บทที่ 5 พลังงานตีกัน...
คล้ายแขกอินเดีย ใบหน้าคมสันคล้ายกรีกหรืออินเดียหรือเลือดผสมก็ไม่แน่ใจ แต่โดยรวมก็น่ามอง เขาเดินตรงไปยังโต๊ะยาวที่อยู่ด้านล่างหน้าเวที ซึ่งเป็นโต๊ะที่นำเสนอผลงานของนักเขียนด้านวิทยาศาสตร์ทางจิตหลายคน ในอ้อมแขนมีหนังสือหลายเล่ม เขานำมันไปวางไว้แล้วก็เดินกลับเข้าไปยังประตูที่เดินออกมา แสดงว่ามีห้องพักสำหรับแขกรับเชิญอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้าทางประตูของห้องสัมมนาเหมือนคนอื่นๆ
"ต๊าย หล่อจัง คนนี้แน่เลยเธอ มิสเตอร์เชนทร์" เสียงผู้หญิงกระซิบกัน
"นุ่งขาวห่มขาวจริงด้วยสินะ เสียดายจัง" มีการทำเสียงถอนหายใจเสียดาย
"เอ พวกถือศีลเขาก็อาจจะมีเรื่องความรักได้มั้งเธอ อย่างพวกถือศีลห้าไง หรืออย่างนักบวชชาวคริสต์บางนิกายก็มีเมียได้นะ พวกพราห์มเขาก็มีครอบครัวกันนะ" อีกคนเอ่ยโต้ตอบน้ำเสียงมีความหวัง
"เออ นั่นสินะ...ชักอยากจะฟังการบรรยายเร็วๆ แล้วสิเธอ" อีกคนรีบสนับสนุน
เมื่อใกล้จะได้เวลา ผู้ดำเนินรายการก็เดินขึ้นไปบนเวที ซึ่งบนนั้นมีเก้าอี้นวมอยู่สองตัว เดาว่าตัวหนึ่งสำหรับเชนทร์ สตีเวนสัน อีกตัวเป็นของพิธีกร ตรงหน้าเก้าอี้ก็มีโต๊ะกระจกกลมสำหรับวางของ
"สวัสดีค่ะทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่งานสัมมนาและแลกเปลี่ยนทัศนะในเรื่อง จิตสากล มนต์มายา"
พิธีกรเป็นคนไทยแต่กล่าวเป็นภาษาอังกฤษ ผู้คนเงียบเสียงลงและเบนความสนใจมายังหน้าเวที
"ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่าของท่านมาร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้นะคะ ซึ่งงานนี้ถูกจัดขึ้นโดย..."
พิธีกรกล่าวรายนามผู้สนับสนุนซึ่งเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ กล่าวบอกวัตถุประสงค์ของงาน มีการเอ่ยถามว่ามาจากที่ไหนกันบ้างเพื่อสร้างความคุ้นเคย และให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกรีแล็กซ์
"งานนี้ไม่ใช่งานวิชาการนะคะ ดิฉันอยากจะบอกว่าโดยส่วนตัวรู้สึกตื่นเต้น และคิดว่าเป็นงานเอ็นเทอร์เทนเมนต์มากกว่าค่ะ มารับฟังความรู้ในเรื่องที่ไม่มีใครพูดถึงบ่อยนักและที่สำคัญท่านวิทยากรรับเชิญก็เป็นนักเขียนระดับเบสเซลเลอร์ของอเมริกา ผลงานของเขาเป็นที่รู้จักกันทั้งในวงการนิยายไซไฟ นิยายเชิงศาสนาและศาสตร์เร้นลึบ รวมถึงผลงานเขียนเรื่อง มิติแห่งจิต ที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึง"
