บทที่ 11 สาวๆ ของบอส
"คุณอรภา ... คุณกลับไปทำงานตามหน้าที่ของคุณตามปกติเถอะ"
เสียงทรงอำนาจเอ่ย อรภามีสีหน้าไม่ค่อยดีนักเมื่อเห็นว่าเขาไม่เอาหล่อน
"แต่ดิฉันจบด้านเลขานุการมาโดยตรงนะคะ ถ้าหากทางบริษัทให้โอกาส ดิฉันก็อยากจะใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาโดยตรงรับใช้คุณอย่างเต็มกำลังความสามารถเลยค่ะ"
อรภาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มและสุภาพ มองใบหน้าหล่อเหลาของฟาริศด้วยสายตาอ้อนวอน ประกายตาที่ซ่อนความชื่นชมหลงใหลเอาไว้อย่างไม่มิดนั้นทำให้ปริสารู้สึกเซ็ง เพราะเห็นมาเยอะ... สายตาละห้อยออดอ้อนเว้าวอนที่ผู้หญิงใช้มองคุณฟาริศ มันดูน่าสมเพชเวทนาชะมัด... หญิงสาวรู้สึกหมั่นไส้ในใจนิดหนึ่ง
"เจ้านายน่าจะให้โอกาสคุณอรภาสักนิดนะคะ... สัก... อืม หนึ่งสัปดาห์ก็ได้นี่คะ ระหว่างนี้เป้ก็จะได้เรียนรู้งานกับคุณสาธิตไปด้วย"
เสียงเสนอแนะเอ่ยแทรกขึ้น ฟาริศหันไปหรี่ตามองคนกล้าแนะนำด้วยแววตาดุ
"ใครถามความเห็นเธอไม่ทราบ... อรภากลับไปที่โต๊ะของคุณได้แล้ว คุณสาธิตเชิญในห้อง เป้เริ่มงานแรกได้แล้ว... ไปชงกาแฟมาด่วน ฉันมีประชุมตอนเก้าโมงครึ่ง"
สิ้นเสียงสั่ง ร่างสูงก็ผลักประตูห้องทำงานเข้าไปภายใน... ปริสาทำหน้ามุ่ยใส่แผ่นหลังกว้าง
"... ชงกาแฟเนี่ยนะ"
หญิงสาวเบ้ปาก เอากระเป๋าวางไว้ที่โต๊ะทำงานประจำตำแหน่งเลขาหน้าห้อง เดินไปยังห้องติดกันซึ่งเป็นห้องครัวเอนกประสงค์ จัดการชงกาแฟให้บอสตามคำสั่ง เมื่อนำกาแฟไปเสริฟให้เจ้านายเสร็จ ปริสาก็ออกมานั่งที่โต๊ะหน้าห้อง เปิดคอมพิวเตอร์ ดึงตารางงานสัปดาห์นี้ของเจ้านายใหญ่ขึ้นมาดู
วันนี้เขามีประชุมตอนเก้าโมงครึ่ง จากนั้นตอนบ่ายมีนัดคุยกับทีมตกแต่งภายในสำหรับโครงการที่เพิ่งเสร็จ ซึ่งจะต้องขับรถออกไปที่โครงการดังกล่าว ตอนเย็นมีงานเลี้ยงแฟร์เวลของมิสเตอร์รูดรอฟ
คุณสาธิตเดินออกมาพร้อมกับยิ้มให้หญิงสาว
"เดี๋ยวผมจะเอาเอกสารมาให้คุณศึกษานะครับ ผมจะดีใจมากถ้าหากเจ้านายจะไม่เปลี่ยนเลขาฯบ่อยๆ"
คุณสาธิตพูดเป็นเชิงบ่น เขาอายุอยู่ในราวห้าสิบต้นๆ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคลากรที่รอบรู้เรื่องงานในบริษัทหลายด้าน ถือว่าเป็นบุคลากรผู้ทรงคุณค่าอีกคนของบริษัท ปริสายิ้มเจื่อนนิดหนึ่ง เพราะเลขาฯเจ้านายนั้น ส่วนใหญ่ที่ต้องลาออกไปมันเป็นฝีมือของหล่อนเอง ก็เพราะปริสาได้รับคำสั่งโดยตรงจากคุณแม้นมาศให้เฝ้าดูแลสถานภาพโสดของคุณฟาริศ เลขาฯส่วนใหญ่ก็มีแต่พวกผู้หญิงที่หวังใช้เต้าไต่ขึ้นสู่ตำแหน่งเมียบอสกันทั้งนั้น ขนาดคนล่าสุดคืออรนุช ฟาริศเลือกคนที่ขี้เหร่สุดในคราวนี้ แต่ก็ไม่วายสร้างปัญหาให้จนได้ ปริสาจึงต้องจัดการไปตามหน้าที่ นี่ก็ยังเหลืออรภาอีกคนที่ปริสายังไม่เห็นว่ามีคดีชัดเจน เพราะอรนุชผู้เป็นพี่สาวเป็นคนรับมือแทนหมด แต่ปริสาก็จะให้เวลาอรภาอีกหน่อย ไม่อยากหาเรื่องหล่อนเหมือนนางอิจฉาในละคร
บอกตรงๆ เลยว่าไม่ได้อยากเป็นนางมารร้ายในชีวิตของผู้หญิงเหล่านี้ของเจ้านายเลย สาบานให้ฟ้าผ่าเสาไฟสิเอ๊า!... แต่มันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ บุญคุณของคุณท่านที่มีต่อปริสานั้น ชดใช้อย่างไรก็ไม่มีวันหมด... ดังนั้นปริสาต้องทำหน้าที่พิทักษ์คุณฟาริศให้หลุดรอดจากปากเหยี่ยวปากกาให้ได้... ส่วนผู้หญิงที่ถูกหิ้วมาให้ความสำราญชั่วคราวนั้น ปริสาไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่... จากประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น เห็นแล้วว่าคุณฟาริศไม่เคยจริงจังกับใคร และจะหิ้วแต่คนที่ตกลงกันได้ด้วยเช็คเลขสวยเท่านั้น
"ถ้าคุณเป้มาทำงานให้คุณฟาริศ ผมก็คงจะโล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอกแน่... คุณเป้ช่วยพิจารณาด้วยนะ ถือว่าสงเคราะห์คนแก่อย่างผม"
สาธิตพูดเสร็จก็ยิ้มบางให้หญิงสาวที่เขาเห็นมาตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลาย
"เอ่อ... เป้ยังไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่เป้เรียนด้านการโรงแรมฯ ก็หวังจะไปช่วยพวกท่านๆ ทำงานที่โรงแรมมากกว่า เป้ไม่รู้เรื่องงานด้านเลขานุการเลยสักนิดเดียวค่ะ"
ที่เลือกเรียนการโรงแรมฯ ก็เพราะเหตุผลที่อยากทำงานตอบแทนบุญคุณนั่นแหละ เพราะโรงแรมและรีสอร์ตมันเป็นธุรกิจหลักของตระกูลนี้
"แต่ถ้าคุณฟาริศต้องการ คุณคงจะขัดไม่ได้หรอกมั้ง... คุณเป็นคนเก่งและเรียนรู้เร็ว ผมรับรองว่าคุณจะเป็นงานในไม่ช้าถ้าหากตั้งใจจริงๆ"
ดูเหมือนคุณสาธิตจะกำลังตั้งใจตะล่อมโน้มน้าวหล่อนชอบกล ปริสาไม่รู้ว่าเจ้านายได้คุยอะไรกับเขา แต่ถ้าปริสาไม่อยากทำซะอย่าง... หล่อนก็แค่แกล้งเรียนรู้แบบขอไปที แสร้งไม่เก่งไม่ดีไม่รู้เรื่องและทำให้ไม่ถูกใจเจ้านายก็แค่นั้นเอง... รับรองว่าคุณริศจะต้องรำคาญและรีบไล่ตะเพิดให้กลับไปทำงานที่โรงแรมแทบไม่ทัน
ปิยวัฒน์ออกมาจากออฟฟิศเจ้านาย ปริสายิ้มให้เขา เป็นที่รู้กันว่าเขากำลังจะกลับไปที่โรงแรมเพื่อเอาของสำคัญไปสต็อกไว้ในห้องสวีทของเจ้านาย คุณสาธิตหอบเอกสารมาให้อ่านและเรียนรู้ เจ้านายเข้าประชุมตามตาราง เสร็จประชุมตอนเที่ยงวัน
"เดี๋ยวไปกินข้าวกันที่ร้านอาหารใกล้โครงการก็แล้วกัน พอบ่ายจะได้เข้าไปเลย" เสียงเจ้านายเอ่ยบอก
"ค่ะเจ้านาย"
เลขาฯ จำเป็นรับคำอย่างกระตือรือร้น เพราะชอบการออกไปผจญภัยข้างนอกกล่องสูงมากกว่าการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แบบนี้
โครงการคอนโดมิเนียม FP Grand Condotel เป็นอาคารที่อยู่อาศัยสไตล์โมเดิร์นที่เน้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม โครงการนี้เป็นโครงการของฟาริศโดยเฉพาะ เขาเริ่มแพลนและเริ่มลงโครงการที่หนึ่งตอนที่กลับจากอังกฤษได้ระยะหนึ่ง
F นั้นมาจากฟาริศ และ P นั้นมาจาก ปกรณ์ ชื่อของเพื่อนสนิทที่เขารักมาก เพื่อนที่ยอมเสียสละชีวิตให้ฟาริศได้มีลมหายใจอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ โครงการประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่เริ่ม ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จ ปัจจุบันเป็นโครงการที่ห้าแล้วและถูกจองเต็มตั้งแต่เริ่มเช่นเคย
เงินกำไรส่วนหนึ่งที่ได้จากโครงการส่วนตัวนี้ ฟาริศบริจาคเข้ามูลนิธิต่างๆ เพื่อทำบุญช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและด้านการศึกษา ตั้งใจแผ่อานิสงส์ผลบุญที่เกิดขึ้นทั้งหมดไปถึงวิญญาณของปกรณ์ เสียงโทรศัพท์ของฟาริศดังขึ้น เขานั่งที่เบาะหลัง โดยปริสานั่งเบาะหน้าข้างปิยวัฒน์ผู้ทำหน้าที่คนขับ
"สวัสดีครับแม่" เสียงห้าวทักทายผู้เป็นมารดา
"หายเงียบไปเลยนะตาริศ เมื่อคืนแม่โทรหาตอนสองทุ่มทำไมไม่รับสาย" ผู้เป็นแม่ต่อว่าทันที
