บทที่ 1 คนสำคัญ

Big Boss is here!

ร่างเพรียววิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในลิฟต์หลังจากได้ยินเสียงเอ็ดตะโรลั่นมาในโทรศัพท์ เจ้าของเสียงกำลังอารมณ์บ่จอยเป็นอย่างยิ่งอยู่ในห้องพักส่วนตัวชั้นยี่สิบของโรงแรมห้าดาวที่ตนเป็นเจ้าของ

ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีทหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้าของยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึง ร่างเพรียวระหงก็ยกมือเคาะประตูก่อนจะผลักเข้าไปทันที

"ทำไมช้านัก!" เสียงห้าวตวาดใส่ทันทีที่เห็น

ปริสามองร่างสูงที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่าง โชว์แผงอกกว้างที่มีขนอุยอ่อนสีน้ำตาลเรียงแถวหายเข้าไปตรงขอบผ้าเช็ดตัว ปริสาบังคับสายตาไม่ให้มองต่ำลงไปกว่านั้น หญิงสาวรีบเงยขวับขึ้นมองใบหน้าหล่อ 360 องศาของฟาริศ ศิริวรพัฒน์ อัลบิโน

"โห ช้านิดเดียว เป้ต้องนั่งมอไซค์จากเซเว่นอีกปากซอยหนึ่งโน่นแน่ะ... ได้มาแล้วค่ะ แต่..."

เสียงใสรีบโต้ตอบปนเสียงหอบเหนื่อยเพราะวิ่งมา รีบยื่นกล่องในมือให้เจ้าของห้อง คนตัวสูงกระชากไปอย่างเร็วด้วยสีหน้าอารมณ์ไม่สบมู้ด ก้มอ่านลวกๆ ผมดกหนาสีน้ำตาลเข้มหล่นมาปรกหน้าผาก คิ้วหนาเป็นปื้นขมวดเข้าหากันเมื่ออ่านเสร็จ

"มันผิดไซส์นี่เป้"

เขาเอ่ยเสียงเข้มขุ่น เงยหน้าขึ้นมามองคนซื้อด้วยสายตาตำหนิอย่างไม่แคร์จะปิดบัง เจ้าหล่อนรู้ดีว่าน้องชายของเขามันไซส์ยุโรปตามหุ่นสูงเกินมาตรฐานชายไทยของเขา สายเลือดไทย-อิตาเลียนเข้มข้นของฟาริศ ศิริวรพัฒน์ อัลบิโนต้องไซส์ 56 เท่านั้นจึงจะรับมือไหว

"ไซส์ 56 มันหมดค่ะ เป้เลยเอานี่มาให้ เล็กหน่อย แฮ่ะ..." เอ่ยพลางยิ้มกระเรี่ยกระราดและทำตาปริบปรอย

"อ้อ! กลิ่นสตรอเบอรี่ก็ไม่มีเลยเอากลิ่นกล้วยหอมมา เล็กนิดแต่เขาว่ามันยืดได้นี่คะ"

เจ้าหล่อนพูดต่อเสียงแจ๋วๆ ยกมือขึ้นปาดเหงื่อเม็ดโป้งตรงหน้าผากและขมับ ผมยาวมัดหางม้ายุ่งเหยิงเพราะนั่งมอเตอร์ไซค์มาเพื่อให้ทันใจจอร์จ

"จะบ้ารึไง ไซส์ฉันต้อง 56 เท่านั้น... ขืนใช้ไซส์เล็กก็แตกกันพอดี! ฉันยังไม่อยากทำใครท้อง!"

"คุณก็ใส่สองอันซีคะถ้ากลัวแตก"

รีบแนะนำต่อให้อย่างหน้าตาเฉย คำพูดคำจาเหมือนเป็นผู้ชำนาญการเฉพาะกิจในเรื่องนี้ ฟาริสมองใบหน้านวลใส ดวงตาโตเปลือกตาสองชั้นคมชัดมีขนตายาวงอนกะพริบปริบๆ ปากอิ่มสีเรื่อเผยอเล็กน้อยแบบลุ้นๆ ว่าเขาจะว่าอย่างไร ชายหนุ่มโยนกล่องถุงยางกลับไปให้ เจ้าหล่อนสะดุ้งโหยงและรีบยกมือขึ้นรับแทบไม่ทัน

"อุ๊ย!"

"เด็กบ้า... โง่แล้วยังอยากนอนเตียง! ใส่สองอันก็เลือดคั่งหน้าเขียวกันพอดี!"

คำด่าตรงๆ อย่างคนรู้สำนวนไทยอย่างดีเยี่ยม คนใกล้ชิดรู้ดีว่าเขาปากจัดและด่าเป็นไฟได้หลายภาษายามโมโห คนถูกด่าว่าโง่ก็ยิ้มเจี๋ยมเจี้ยมตามสเต็ปและสไตล์คนโดนดุเป็นประจำ มือเรียวเกาหัวแกร่กๆ ก่อนจะตาโตทำท่านึกออก

"อ้อ! ถ้างั้นก็หลั่งข้างนอกเอาซิคะ หรือว่าทำออรัลเซ็กส์ให้พอประทังคลายกำหนัดไปก่อนก็ได้นี่นา เอ๊ะ!... คงไม่ได้มั้ง เพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงของคุณริศตรวจเลือดมารึยัง อาจไม่สะอาดและมีเชื้อไม่พึงประสงค์อยู่ คงจะ อืม... ทำไม่ได้"

คำแนะนำเพิ่มเติมพร้อมกับสีหน้าครุ่นคิดหาทางให้ด้วยความหวังดีนั้นทำให้ฟาริศอึ้งกิมกี่ก่อนจะหน้าแดงเถือกทันตาเห็น ถลึงตาใส่เด็กในปกครองอย่างเหลืออด

"กรี๊ด! อั๊ย...พูดออกมาได้หน้าไม่อายนะหล่อน! อั๊ย...ฟาริศขา เมย์ทนฟังไม่ด๊าย ไล่แม่นั่นออกไปเถอะค่ะดาร์ลิ้ง"

เสียงกรี๊ดและเสียงด่าดังจากห้องนอนภายใน เป็นเสียงผู้หญิงคนล่าสุดที่เขาหิ้วติดมือมาด้วยจากปาร์ตี้บนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา เวลานี้เจ้าหล่อนกำลังนอนรออยู่บนเตียงใหญ่ในห้องสำราญ ประตูห้องที่เปิดทิ้งเอาไว้จึงทำให้ได้ยินบทสนทนาทุกคำระหว่างเขากับคนรับใช้ประจำตัว

ฟาริศส่ายหน้า ดวงตาคมกล้าจ้องมองเด็กในอุปการะที่กำลังทำคอย่นกับเสียงกรี๊ดของนางแบบสาว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปใกล้แล้วยกมือไปเบิ๊ดกะโหลกของเด็กแก่แดดอย่างอดไม่ได้ ร่างเพรียวคล่องแคล่วรีบเบี่ยงหลบอย่างทันท่วงที ทำให้เซถอยหลังไปสองสามก้าวแต่ก็ตั้งหลักได้เพราะเจอมุกนี้บ่อยๆ จนเกิดภูมิต้านทานแล้ว

"อย่าแก่นกะโหลกนักนะเรา เดี๋ยวเหอะจะโดนดี... ฉันหมดอารมณ์ก็เพราะเรานี่แหละ!"

เสียงห้วนเอ่ย ใบหน้าหล่อเหลาหงุดหงิดอย่างไม่แยแสจะเก็บกักอารมณ์ ปรายตามองกล่องถุงยางอนามัยกลิ่นกล้วยหอมผิวเรียบที่คนหน้าเด๋อยืนกอดอยู่ก่อนจะส่ายหัว ร่างสูงสมาร์ตก้าวไปยังโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด

"ทรอยด์... เตรียมรถไปส่งผู้หญิงภายในสิบนาทีนี้"

สั่งคนสนิทเสร็จก็โยนโทรศัพท์ไปบนโซฟา หันไปมองร่างเพรียวบางที่ยืนกอดกล่องถุงยางรอฟังคำสั่งตาปริบๆ

"ยืนเซ่ออยู่ทำไมล่ะ... รีบเตรียมตัวไปกับเจ้าทรอยด์... คราวหน้าถ้าบกพร่องอีก ฉันจะตัดเงินค่าขนมเราครึ่งหนึ่ง จำเอาไว้"

คำขู่นี้เป็นอะไรที่คนฟังจำขึ้นใจสุดๆ และทำให้แน่ใจว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้น ใบหน้าใสรีบพยักหงึกหงักรับทราบทันที

"คุณริศไม่ได้หักตังค์เป้แน่ รับรองคราวหน้าจะซื้อมาตุนครบทุกชนิดเหมือนเดิม ทั้งผิวเรียบ ผิวขรุขระ ผิวเรืองแสง กลิ่นสตรอเบอรี่ กล้วยหอมและผลไม้รวม อ้อ และครบทุกสีเลยค่ะ! รอบนี้ขออภัยจริงๆ เพราะเป้รีบไปสอบเลยลืมเช็กตู้ข้างเตียง"

เสียงแจ๋วพูดแก้ตัวเจี้อยแจ้ว ยิ้มปะเหลาะให้คนจ่ายค่าขนมทุกเดือนตั้งแต่หล่อนอายุสิบสองปีจนถึงอายุ 22 ปีในเวลานี้ ฟาริศโบกมือทำท่าไล่แกมรำคาญ

"เอาล่ะ...ไปได้แล้ว อ้อ...แล้วสอบได้หรือเปล่า"

เขาเอ่ยถามเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหล่อนเป็นเด็กนักศึกษาในปกครองปีสี่ เพิ่งสอบปลายภาคเทอมหนึ่งเสร็จ และกำลังจะได้ฝึกงานภาคฤดูร้อนที่โรงแรมแห่งนี้ในฐานะเด็กเส้นของบอสใหญ่ ใบหน้าใสยิ้มยิงฟันขาวใส่ทันที

"โห ยี่ห้อเนี้ย...มีหรือจะสอบไม่ผ่าน เป้ซะอย่าง... ผ่านฉลุยอยู่แล้ว ไปนะคุณริศ อ้อ... อย่าลืมบอกผู้หญิงของคุณริศให้สวมชั้นในกลับด้วยล่ะ เป้สะสมได้เป็นสิบตะกร้าใหญ่แล้วตอนนี้ จะเอาไปบริจาคก็ไม่รู้ว่าต้องส่งไปที่ไหน ว่าจะไปนั่งขายแบกะดินมาร์เก็ต แต่คุณริศก็ใช้เป้ซะ 25 ชั่วโมงต่อวัน เลยไม่มีเวลาซะที"

พูดจบร่างเพรียวก็หันหลังวิ่งปรู๊ดออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้เจ้าของห้องมองตามพลางส่ายหน้า เขาเดินไปยังห้องนอนส่วนตัว ดึงสมุดเช็คออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงาน จัดการกรอกตัวเลขลงไปและฉีกแคว่ก เดินกลับเข้าไปยังห้องนอนอีกห้อง

ร่างเซ็กซี่ของนางแบบสาวดาวจรัสแสงของวงการแฟชั่นกำลังเอนกายกึ่งนั่งกึ่งนอนรออยู่ ผ้าเช็ดตัวที่เจ้าหล่อนพันกายอยู่เปิดเปลือยให้เห็นไปถึงไหนๆ แต่ฟาริศหมดอารมณ์กระสันอยากไปแล้วตอนนี้ จึงมองอย่างเฉยเมยและยื่นเช็คให้

"คุณรีบแต่งตัวซะ...เดี๋ยวคนของผมจะไปส่งที่คอนโด"

เสียงห้าวเอ่ยบอกอย่างไม่แยแสต่อสีหน้างอง้ำลงทันควันของคู่ควงแห่งค่ำคืน เขาเดินกลับไปยังห้องนอนใหญ่อีกห้องติดกัน ซึ่งเป็นห้องนอนส่วนตัว ปิดประตูลง ก้าวขึ้นเตียงและล้มตัวลงนอน เวลาตีหนึ่งกว่าบวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดทำให้ชายหนุ่มหลับได้รวดเร็วในเวลาต่อมา


เวลาตีหนึ่งกว่า เวลาที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังหลับใหลอย่างเป็นสุข แต่นางสาวปริสา ดุริยพงศ์ยังคงต้องมานั่งถ่างตาฝืนสังขารอยู่ตรงเบาะหน้าของรถเก๋งสีดำคันหรูเคียงคู่กับคนขับคือ ทรอยด์ สมิธ... บอดีการ์ดคนสนิทของฟาริศเพื่อนำพาสาวสวยคู่ควงชั่วคราวของเจ้านายใหญ่ไปส่งที่คอนโด เจ้าหล่อนนั่งเชิดหน้าคอแข็งอยู่ที่เบาะหลัง ใบหน้าแต่งเข้มนั้นหงิกงอบึ้งตึงประดุจกำลังโกรธคนทั้งโลกตั้งแต่ก้าวออกจากห้องสวีทของบิ๊กบอสมา

"หล่อนเป็นใครยะ" น้ำเสียงโทนมะนาวหน้าแล้งถามขึ้นจากเบาะหลัง ทำให้ปริสาต้องหันไปมองแวบหนึ่ง

บทถัดไป