พิธีกรร่ายยาวถึงคุณสมบัติของวิทยากรรับเชิญ ซึ่งทุกคนต่างตื่นเต้น เพราะในวงการศาสตร์แห่งจิตนี้ หนังสือของเขาเป็นอีกหนึ่งความน่าทึ่ง ทุกอย่างที่เขาเขียนโดยนำศาสนากับวิทยาศาสตร์มาอธิบายให้เป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างแยบยลและเข้าใจได้โดยง่าย ที่สำคัญหนังสือของเขาไม่ได้อ้างอิงความเป็นศาสนาใดศาสนาหนึ่ง หากแต่มักเน้นย้ำเสมอว่า... All is One. One is All แท้ที่จริงแล้วเราเป็นหนึ่งเดียวกัน... ทั้งหมดคือ...เรา และ เรา...คือทั้งหมด
ระหว่างที่ผู้ดำเนินรายการกำลังกล่าวอรัมภบทเข้าสู่รายการนั้น ในห้องเล็กที่เป็นห้องพักของแขกรับเชิญ ชายหนุ่มกับหญิงสาวกำลังนั่งมองหน้ากัน ชายหนุ่มนั้นก็คือ เขา... ผู้ชายคนที่นำหนังสือออกไปวางเมื่อครู่นี้นั่นเอง
"ทำไมยังไม่มาอีก วสันต์เจ้าตรวจดูอีกทีสิ"
เสียงหญิงสาวซึ่งแต่งสูทสีขาวเข้ารูป ผมเกล้าขึ้นกลางศีรษะใบหน้าสวยคมคายเห็นชัดว่าเป็นสายเลือดแห่งภารตะจากชมพูทวีปเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ ชายหนุ่มนาม วสันต์ ส่ายหน้า
"ตรวจไปใย ท่านทราบแล้ว เดี๋ยวก็มา ภารกิจ ครั้งนี้อาจยุ่งยากซับซ้อนกว่าที่คิดไว้นิดหน่อย ก็เท่านั้นเอง"
ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่สงบกว่าหญิงสาว เขาทั้งสองนั้นแท้ที่จริงคือ...ผู้ดูแล วสันตาเทพบุตรและภมันตีเทพธิดาผู้แบ่งอนุภาคลงมาด้วยเจตจำนงค์คอยเป็นพี่เลี้ยงให้แด่มหาจิตแห่งเชนทิราชเทพบุตร เชนทิราช พระโอรสแห่งอัครเทพผู้ยิ่งใหญ่กับพระมหาเทวีแห่งเมตตาและกรุณาผู้เลอโฉม เชนทิราชทรงตั้งสัตยาธิษฐานไว้หลายข้อก่อนลงมา ซึ่งนั่นทำให้ทรงไม่อาจทราบแหล่งกำเนิดทุกอย่างได้อย่างครบถ้วน
วสันต์มองหน้าภมันตี หรือ ฮันนี่ ที่เป็นชื่อเล่นให้สอดคล้องกับโลกมนุษย์
"เจ้าเองก็ตรวจดูได้ ไยต้องให้เราดูด้วย"
วสันต์กล่าว ใช้ภาษาอันคุ้นชินเมื่ออยู่กันเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าหากอยู่กับมนุษย์ทั้งสองก็จะวางตัวและพูดจาเหมือนผู้คนทั่วไปไม่ให้เป็นที่สงสัย ทั้งสองติดตามเชนทร์ตั้งแต่เขาเกิดมา เป็นผู้ที่ค่อยๆ คลี่คลายความสงสัย คล้ายเป็นทุกอย่างทั้งเพื่อนเล่น พี่เลี้ยง ผู้ช่วย และครูให้แก่เชนทิราชในภาคมนุษย์นี้
"เราพยายามจะทำตัวให้เป็นมนุษย์ธรรมดาไงเล่า" ภมันตีตอบเสียงสะบัดนิดหนึ่ง วสันต์หัวเราะกับท่าทางราวกับนางมนุษย์ที่นางเทพธิดาแสดงออก
"นับวันเจ้าจักประพฤติเหมือนนางมนุษย์เข้าไปทุกที" เขาเอ่ย ยิ้มกว้าง
"เจ้าก็เหมือนกัน ความจริงเราก็ชักรู้สึกสนุกที่ได้เล่นบทบาทนี้"
"เจ้าระวังจิตให้ดี นี่แหละคืออันตรายและความท้าทายแห่งโลกมนุษย์ โลกที่เต็มไปด้วยมนต์แห่งกามาลวงจิต ฉุดดึงให้ลุ่มหลง เดี๋ยวเจ้าจักกลายเป็นนางฟ้าตกวิมานเข้าให้"
วสันต์กล่าวเตือน ก็ถูกค้อนให้ทันที เขาจึงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน มายาหญิงไม่ว่าจะโลกไหนก็มักทำให้บุรุษหลงมองเพลินได้เสมอ
