บทที่ 4 พลังงานตีกัน...
ซารีน่าแปลกใจระคนตื่นเต้นในส่วนลึก เชนทร์ สตีเวนสัน แน่นอนว่าหล่อนรู้จักเขา แม้จะไม่ได้สนิทสนมกัน แต่ก็ถือเป็นคนแวดวงในที่ครอบครัวสนิทสนมกันตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ เป็นที่น่าแปลกที่ว่าซารีน่านั้นสนิทคุ้นเคยกับ เชย์ ผู้เป็นฝาแฝดของเชนทร์มากกว่า เพราะเชย์ แฝดผู้พี่นั้นเป็นนายแพทย์ที่มีนิสัยอบอุ่นเป็นกันเอง เขาเคยฝึกงานที่โรงพยาบาลของบิดาของซารีน่าด้วยตอนที่เชย์เรียนแพทย์อยู่อเมริกา
แต่สำหรับเชนทร์นั้น เขาเป็นนักเขียน เจริญรอยตามผู้เป็นมารดา เป็นคนที่ดูภายนอกแล้วหยิ่งและน่าเกรงขามชอบกล ซารีน่าไม่ได้เกรงกลัวเขาหรอก แต่ก็ไม่คิดอยากจะสนิทกับคนที่ทำตัวลึกลับ จึงอยู่ห่างๆ กันทุกครั้งเวลามีงานเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างครอบครัว ครอบครัวของเขาอยู่ที่เมืองไทย หมู่บ้านปางผาหมอกทางภาคเหนือ ซารีน่าชอบบรรยากาศของที่นั่นมาก เคยไปบ่อย ไปพักที่รีสอร์ตรังสิมันต์
บิดาของเชนทร์เป็นนายแพทย์ชาวอเมริกันที่ตกหลุมรักธรรมชาติบ้านป่าแห่งปางผาหมอกตั้งแต่ครั้งมาทำงานอาสาสมัคร ต่อมาจึงย้ายมาอยู่อย่างถาวรและเปิดคลินิกรักษาชาวบ้านฟรี ซึ่งบ้านและคลินิกของครอบครัวสตีเวนสันอยู่ไม่ไกลจากไร่รังสิมันต์ การเริ่มต้นรู้จักกันของกลุ่มคนสองกลุ่มระหว่างอเมริกาและไทยนั้น เริ่มตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ซารีน่าก็ไม่ได้สนใจนักว่าเริ่มตอนไหน รู้แต่ว่าน่าจะพอๆ กันกับอายุของซารีน่านั่นแหละ
เขามางานนี้ด้วย... ความเคลื่อนไหวของเขาไม่ค่อยมีใครกล้าพูดถึงมากนัก การเป็นครอบครัวที่คุ้นเคยกันทำให้ซารีน่าพอจะทราบว่าเชนทร์เป็นผู้ที่มี ของ!
ซารีน่ารีบขยับลุกขึ้น หล่อนจะไปนั่งแถวหลัง ขอหลบเขาสักหน่อย เพราะเรื่องที่ซารีน่ากำลังสนใจอยู่นี้นั้นมันเป็นความลับสุดยอด ยังไม่เคยเปิดเผยให้ใครฟังแม้แต่คนเดียว เป็นความลับมาถึงสามปีแล้ว ถ้าหากเชนทร์รู้ บิดามารดาก็อาจจะรู้และอาจจะถาม ซารีน่ายังไม่มีคำตอบอะไรให้พวกท่าน และก็ไม่อยากโกหก จึงคิดว่าจะขอเวลาอีกสักหน่อย เมื่อแน่ใจว่าอะไรเป็นอะไรแล้วก็จะเรียนให้พวกท่านทราบอย่างแน่นอน
ซารีน่าได้เก้าอี้แถวสุดท้าย ริมสุดที่อยู่ใกล้ประตู เพื่อที่จะได้หนีออกไปได้โดยง่ายเมื่อสัมมนาเสร็จ ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อยเมื่อได้มีการวางแผนหาทางหนีทีไล่ไว้เรียบร้อยแล้ว บรรยากาศดูคึกคัก ผู้คนทยอยเข้ามานั่งจนเต็มในเวลาต่อมา เสียงพูดคุยกันหลากหลายภาษา แต่ภาษาหลักเป็นภาษาอังกฤษ
งานจะเริ่ม 9.30 น. ตามตารางที่แจกให้ผู้เข้าร่วมได้ทราบ เก้าอี้ติดกับซารีน่าเป็นผู้หญิงชาวอินเดียวัยกลางคนนุ่มห่มส่าหรีสีแดงสวย ถัดจากเธอเป็นผู้หญิงอินเดียอีกคน คงจะมาด้วยกันเพราะเห็นหันไปคุยกันตลอดระหว่างที่รอ แถวหน้าของซารีน่าเป็นชาวไทยกลุ่มหนึ่งสวมยูนิฟอร์มสีขาว น่าจะมาจากองค์กรเดียวกัน เสียงคุยกันดังพึมพำในห้องโถง ต่างทักทายและสร้างมิตรภาพกับคนที่นั่งใกล้เป็นการฆ่าเวลา
อีกกลุ่มเป็นพวกหญิงสาวมาจากยุโรป แต่งชุดเดรสสีขาว ดูเหมือนทุกคนตั้งใจจะใส่สีขาวกันทั้งงาน ทั้งที่ไม่มีการกำหนดเรื่องเครื่องแต่งกาย ซารีน่าเองนั้น ก็ชินกับการแพ็คชุดขาวมาในกระเป๋า เพราะมันง่ายที่สุด มันเข้าได้ทุกงานสำหรับสีขาว วันนี้จึงสวมเสื้อเบลาซ์แขนยาวสีขาว มีจั๊มที่ข้อแขน คอปกเป็นผ้าลูกไม้ สวมสร้อยหินคริสตัลสีชมพู มีรูปจี้เป็นเครื่องหมาย โอม ห้อยอยู่ ซึ่งบังเอิญได้มาจากหญิงชรานักพยากรณ์ชาวอินเดียตอนไปเที่ยวก่อนที่จะฝันแปลกประหลาด หญิงสาวกางเกงยีนส์สีขาว รองเท้าส้นสูงสีครีม
"ฉันล่ะตื่นเต้นจริงๆ ที่จะได้เห็นตัวจริงของมิสเตอร์เชนทร์ อ่านหนังสือของเขามานาน"
เสียงผู้หญิงในกลุ่มของชาวยุโรปที่นั่งแถวถัดไปข้างหน้าซารีน่าเอ่ยพอได้ยิน
"ฉันก็เหมือนกัน ไม่เคยมีใครเห็นรูปถ่ายของเขาเลย เห็นว่าเขาห้ามถ่ายรูป แปลกจริงๆ ทำไมเป็นคนดังแต่ไม่อยากให้คนเห็นก็ไม่รู้นะเธอ" อีกคนกระซิบตอบ
"ที่ฉันได้ยินมาคือ ทุกงานมีการห้ามถ่ายรูป แต่ก็มีคนรั้นและแหกกฎตลอด แอบถ่ายไว้เต็มเมมโมรี่ แต่มันแปลกและน่าขนลุกตรงที่ว่า ไอ้พวกที่แอบถ่ายนั่นน่ะ พอถึงเวลาโหลดไฟล์กลับไม่มีไฟล์น่ะสิเธอ! ฟังแล้วขนลุกซู่!" คนพูดทำท่าขนลุกประกอบ
"คนที่มีความสามารถพิเศษด้านพลังจิตมีมากมายในโลกนี้ ฉันไม่สงสัยหรอก เพราะถ้าสงสัยคงจะไม่มางานนี้ คิดว่ามิสเตอร์เชนทร์คนนี้คงเป็นพวกนักพรตถือศีล นุ่งขาวห่มขาวนะ"
การสนทนาโต้ตอบดังอยู่ และมีการคุยกันหลายหัวข้อ วนเวียนอยู่กับเรื่องของมิสเตอร์เชนทร์ สตีเวนสัน ประตูด้านข้างของห้องสัมมนาซึ่งอยู่ใกล้เวทีถูกเปิดออก ทุกคนพากันเงียบกริบทันทีเมื่อมีร่างสูงของชายหนุ่มผิวขาว ผมสั้นสีดำสนิทสวมเสื้อสีขาวยาวถึงเข่าทับกางเกงสีขาวยาว
