บทที่ 9 เผชิญหน้า

"เจ้าไปเชิญมาทานข้าวกับเราหน่อยซิ ภมันตี"

เขาหันไปสั่งเมื่อคิดว่า มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องหาคำตอบแก้อาการสงสัยให้กับตัวเอง วันนี้คลื่นรบกวนเข้มข้นจนรู้สึกคันคะเยอแทบทนไม่ไหว เจ้าหล่อนทำท่าก้มหัวผลุบๆ โผล่ๆ หลบเขาตลอดทั้งเช้า แล้วไม่ทราบว่ามาเกี่ยวอะไรกับเรื่องพวกนี้ เวลาหลายปีมานี้ไม่ได้เจอกันบ่อย เวลาต้องอยู่ในที่เดียวกันเขาก็ทำไม่ใส่ใจและดูเหมือนเจ้าหล่อนก็ประพฤติเช่นเดียวกัน

"ค่ะ" ภมันตีรับคำแล้วก็รีบออกไป เพราะลึกๆ แล้วเธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า...พระมหาเทวีทรงประสงค์สิ่งใด ดังนั้นก็เห็นจะต้องเชิญลูกศิษย์ของพระองค์เข้ามาประจันหน้ากับคนที่กำลังหงุดหงิดเสียหน่อย

ซารีน่าถือจานอาหารหลบไปนั่งที่โต๊ะด้านในสุดที่ไม่มีใครนั่ง ในใจยังรู้สึกทึ่งกับความสามารถของเขาไม่หาย ก็ทึ่งเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ... เช้านี้เขาทำนายและเหมือนเขามีตาทิพย์และสามารถอ่านความคิดของคนได้...ทำเอาทุกคนอ้าปากค้างและยกมือทาบอกกับสิ่งที่เขาพูด

"ขอประทานโทษค่ะ...คุณเชนทร์เชิญรับประทานอาหารด้วยค่ะ"

เสียงใสอ่อนน้อมของผู้หญิงดังขึ้น ซารีน่าเงยหน้าขวับจากจานอาหารที่ยังไม่ได้ตักเข้าปากสักคำ ผู้หญิงที่เห็นว่าเป็นผู้ช่วยของเชนทร์... หญิงสาวหัวใจวูบทันที...เขาเห็นหล่อนงั้นเหรอ...

"เอ่อ..."

"เชิญค่ะ" ผู้หญิงคนนั้นยิ้มแล้วผายมือเชิญ ทำให้ซารีน่าจำเป็นต้องลุกขึ้น จะว่าไปแล้วเขาเป็นคนรู้จักและครอบครัวก็สนิทสนมกันดี หล่อนไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธที่จะไม่ไปพบเขา...กับหมอเชย์ ซารีน่ารักและนับถือดุจพี่ชาย... แต่คนนี้...ไม่รู้ว่าจะจัดเขาอยู่ในจำพวกไหนดี

ภมันตีเดินนำซารีน่าไปยังห้องเล็กข้างห้องประชุม ประตูถูกดึงให้เปิดออกโดยที่ไม่ต้องเคาะให้เสียเวลา

"เชิญครับ" ชายหนุ่มหน้าตาดีที่เป็นผู้ช่วยอีกคนของเขายิ้มให้ซารีน่าอย่างสุภาพ ซารีน่ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะที่มีอาหารวางอยู่หลายอย่าง ร่างสูงสง่าสวมชุดหนังนั่งหลังตรงดุจนั่งอยู่บนบัลลังก์ไม่ใช่นั่งอยู่บนโซฟา เขาไม่ได้ลุกขึ้นยืนเยี่ยงสุภาพบุรุษ หากแต่เงยหน้าขึ้น ซารีน่ารับรู้ถึงพลังงานบางอย่างที่ทำให้ร่างกายอุ่นวาบและช่องท้องปั่นป่วน หญิงสาวพยายามไม่แสดงมันออกมา ซารีน่ายกมือไหว้เขาในฐานะที่เขาเป็นพี่

"สวัสดีค่ะ...เชนทร์"

หญิงสาวเอ่ยทักทาย เชนทร์จ้องมองใบหน้าเรียวงดงามนั้นนิ่งๆ เขาต้องการวัดพลังงานและความรู้สึกของตัวเองอย่างที่ไม่ยอมให้เสียเวลาในสิ่งที่ต้องการรู้... รู้สึกแปลกประหลาดว่าเขาคุ้นกับพลังงานของหล่อน แต่ก็มีแรงบางอย่างผลักหรือขวางกั้นเอาไว้ไม่ให้อ่านได้ทะลุปรุโปร่ง หล่อนมีของดีอะไรกันนะ...

"สวัสดี...ทานข้าวด้วยกันสิ..."

เขาเอ่ยออกมาเพียงสั้นๆ วสันต์รีบเชิญให้นั่งเก้าอี้เดี่ยวด้านขวามือของเชนทร์แล้วภมันตีก็รีบตักข้าวใส่จานให้ ซารีน่านั่งลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

"ทำไมถึงมางานนี้"

เสียงห้าวกังวานเอ่ยถาม เขาแทบไม่แตะอาหาร ซารีน่าเห็นว่าทุกอย่างเป็นจำพวกผัก ถั่ว ข้าวโพด เหมือนนักบวช

"เอ่อ ก็สนใจและสงสัยนิดหน่อยค่ะ" หญิงสาวเอ่ยตอบ เชนทร์จ้องมองมือเล็กที่ใช้ช้อนเขี่ยข้าวไปมา เขาตักผัดผักให้

"มีอะไรสงสัยถามเรา... ถามผมได้"

เขาเอ่ย รู้สึกลิ้นมีความต้องการเอ่ยอีกคำที่เหมือนเคยคุ้นปาก... คล้ายๆ... พี่ แต่ไม่ได้เอ่ยออกไป

"ค่ะ ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวตอบสั้นๆ แต่ในใจนั้นคิดว่า...หลังจากทานข้าวเสร็จจะแอบชิ่งหนีแล้วล่ะ เพราะรู้สึกปั่นป่วนเหลือเกินเวลาอยู่ใกล้เขา...หัวใจเต้นรุนแรงจนใจยินในหูของตัวเอง มันเป็นอาการแปลกประหลาดที่สุด...

ใบหน้าของเขายามมองจริงจังใกล้ๆ เช่นนี้... ดุจมีเงาเหลื่อมพรายคล้ายเห็นรัศมีคุ้นชินใจ ให้เกิดความรู้สึก... คล้ายๆ... ทั้งรักและยำเกรงปะปนกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้!... รักอย่างนั้นเหรอ!

เชนทร์มองจ้องหน้านวล... เขาวางช้อนแล้วคว้ามือบางมากุม... เพื่อสำรวจพลังงาน... ใจสั่งให้ทำเช่นนั้น... รู้สึกถึงความอุ่นและอ่อนนุ่มของผิวนวล... สีหน้างามเงยขึ้นมองเขาอย่างตระหนกตกใจกับปฏิกิริยาของเขา ชายหนุ่มปล่อย...ทันที...เจ้าหล่อนมีเจ้าของแล้ว ผู้ชายที่สูงส่งมาก...เขาจับกระแสได้แว้บเดียว

"ขอโทษ...แค่จะตรวจสอบบางอย่าง..."

เสียงห้าวทุ้มเอ่ย จากนั้นก็จ้องหน้าซารีน่าอย่างนั้น หญิงสาวหน้าแดง ทำไมเขาเป็นคนแบบนี้...มานั่งจ้องหน้ากันอยู่ได้ แล้วอย่างนี้ใครจะกินลง ท้องไส้ก็ยิ่งปั่นป่วนหนักเข้าไปใหญ่ อาการเหมือนเขิน แต่มันหนักกว่าเขิน ไม่รู้ว่าจะเปรียบกับอะไรดี... เกิดมาจนอายุยี่สิบห้าปี มีคนเข้ามาจีบมากมาย แต่ไม่เคยเขินผู้ชายคนไหนทั้งสิ้น...ไม่เคยรู้สึกพิเศษกับใคร

ซารีน่ารู้ว่าเขากำลังตรวจสอบสำรวจหล่อนอยู่อย่างแน่นอน...ซารีน่าหวังว่าเขาจะจับไม่ได้นะว่าหล่อนกำลังเขินเขาอยู่...

"เห็นอะไรบ้างคะ" หญิงสาวเอ่ยถามเพื่อทำลายบรรยากาศอันแสนอึดอัด คนสองคนที่ยืนอยู่ตรงมุมเงียบๆ ก็ทำตัวเหมือนไม่มีตัวตนในห้องนี้

"เห็นว่า...เราควรต้องอยู่ด้วยกัน"

เขาตอบโดยที่ในใจไม่ได้คิดอะไร แต่ทำไมปากจึงกล่าวออกไปเช่นนั้น ชายหนุ่มชะงักกับสิ่งที่ได้เอื้อนเอ่ยออกไป...

"วสันต์ ภมันตี...ออกไป และอย่าให้ใครรบกวน"

เขาสั่งโดยไม่หันไปมองคนสนิท ซารีน่าทำตาโต แต่ชั่ววินาทีห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงบที่มีเพียงเขากับหล่อนนั่งจ้องมองหน้ากันอยู่

วสันต์กับภมันตีออกมาอยู่แถวข้างเวที ต่างมองหน้ากัน

"ทรงคิดอะไรนะ" วสันต์พึมพำ

"หวังว่าจะทรงคิดอย่างเดียว... ไม่ทรง...เอ่อ...ทรงทำอะไรบ้าบิ่นไปด้วย" ภมันตีเอ่ย

"บ้าแล้วเจ้า...ท่านจะทำอะไรแบบนั้นได้ยังไง มันที่สาธารณะนะ เจ้าคิดอะไรลึกไป" วสันต์กล่าว

"เราก็ไม่ได้คิดลึก แต่เจ้าอย่าลืมว่าท่านเป็นเทพแห่งความรัก...เจ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไรวสันต์ แล้วเวลานี้ท่านก็เป็นมนุษย์เต็มคราบเสียด้วย"

ภมันตีกระซิบใกล้หู ใบหน้าอยู่ใกล้กับใบหน้าของวสันต์ ชายหนุ่มหน้าแดงเพราะนางเทพอัปสรไม่ชอบระวังตัวเวลาอยู่กับเขา

"เจ้า...คิดอกุศล"

"บ้าเหรอ ความรักเป็นเรื่องกุศลสุดๆ เจ้ามิเคยรักผู้ใดหรืออย่างไรเล่า"

"มันเกี่ยวอะไรกับเรา" วสันต์ทำเสียงขุ่นถาม

"ไม่รู้! ไม่เกี่ยวหรอก แต่สักวันหากเจ้าต้องศรรัก เจ้าจักเข้าใจเอง"

คนพูดทำท่าค้อนปะหลับปะเหลือกให้เขา วสันต์ส่ายหน้า...มองดูใบหน้าสวยคมหวานแล้วเขาหน้าแดง...แล้วรีบปัดความคิด...อกุศลทิ้งไปจากจิตทันที... ชายหนุ่มมองไปยังประตูห้อง...ไม่กล้าส่งจิตเข้าไปสอดส่อง แต่ถึงส่องยังไงก็คงจะไม่เห็นเพราะองค์เชนทิราชสามารถบล็อกได้หากต้องการ...ทำอะไรกันอยู่นะ...วสันต์แอบสงสัยอยู่ในจิต

บทก่อนหน้า
บทถัดไป