บทที่ 10 สาวๆ ของบอส
ภายในลิฟต์มีกันสามคน ต่างยืนเงียบ เพียงไม่ถึงนาทีลิฟต์ก็ขึ้นมาถึงชั้นที่ 29 ประตูลิฟต์เปิดพร้อมกับปิยวัฒน์รีบเดินออกไปก่อน พนักงานมาถึงออฟฟิศกันแล้ว ห้องทำงานของเจ้านายอยู่ด้านในต้องเดินผ่านโซนบล็อกสี่เหลี่ยมของเหล่าพนักงานออฟฟิศเข้าไปอีก
โดยเนื้อแท้แล้ว ฟาริศไม่ใช่คนหยิ่งแต่เขาไม่ใช่คนยิ้มง่ายหรือชอบโปรยมนุษยสัมพันธ์ไปทั่ว ดังนั้นร่างสูงสง่างามจึงเดินหลังตรงหน้านิ่งไปยังออฟฟิศ ปล่อยให้พนักงานสาวๆ มองตามกันตาปรอยเคลิ้ม เป็นอาหารตารอบเช้าที่พวกชะนีและเก้งกวางโปรดปรานเป็นกิจวัตร... เจ้านายลูกครึ่งสายเลือดอิตาเลียนหุ่นชวนน้ำลายสอชวนให้เลือดกำเดาไหล ใบหน้าหล่อเหลาน่าลากไปไหนต่อไหนอย่างฟาริศ ศิริวรพัฒน์ อัลบิโนนั้น ใครบ้างเห็นแล้วจะไม่ปาดปากเช็ดน้ำหมากน้ำลายกันจ้าละหวั่น
"เจ๊!...ซับน้ำหมากหน่อยจ้า โห... หิวขนาดนี้เลยนะ?"
เสียงใสกล่าวแซวเมื่อเดินมาถึงหญิงสาวผิวขาวหน้าหมวย ร่างอิ่มอวบระยะสุดท้ายที่สวมชุดเดรสสีฟ้าอ่อนทับด้วยเสื้อสูทสีน้ำเงินเข้ม หล่อนเดินออกมาจากมุมกาแฟแล้วก็ถือแก้วค้างมองตามหลังตรงผึ่งผายของเจ้านายตาเพ้อๆ ปรอยๆ เหมือนหญิงสาวหลายคนในนี้
"อุ๊ย... คุณเป้... ต๊าย! หยาบคาย... น้ำหม่งน้ำหมากอะไรกันค้า เจ๊เปล่าคิดนะคนดี..."
เจ๊รีบพูดแก้ตัวพลางค้อนปะหลับปะเหลือกอย่างเสแสร้ง ยกมือขึ้นปาดริมฝีปากแผล็บอย่างน่าขบขัน ปริสาหัวเราะคิกคักออกมาอย่างร่าเริงกับซีนนี้ที่เห็นบ่อยๆ ยามที่หล่อนได้ตามเจ้านายใหญ่มาที่นี่
เจ๊นิ้ง... หรือชื่อเต็มๆว่า คนึงนิจ เป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่เก่งและคุณภาพคับไซส์ เธอเป็นสาวใหญ่วัย 40 ปี โสดสนิทและเชื่อมั่นในคานทองเสริมเพชรของตัวเองเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่ยั่งยืนนาน ไม่มีวี่แววว่าจะพังครืนลงมาได้ทั้งในอนาคตอันใกล้นี้หรืออันไกลโพ้น
"วันนี้ทำไมมาได้ละค้า ไหนว่าหยุดไง"
เจ๊นิ้งถามอย่างสนิทสนมคุ้นเคย เจ๊ทำงานที่นี่ตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี รวมศิริอายุการทำงานก็สิบเจ็ดปีเข้าไปแล้ว อยู่มาตั้งแต่สมัยบิดามารดาของฟาริศยังบริหารงานอยู่ที่นี่ เจ๊นิ้งรู้จักปริสาตั้งแต่ตอนหญิงสาวอยู่มัธยมปลาย คือหลังจากเรียนจบมัธยมต้นที่เชียงใหม่ ปริสาก็ย้ายเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ เป็นช่วงที่ฟาริศกลับมาจากอังกฤษและเข้าบริหารงานที่นี่พอดี ปริสาจึงได้มีโอกาสมาออฟฟิศด้วยตามโอกาส จึงได้รู้จักกับเจ๊นิ้ง เจ๊นิ้งถือเป็นบุคลากรผู้ทรงคุณค่าและเป็นที่ไว้วางใจคนหนึ่งของบริษัท
"ก็บอสไม่ยอมให้เป้หยุดน่ะสิ บ้าชะมัด!"
"อุ๊ย ไม่บ้าหรอกค่ะ ใครๆ ก็พากันอิจฉาคุณเป้กันทั้งนั้นที่ได้มีโอกาสอยู่รับใช้ใกล้ชิดเสมือนเงาของบอสแบบนี้ เออ... ว่าแต่คุณเป้ทราบหรือยังคะว่าอรภาถูกคุณสาธิตขอให้ไปช่วยตรงหน้าห้องบอสชั่วคราวหลังจากพี่สาวของเจ้าหล่อนลาออกน่ะ"
เจ๊นิ้งกระซิบกระซาบบอกข่าวล่าสุด ปริสาทำตาโตแปลกใจ
"จริงเหรอคะ คุณสาธิตไม่ได้ปรึกษาบอสแน่เลยงานนี้ วันนี้บอสเขาให้เป้มาช่วยงานที่คุณอรนุชเคยทำ โอ๊ะ... สวดมนต์ให้คุณสาธิตด่วน... เดี๋ยวโดนด่าแหลกแจกเละแน่..."
ปริสากล่าวด้วยน้ำเสียงเสียวแทนสาธิต เพราะหล่อนทราบดีว่าเจ้านายเฮี้ยบมากกับเรื่องที่ใครปฏิบัติเกินคำสั่ง
"นั่นสิคะ... คุณสาธิตทำงี้เจ๊ไม่ชอบเลยค่ะ เฮียโดนแน่งานนี้ เจ๊ก็อุตส่าห์แอบกระซิบบอกไปแล้วนะ ว่าถ้าเจ้านายไม่ได้สั่งอย่าหาทำ แต่เห็นบอกว่าเขามีงานเร่งด่วนเข้ามา เลยต้องหาคนแทนไปก่อนสำหรับวันนี้... คงจะเห็นเรซูเมว่าเจ้าหล่อนจบเลขาฯมามั้ง คุณเป้รีบไปเถอะค่ะ ยัยอรภาน่ะมาตั้งแต่ไก่โห่แล้ว นางแต่งหน้าซะสวยกริ๊บ นั่งเสนอตัวอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องโน่นแล้วล่ะ... เจ๊ไม่เข้าใจบุคลิกนางจริงๆ... เหมือนจะหงิมๆ สนิมสร้อยนะ แต่เจ๊ขอฟันธงว่านางแค่แอ๊บเรียบร้อยแต่อ่อยเก่งระดับลึกมากกกก"
เจ๊นิ้งกระซิบเน้นปริมาณด้วยเสียงลากยาว ฟังสำเนียงก็รู้ว่าหมั่นไส้อรภาอย่างหนัก ปริสาพยักหน้ารับทราบ ดวงตาคู่คมดูวาววับเพราะกำลังคิดอะไรสนุกอยู่ในหัว แค่เริ่มวันใหม่บรรยากาศก็มีแนวโน้มว่าจะสดใสและความมันส์บันเทิงก็ทำท่าว่าจะเพิ่มดีกรีสูงขึ้นไปได้อีก
"อ่อยได้อีกไม่นานหรอกเจ๊... เป้จะให้โอกาสนางสักห้าวันดีไหม เพื่อฟามยุติธรรม เพื่อให้นางได้พิสูจน์ความสามารถเรื่องงานดู... ว่านางจะเก่งกาจจนสามารถทำคะแนนกลบความอยากได้อยากโดนของนางได้มั้ย"
"เอ... เจ๊ว่าห้าวันมันมากไปมั้ง นางอยู่มาตั้งปีกว่าแล้วแต่พัฒนาการเรื่องหน้าที่การงานดูเหมือนจะวิ่งด้วยอัตราสปีดระดับเต่างอย แหม... ก็อย่างที่เรารู้กันนั่นแหละว่าเป้าหมายของนางน่ะสูงกว่านั้น... ยัยอรนุชน่ะมีอิทธิพลกับคุณสาธิตเรื่องงาน เขาเลยเกรงใจกันอยู่เนืองๆ ขนาดลาออกไปแล้วยังมีเกรงใจกันอยู่ แต่อาจจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่คุณสาธิตจะทำเพื่อตอบแทนยัยนั่นก็ได้"
"ตอบแทนด้วยการเป็นป๋าดันให้อรภางั้นเหรอคะ"
ปริสาเอานิ้วเคาะคางทำท่าครุ่นคิด
"เพื่อเห็นแก่หน้าคุณสาธิต เป้ตัดสินใจให้เจ้าหล่อนไม่เกินห้าวันก็แล้วกัน... เป้จะตามประกบเจ้านายไม่ให้ใครมาอ่อยเหยื่อได้ง่ายๆ หรอก..."
"ความจริงเจ้านายท่านให้อภิสิทธิ์คุณเป้เข้าสิงร่างได้อยู่แล้วนี่คะ"
เจ๊นิ้งกล่าวและก็ปิดปากหัวเราะ ปริสาย่นจมูกทำหน้าขยาดขนหัวลุก
"เฮ้ย... ไม่ไหวหรอกเจ๊ แค่ทำหน้าที่เสมือนเงานี่มันก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดอยู่แล้ว ถ้าถึงขนาดเข้าสิงร่างนี่คงจะได้ตายกลายเป็นวิญญาณไปจริงๆ นั่นล่ะ... เป้ไปก่อนนะ ถ้าขืนช้า เดี๋ยวจะโดนเฉ่งโทษฐานแอบแวะเม้ามอยหอยกาบ..."
ว่าแล้วหญิงสาวก็ยิ้มเก๋ให้เจ๊นิ้ง จากนั้นก็รีบก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องที่อยู่ด้านในสุด ห้องเจ้านายจะต้องเลี้ยวขวาตรงสุดทาง ตั้งอยู่แยกจากห้องของผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ที่เรียงรายอยู่ก่อนถึงสุดทางเดิน... ปริสาเลี้ยวขวาก็เห็นฟาริศยืนอยู่หน้าห้องกับสาธิต... มีอรภายืนหน้าซีดอยู่ ส่วนปิยวัฒน์เข้าไปในห้องแล้วเพื่อเอากระเป๋าไปเก็บที่โต๊ะให้เจ้านาย
"คุณไม่ต้องจัดใครให้ผมแล้วล่ะ... ผมจะให้ปริสามาลองทำไปก่อน คุณสาธิตช่วยสอนงานที่จำเป็นให้เขาด้วยก็แล้วกัน"
เสียงราบเรียบทรงอำนาจเอ่ยกับคุณสาธิต ฟาริศมองดูร่างเพรียวที่เดินเร็วๆ เข้ามาหาก่อนจะหันไปมองอรภา
