บทที่ 2 ไซคิรตียา

สิงหาคมเป็นอีกหนึ่งเดือนในช่วงฤดูฝนของเมืองไทย ท้องฟ้าตอนกลางวันแสงแดดสาดส่องจ้า ไอแดดร้อนระอุและอบอ้าว จากแอปพยากรณ์อากาศคาดว่าตอนเย็นฝนจะตกอีกวัน อากาศทุกวันนี้แปรปรวนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก นาทีหนึ่งแสงตะวันอาจสาดส่องแรงกล้า แต่ชั่วเวลาไม่ห่างกันก็อาจจะเปลี่ยนเป็นฟ้ามืดมัวดิน ลมแรงและฝนตกได้อย่างไม่มีอะไรน่าแปลกใจอีกต่อไป

โลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ทุกอย่างรวดเร็วทันใจเพียงแค่นิ้วสัมผัส แต่เบื้องหลังความเจริญทางวัตถุที่มนุษย์ขวนขวายสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อความสะดวกสบายของตนเองนั้น เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธรรมชาติแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในทางที่เลวร้ายลง มลภาวะเป็นพิษที่กำลังคุกคามทำร้ายโลกอย่างต่อเนื่องและหนักมือ มนุษย์กำลังทำร้ายบ้านของตนเองลงทุกวัน... แต่ใครแคร์... ในเมื่อผู้คนส่วนใหญ่นั้นหลงติดกับดักแห่งความรักสบายและหลงเพลิดเพลินกับความไฮเทค เสพติดกับความหรูหราฟุ่มเฟือย การใช้ทรัพยากรอย่างไม่ตระหนักเห็นคุณค่าที่แท้จริง ไม่ตระหนักว่ามันมีวันหมด และมันก็ไม่ได้ยาวนานอย่างที่คิด!

เมื่อเข้ามาภายในตึกสูงของโรงแรมระดับไฮเอนด์ซึ่งกรุกระจกตลอดทั้งตึก แอร์เย็นฉ่ำปะทะผิวหน้าตั้งแต่ด้านหน้าประตูเข้าไป ร่างเพรียวระหง ยามก้าวเดินทำให้ผมหยักศกสีบลอนด์ทองที่ถูกปล่อยสยายตามธรรมชาตินั้นสะบัดพลิ้วเป็นจังหวะ ทิ้งน้ำหนักยืดหยุ่นดุจมีสปริง ใบหน้าเรียวสวยเก๋มีแว่นกันแดดสวมอยู่บนสันจมูกโด่งสวย ริมฝีปากอิ่มหยักได้รูปที่เคลือบเพียงลิปสติกกลอสนั้นไม่ได้แย้มยิ้ม หากทว่าก็ยังน่ามองเพลิน

ร่างสูงระหงได้สัดส่วนสวมรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วเหมือนนางแบบ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวเรียบๆ ยัดชายเข้ากับขอบกางเกงยีนส์สีจาง ชุดเรียบๆ แต่ยังคงสะดุดตาผู้พบเห็น ให้แอบสรุปความคิดเห็นที่คล้ายๆ กันว่าดูดีและสวยเก๋อย่างน่าทึ่ง

"นางแบบฝรั่งหรือเปล่าเธอ สวยเช้งเลย" เสียงกระซิบของคนที่นั่งตรงชุดรับแขกแถวล็อบบี้

"นั่นสิ สวยระเบิดระเบ้อแบบนี้ หุ่นแบบนี้ ท่าเดินเหมือนอยู่บนแคตวอร์กแบบนี้ ต้องมาจากแถวฮอลลีวูดล่ะฉันว่า"

อีกคนพูดโต้ตอบ เสียงไม่เบานัก เพราะคิดว่าสาวฝรั่งคนงามฟังไม่รู้เรื่องอย่างแน่นอน

"คงรู้ตัวว่าสวย เลยดูหยิ่งๆ ชอบกลนะ เดินเชิดหลังตรงเหมือนเจ้าหญิงแบบนั้น"

อีกคนร่วมแจม เพราะคงจะว่างและเหงาปากกันมาก ระหว่างรอเช็กอินหรือเช็กเอาท์กันอยู่

"ขนาดใส่แค่เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์ยังดูเริดขนาดนี้ ทำบุญด้วยอะไรนะเธอถึงได้เกิดมาสวยเหมือนนางฟ้านางสวรรค์แบบนี้"

วงสนทนาดูเหมือนจะพุ่งเป้าโฟกัสไปที่หญิงสาวต่างชาติที่กำลังเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์เพื่อขอคีย์การ์ดขึ้นไปยังห้องพัก

ซารีน่า แม็คเคนซี่ กล่าวขอบคุณพนักงานที่ยื่นคีย์การ์ดให้ หญิงสาวหมุนร่างเดินผ่านกลุ่มสตรีในชุดสวยที่กำลังนั่งวิพากวิจารณ์เจ้าตัวอยู่อย่างไม่ตระหนักว่าคนถูกวิจารณ์นั้นสามารถฟังภาษาไทยได้เข้าใจ และสามารถด่าไฟแลบได้เหมือนคนไทยแถวนี้ ซารีน่าจุดยิ้มขบขันเมื่อเข้าไปในลิฟต์ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น แต่เกิดเป็นประจำเวลาหล่อนเดินทางมาเมืองไทย

หญิงสาวกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นเก้า ซึ่งเป็นชั้นห้องพักของตัวเอง เพิ่งเดินทางมาจากอเมริกาเมื่อคืนนี้อย่างเงียบๆ เป็นทริปส่วนตัวเพื่อเข้าร่วมฟังสัมมนา เรื่อง จิตสากล...มนต์มายา

ย้อนเวลากลับไปเมื่อสามปีก่อน ซารีน่าเริ่มฝันแปลกๆ และซ้ำๆ ในเรื่องของสถานที่ที่ไม่เคยรู้จัก ในฝันที่เหมือนไม่ใช่ความฝันแต่เหมือนดั่งได้ไปสัมผัสมาจริงๆ ทีแรกซารีน่าไม่เข้าใจและไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดว่าอาจเป็นเพราะดูหนังไซไฟมากเกินไป แล้วเอามาบวกผสมผสานกับเรื่องเล่าลึกลับของพรรคพวกทางเมืองไทย นั่นเลยทำให้ซารีน่าเก็บเอาไปฝันเป็นเรื่องเป็นราวและเป็นตุเป็นตะ ซึ่งในกลุ่มผู้คนทางเมืองไทยที่สนิทสนมกับครอบครัวของซารีน่านั้นมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความลึกเร้นแห่งศาสตร์อันลึกล้ำ ที่วิทยาศาสตร์ยังไม่มีพัฒนาการถึงขั้นจะสามารถพิสูจน์ได้

แต่ต่อมา มันเกิดขึ้นบ่อยๆ และซ้ำๆ และเหมือนจริงมากในความรู้สึก ทำให้หญิงสาวเริ่มหันมาสนใจอย่างจริงจังมากขึ้น โดยทั่วไปแล้วชาวอเมริกันชนส่วนใหญ่นั้น ถ้ามีอาการลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองก็มักจะต้องรีบไปปรึกษาจิตแพทย์กัน แต่ซารีน่าไม่ได้กระโตกกระตากบอกใคร แม้แต่บิดาซึ่งเป็นนายแพทย์และมารดาที่พร้อมจะรับฟังทุกอย่าง ซารีน่าไม่ต้องการให้พวกท่านเป็นกังวล

ซารีน่าคอยแอบฟังเรื่องเล่าจากวงสนทนาของเหล่าผู้ใหญ่ที่มีความเชื่อและประสบการณ์ด้านจิตอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีสายเลือดไทยผสมและไทยแท้ที่อยู่หมู่บ้านปางผาหมอก ทางภาคเหนือของเมืองไทย จากนั้นก็มาวิเคราะห์และศึกษาเพื่อให้ได้คำตอบที่ตนเองสงสัยและค้นหา ซึ่งก็ยังไม่อาจหาคำตอบที่แน่นอนได้

แต่สิ่งที่ซารีน่าได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นหลังจากการศึกษาหาอ่านนั้นน่าทึ่งมาก และจากการค้นคว้าทำให้เชื่ออย่างสนิทใจอย่างหนึ่งคือ... มนุษย์มีศักยภาพทางจิตที่ไร้ขีดจำกัดซ่อนอยู่ภายใน เพียงแต่ความสามารถในการที่จะดึงศักยภาพดังกล่าวออกมาใช้นั้นมันเป็นเรื่องไม่ง่ายและต้องอาศัยการฝึกฝน และมนุษย์ก็ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์โลกที่ขี้เกียจและสามารถหาข้ออ้างในการหลีกเลี่ยงที่จะทำอะไรที่ลำบากได้เสมอ ดังนั้นมนุษย์ส่วนใหญ่จึงไม่ใส่ใจจะพัฒนาตนเองมากไปกว่านี้ พอใจอยู่เพียงแค่ กินอิ่มนอนหลับ การได้เสพสุขชั่วคราวจากวัตถุที่จับต้องได้

งานสัมมนาแลกเปลี่ยนที่จัดขึ้นโดยสถาบันพลังจิตสากลซึ่งเป็นองค์กรของเอกชนโดยมีสปอนเซอร์งานวิจัยเป็นสมาคมของมหาเศรษฐีทั่วโลกผู้สนใจเรื่องพลังจิตจักรวาลโดยเฉพาะ เน้นการศึกษาค้นคว้าเรื่องวิทยาศาสตร์ทางจิต ซารีน่าไม่ทราบว่าหล่อนจะเข้าข่ายเป็นผู้เข้าร่วมในลักษณะไหน ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าทำไมจึงได้รับอีเมลเชิญเข้าร่วมสัมมนา แต่เป็นเพราะ ท่านอาจารย์ สั่งมาเช่นนั้น ซารีน่าดีใจที่ได้มาเมืองไทย คิดว่าหลังจากสัมมนาเสร็จก็จะไปเยี่ยมเหล่ามิตรสหายของครอบครัว ทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯ ที่หมู่บ้านปางผาหมอก ภาคเหนือ และที่รีสอร์ตริมทะเลภาคใต้ เรียกว่าการมาครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางที่คุ้มมาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป