณจะผลิตพลังแบบไหนออกไปมันจะสะท้อนกลับอย่างบูมเมอแรงเลยทีเดียว ถ้าคุณผลิตพลังงานดีส่งออกไป คุณก็ได้รับผลดีกลับ แต่ถ้าผลิตพลังงานชั่วก็ได้รับผลชั่ว หลักการง่ายๆ แค่นี้เอง เพียงแต่ระยะเวลาของการสนองผลอาจจะช้าหรือเร็วต่างกัน ก็เท่านั้นเอง"

เขาอธิบายในเรื่องที่ซับซ้อนให้ฟังดูง่าย และจนแล้วจนรอดผู้ฟังก็ยังไม่อาจตัดสินได้ว่า เขาเอนเอียงไปทางศาสตร์ด้านไหนกันแน่ เพราะมีการพูดถึงทั้งทางด้านจักรวาลวิทยา วิทยาศาสตร์ควอนตัม วิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ เรื่องเทวนิยม รวมทั้งเรื่องศาสนา!

"ฉลาดมากจริงๆ นะ เขาพูดเอาทุกอย่างมารวมกันราวกับเป็นเรื่องเดียวกัน" ผู้ฟังชาวอินเดียกระซิบกับเพื่อนข้างๆ

"ก็เพราะมันเป็นเรื่องเดียวกันน่ะสิครับ... ไม่ว่ามนุษย์จะอธิบายกลไกแห่งธรรมชาติด้วยหลักการใดหรือศาสนาและวิทยาศาสตร์สาขาไหน ผมขอสรุปแบบง่ายๆ แค่ว่า...เราเป็นหนึ่งเดียวกัน และจุดที่เราควรศึกษาคือเรื่อง...จิต... ถ้าหากเข้าใจและเข้าถึงเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว คุณจะเข้าใจทุกอย่าง..."

"แล้วเราจะฝึกได้ยังไงละคะ พอจะมีวิธีที่ง่ายๆ หรือเปล่าคะ ฉันเป็นชาวพุทธ พระท่านสอนให้นั่งสมาธิและสอนอะไรต่ออะไรที่ค่อนข้างงง และไม่เข้าใจถ่องแท้เลยไม่ได้ทำค่ะ"

"ฉันก็เหมือนกันค่ะ"

"ผมเป็นคริสต์ จะเรียนได้หรือครับ"

"ผมเป็นมุสลิมครับ ศาสนาสอนให้สวดมนต์ห้าครั้งต่อวัน การเป็นมุสลิมทำให้ผมไม่สามารถถอดจิตได้เหมือนศาสนาอื่นหรือเปล่าครับ"

"มันไม่เกี่ยวกันเลยว่าคุณจะนับถือศาสนาอะไร เพราะรากเหง้าของศาสนานั้น ดั้งเดิมเกิดจากการที่เทพชั้นสูงทั้งหลายต้องการให้มีไกด์นำทางคอยชี้ทางสว่างทางจิตวิญญาณให้สัตว์โลก จึงได้ส่งทั้งศาสดาและสาวกลงมาเรื่อยๆ สิ่งที่ปรารถนาให้สัตว์โลกบรรลุขั้นสูงสุดคือ การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายในวัฏจักรวาล ซึ่งมีจักรวาลระดับสูงสุดแห่งหนึ่งเป็นศูนย์รวมพลังอันบริสุทธิ์แห่งมหาจิต ต้องการให้สัตว์โลกทุกชั้นบรรลุให้ถึง เพื่อทำให้มหาจิตแห่งจักรวาลนี้ส่องสว่างไสวให้มากที่สุดเป็นพลังแห่งแสงสว่างของจักรวาลนับเอนกอนันต์ ดังนั้น ศาสนานั้นเป็นเพียงสมมุติที่มนุษย์โลกได้สร้างขึ้น แต่หลักการของศาสนาที่รับเทวโองการฉบับดั้งเดิมมานั้นคล้ายกัน...มนุษย์บิดเบือนเทวโองการตามความเห็นส่วนตัวของสาวกผู้สืบทอด คุณดูเถอะ...มีศาสนาใดบ้างที่ไม่มีความขัดแย้งและแตกแยก ต่อมาก็แตกแขนงเป็นนิกายและลัทธิต่างๆ มากมาย ตามความพอใจ ทำการล้างสมองเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อย่างนี้...เบื้องบนจึงกำลังเป็นห่วงสัตว์โลกผู้ลุ่มหลงงมงายเป็นอันมาก..."

"แต่ศาสนาพุทธนั้น ดิฉันศรัทธาอย่างแรงกล้าว่าเป็นของจริงนะคะคุณเชนทร์"

ผู้ฟังคนหนึ่งยกมือขึ้น รู้สึกว่าไม่ต้องการให้ใครพูดถึงศาสนาที่เธอนับถือในทางไม่ดี

"พระพุทธองค์ทรงเป็นของจริงแน่นอนครับ ทรงพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อคืนเพ็ญที่ทรงหลุดพ้นและตรัสรู้นั้น เหล่าโลกธาตุทุกชั้นสั่นสะเทือน เหล่าเทพเทวดาและพรมชั้นสูงสุดกล่าวสาธุการด้วยความปีติและโมทนาการยินดีเป็นล้นพ้น เพราะรอคอยกันมานานแสนนานที่จะได้เห็นมนุษย์ผู้ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลานี้ทรงสถิตย์ ณ มหาจิตแท้แห่งจักรวาล ทรงทิ้งคำสอนที่สำคัญที่สุดให้มนุษย์คือการฝึกปัญญาให้เห็นทุกข์และเห็นทางพ้นทุกข์...และในช่วงพุทธันดรของพระองค์นี้มีพระอรหันต์และอริยบุคคลเกิดขึ้นมากมาย"

"แล้วศาสนาคริสต์ละคะ ฉันเกิดมาก็นับถือศาสนาคริสต์ตามพ่อแม่ ฉันไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ค่ะ"

"ศาสนานั้นเป็นเรื่องที่จริงๆ แล้วผมขอสรุปสั้นๆ ง่ายๆ ว่า... ให้เชื่อเรื่อง กรรม อย่างเดียวดีกว่าครับ เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วย่อมจะได้ชั่ว บางคนไม่มีศาสนาแต่จิตของเขาเชื่อเพียงแค่นี้... สิ่งหนึ่งที่ทุกศาสนาสอนเหมือนกันคือ...ความรักและเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์...ผมไม่อยากจะทำให้ทุกคนง่วง ขอสรุปเรื่องนี้ไว้ว่า... จงยึดหลัก... รักเมตตากันและทำความดีให้ถึงที่สุด แล้วท่านจะรอดจากอเวจีมหานรก"

ซารีน่านิ่งฟังเขาอยู่ตรงนั้น จิตได้เห็นภาพตามคำพูดของเขาเป็นฉากๆ ราวกับดูทีวีเหมือนตอนที่เขานำพาให้เห็น แล้วสรุปว่าหล่อนตายหรือยัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป