บทที่ 4 จูบคู่หมั้นผิดตรงไหนคะพี่ชาร์ล... :))
หากมือแข็งแรงก็รีบคว้าขาอ่อนข้างหนึ่งไว้เสียก่อนจนร่างบางหงายเซไปนั่งแหมะบนตักเขาอย่างเหมาะเจาะเหมาะเหม็ง หญิงสาวได้ยินเขาสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย
ชารีนนึกถึงบทนิยายของตัวเองขึ้นมาทันทีอย่างช่วยไม่ได้...ถ้านางเอกของหล่อนตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็คงจะแอบสูดดมเอากลิ่นหอมแห่งบุรุษเพศของเขาเข้าไปสักเฮือกสองเฮือก...ฮื่อ
“ทำอะไร”
เสียงห้าวเอ่ยถามเมื่อใบหน้าขาวนวลเนียนที่ลอยอยู่ใกล้นั้นยื่นมาดมตรงซอกคอของเขาหน้าตาเฉย
“หอม...กลิ่นนี้ที่ชารีนซื้อให้นี่นา”
หล่อนจำกลิ่นอาฟเตอร์เชฟนี้ได้เพราะเลือกอยู่ตั้งนาน หญิงสาวยื่นหน้าไปหอมซอกคอเขาอีกฟอดใหญ่เงยหน้ายิ้มแฉ่งให้อย่างไม่สนใจคนตัวโตที่ทำตัวแข็งขึ้นมาทันควัน ชาร์ลขมวดคิ้วเข้าหากันนิดหนึ่งก่อนจะดันร่างบางที่เขารู้สึกได้ถึงความนุ่มหอมน่าซุกไซ้ไล้ลิ้นนั้นออกจากตัก
“จะเอาอะไรก็รีบหยิบเอา”
เสียงเข้มเกือบดุเอ่ยขึ้น ชารีนหันไปเห็นหน้าเขามึนตึงลงไปอีก หล่อนจึงยิ้มแหยให้เขานิดหนึ่งแล้วค่อยเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋ามาเปิดหยิบถุงขนมออกมา ชาร์ลจึงออกรถขับต่อไป
ร่างเพรียวนั่งหยิบขนมใส่ปากไม่พูดไม่จาเวลานี้ กางเกงขาสั้นนั้นร่นขึ้นมาสูงจนถึงโคนขา เจ้าหล่อนก็ดูเหมือนไม่ใส่ใจปกปิดแถมยังยกขาขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเบาะอีกต่างหากตรงขอบเอวด้านหลังร่นลงจนเห็นขอบจีสตริงสีส้มแปร๊ด
ชาร์ลชำเลืองมองท่าทางนั้นแล้วให้นึกลำบากใจยิ่งนักเรื่องที่ว่า หล่อนจะมาอยู่กับเขาที่นี่อย่างไม่มีกำหนดกลับ
เมื่อรถมาถึงบ้านพักซึ่งอยู่ด้านหลังอาคารที่เป็นคลีนิค ชายหนุ่มเปิดประตูรถ จัดการขนกระเป๋าอันแสนหนักทั้งสามใบลงมา
“ถ้าอยู่ไม่ได้ก็จะหาที่พักใหม่ให้”
เสียงห้าวเอ่ยมาลอยๆ ก่อนจะลากกระเป๋าไปยังบันไดทีละใบแล้วยกขึ้นไปบนบ้านใต้ถุนสูงหลังขนาดสามห้องนอน ตัวบ้านเป็นไม้สักตามสไตล์ทางภาคเหนือ หลังคามีกาแลไขว้อยู่ตรงจั่ว ชารีนเดินถือกระเป๋าใบเล็กตามร่างสูงขึ้นไปบนบ้าน
จากบันไดสู่ระเบียงกว้างเปิดประตูเข้าสู่ห้องโถงกลางที่มีเพียงโซฟารับแขกสีเข้มวางอยู่ชุดหนึ่ง ห้องนอนสามห้อง ห้องใหญ่ของเขาอยู่ด้านขวามือ ส่วนอีกสองห้องอยู่ฝั่งซ้าย
“ห้องนั้น...อยู่ได้ไหม...ถ้าไม่ได้จะได้ไปหาที่พักในอำเภอ”
เขาถามย้ำเหมือนอยากจะให้หล่อนบอกว่าอยู่ไม่ได้อย่างงั้นแหละ
“อยู่ได้สบายค่ะ...ชารีนอยู่ง่ายกินง่าย...แค่มีเตียงกับห้องน้ำก็โอเคแล้ว”
ชาร์ลแอบถอนหายใจด้วยความผิดหวังนิดหนึ่ง...เขาได้ยินมาแบบนั้นเหมือนกันว่าเจ้าหล่อนเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย...จนบางครั้ง...ง่ายเกินไป
ทุกครั้งที่เจอเวลาเขากลับอเมริกา เจ้าหล่อนก็สวมแต่เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์ ผมเผ้าก็ดูเหมือนจะม้วนๆ ขึ้นไปพอไม่ให้ระหน้าระคอ...แว่นสายตาอันใหญ่ก็ไม่เคยอยู่ห่างดั้งจมูกโด่งเล็กของหล่อนเลยสักครั้ง ริมฝีบางสีธรรมชาติก็คงจะป้ายเพียงวาสลินพอไม่ให้แห้งแตก
เวลานี้ร่างสูงเพรียวขาขาวผ่องที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นนั้น หากชาร์ลไม่ลำเอียงนักก็คงต้องยอมรับว่า...มันสวยกว่าขานางแบบชุดบิกินีหลายคนทีเดียว ชายหนุ่มรีบเบนสายตา มือชี้ไปยังประตูห้องเล็กภายใน
“ห้องน้ำ”
เขาบอกอย่างที่ไม่แน่ใจว่าควรจะพูดอะไรมากไปกว่านั้น เพราะตลอดสิบปีมานี้ แทบไม่ได้สุงสิงกันเลย ตอนหล่อนสิบห้าสิบหก เจ้าหล่อนก็วิ่งตามเขาอยู่เหมือนเด็กติดพี่ชาย ไม่สนใจท่าทางนิ่งเฉยไม่แยแสของเขา
หากพอโตกว่านั้นก็ดูเหมือนหล่อนจะเพลาลงไป...คงเป็นเพราะเรียนหนักและเริ่มทำงานเขียนหนังสืออะไรของหล่อนนั่นล่ะ
ชารีนเดินเข้าไปในห้องนอนเล็กที่มีชุดผ้าปูเป็นสีชมพู...ในใจให้นึกขำ...อย่าบอกนะว่าเขาเป็นคนหาซื้อมาเองน่ะ...แต่ก็ไม่อยากพูดออกไป
“ชุดผ้าปูถ้าไม่ชอบเดี๋ยวหาซื้อเอาใหม่”
เขาดันเอ่ยออกมันมาเอง คงเพราะเห็นใบหน้ายิ้มๆ ของหล่อนเข้าให้ ชาร์ลเกือบลืมเรื่องเตรียมเครื่องนอนให้หล่อนไปแล้วหากไม่เป็นเพราะวันนั้นเดินผ่านร้านขายเครื่องนอนในจังหวัด จึงชี้ส่งๆ ให้คนขายหยิบให้
“สวยดีค่ะ รู้สึกเหมือนเป็นสาวน้อยสิบแปดอีกครั้ง”
เสียงใสเอ่ยกระเซ้า ชาร์ลรู้สึกหน้าผ่าวขึ้นนิดหนึ่ง เพราะความหลังสะกิดใจระหว่างเขากับหล่อน หากต่อมาใบหน้าคมคายก็นิ่งขรึมเหมือนเดิม ชารีนจุดยิ้ม...รู้ว่าคนแกล้งตีขรึมนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะลืมอะไรไปเสียหมดทุกอย่าง...และก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลย...หล่อนอาจจะต้องลองดูสักตั้งเท่านั้นเอง
ชารีนถอนเสื้อแจ็คเก็ตออกเหลือเพียงเสื้อท็อปสายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้น ชาร์ลเมินสายตาไม่อยากมองร่างงามสวมส่วนโดยเฉพาะตรงหน้าอกอวบอิ่มที่ดูเหมือนจะล้นคอเสื้อตัวเล็กนั้นออกมาเกินความจำเป็นไปหน่อย
ร่างบางเดินเข้ามากอดเขาหน้าตาเฉย พร้อมกับยื่นหน้าไปหอมแก้มสากทั้งซ้ายทั้งขวา
“คุณป้าฝากหอมแก้มพี่ค่ะ”
เสียงใสเอ่ยพร้อมกับยิ้มสวยให้ชาร์ลก้มลงมอง ดูเหมือนหล่อนจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวหรือรู้อายอะไรเลยที่จู่ๆ ก็มายืนกอดเขาแน่นและหอมแก้มฟอดๆ อย่างนี้
“แล้วนี่ก็...ของชารีนเอง”
กล่าวเสร็จเจ้าหล่อนก็ขยับเขย่งขึ้นไปประกบริมฝีปากอิ่มไปบนริมฝีปากหนาได้รูปของเขาแล้วจูบอ้อยอิ่ง เม้มหยอกล้ออย่างอ่อนหวาน มือเรียวโอบไปรอบคอของชายหนุ่ม ร่างนุ่มเบียดเข้ามาแนบกับอกแกร่ง ชาร์ลหัวใจกระตุกเต้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ไม่คิดว่าหล่อนจะกล้ารุกเขาขนาดนี้
ร่างสูงดูเหมือนจะยืนตัวนิ่งแข็งจนชารีนสัมผัสได้ หล่อนแกล้งเม้มกัดริมฝีปากล่างของเขาเบาๆ พร้อมกับเบียดร่างเข้าหามากขึ้น...ตอนนี้สองนาทีเข้าไปแล้ว เขายังไม่ผลักร่างหล่อนออกแสดงว่า...ก็ไม่แข็งเท่าไหร่...ชารีนแอบจุดยิ้มอยู่คนเดียวในใจ
เรียวปากนุ่มที่สัมผัสหยอกเย้านั้นหอมหวานอย่างที่ชาร์ลไม่อยากจะจดจำ...และคิดว่าเขาลืมมันไปแล้วเสียอีก...
บ้าที่สุด...ชายหนุ่มจับไหล่หล่อนแล้วดึงออกทันที...
