บทที่ 12 สาวๆ ของบอส

"อืม... ผมกำลังอยู่ในงานเลี้ยงครับแม่ ปิดเสียงโทรศัพท์เอาไว้"

เขาตอบเสียงเรื่อยๆ กับผู้เป็นแม่

"แม่บอกเอาไว้แล้วว่าจะโทรหาตอนสองทุ่ม เราไม่แยแสไม่แคร์จะจดจำเลยสินะ แม่มันไม่ใช่สาวๆ ของลูกนี่นะ!"

มารดาทำเสียงตัดพ้อ

"โธ่... ผมขอโทษครับแม่ มันยุ่งๆ กลับมาถึงก็ดึกดื่น อีกอย่าง ผมไม่ค่อยสบายด้วยเลยรู้สึกเบลอๆ ไม่เชื่อถามเป้ดูสิครับ"

เขาเอ่ย ฟาริศรู้ว่ารายนั้นจะต้องโทรรายงานความประพฤติของเขาต่อมารดาอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งอยู่แล้ว ชายหนุ่มปรายตามองศีรษะเล็กที่หันขวับมามองเมื่อเขาพาดพิงถึงเจ้าหล่อน ใบหน้าเรียวทำตาโตสนใจอยากรู้ตามปกติของเด็กแส่!

"วันเกิดแม่ ริศจะมาถึงวันไหนลูก? น้องดาเขาคงจะลืมหน้าเราไปแล้วมั้ง ปีนี้ริศ 32 แล้วนะ แม่กับพ่อก็แก่ตัวลงทุกวัน อยากจะอุ้มหลานกันเต็มทีแล้ว เห็นใจพ่อแม่บ้างเถอะ... น้องดาเองเขาก็รอเราอยู่ ว่าเมื่อไหร่ริศจะพูดออกมาซะที ผู้หญิงสวยๆ น่ะหาได้เกลื่อนโลก แต่ผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งนิสัยดีอย่างน้องดาน่ะ หาไม่ได้ง่ายๆ นะตาริศ... การศึกษา ฐานะและชาติตระกูลรึ ก็เพียบพร้อม เหมาะสมกับลูกทุกอย่าง... ถ้าขืนมัวชักช้า... ระวังคนอื่นจะคว้าไปครองนะ แม่โทรมาเตือนจนเหนื่อยใจแล้วนี่ จะต้องให้ขอร้องเรายังไงอีก"

มารดาร่ายยาวเหยียด ทำเสียงเหนื่อยระอาในตอนท้าย ฟาริศจุดยิ้มกับการพูดไม่มีจุดฟุลสต็อปของผู้ให้กำเนิด

"ก็ไหนแม่เคยพูดว่า... คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกันไงละครับ... ถ้าหากน้องดาเขาเป็นคู่ของผมแล้ว ก็คงจะได้ลงเอยกันแน่ ตอนนี้ผมกำลังยุ่งกับงานมาก และน้องดาเองเขาก็มีร้านต้องดูแลเหมือนกัน"

"ย่ะ! ทีอย่างนี้ล่ะจำได้ไม่ลืมนะ... บางทีถึงคู่กันมันก็แคล้วได้ ถ้าหากเราไม่สนใจจะสืบสานสายสัมพันธ์กันต่อจากชาติที่แล้ว... แล้วเราโทรไปหาน้องเขาบ้างหรือเปล่า ผู้หญิงเขาก็อายุ 26 แล้วนะ... ยัยหนูเล็กเขาก็เป็นห่วงเพื่อนของเขาว่าจะมาอกหักรักคุดเพราะพี่ชายตัวเอง... เรามันทำอืดอาดเรื่อยเฉื่อยเกินไปสำหรับเรื่องของน้องดาน่ะ... รู้ไหมว่าพ่อแม่แทบจะวางหน้าไม่ถูกกันแล้ว เวลาที่ต้องพบปะกับพ่อแม่ของน้องดาเขา... เราไม่ได้รังเกียจน้องเขาไม่ใช่หรือตาริศ"

"ไอ้รังเกียจน่ะไม่ได้รังเกียจหรอกครับ แต่ผมไม่มีเวลาจริงๆ คุณแม่ก็ทราบว่าตอนนี้ผมเพิ่งเริ่มโครงการใหม่สองสามโครงการ"

"ถ้างั้นวันเกิดแม่เดือนหน้านี้ เรากลับมาเชียงใหม่ มาคุยกันให้รู้เรื่อง อาจจะหมั้นหมายน้องเขาเอาไว้ก่อนสักปีสองปี ดีไหม... อย่างน้อยก็ให้ผู้ใหญ่ฝ่ายโน้นเขามั่นใจว่าทางฝ่ายเรารักษาคำพูด ริศเองปีหนึ่งก็เจอน้องเขาแค่ไม่กี่ครั้ง... น่าจะหาเวลามาทำความคุ้นเคยกันบ้าง"

"โห ยาวเลยนะฮะแม่ เอาเป็นว่าผมจะพยายามหาเวลา เดือนหน้าค่อยคุยกันนะครับ... ผมจะโทรให้หนูเล็กกับนายรุตจะมาแวะกรุงเทพฯ ก่อนแล้วจะขึ้นไปพร้อมกันทั้งหมด"

เขาคุยกับมารดาอีกสองสามประโยคก็กดวางสาย ชายหนุ่มถอนหายใจ บทสนทนาที่ไม่มีอะไรใหม่นัก ฉัตรลดา เป็นหญิงสาววัย 26 ปี เพื่อนของฟาริมาศ น้องสาวของเขา หญิงสาวชาวเหนือผิวนวล ยิ้มหวานและนิสัยสุภาพน่ารัก ครอบครัวของเขากับครอบครัวของเธอสนิทกันเพราะแม่เป็นเพื่อนรักกัน สองแม่อยากให้ลูกจับคู่กัน และได้พูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ เป็นสัญญาทางวาจาคำพูด

เขาไม่ได้รังเกียจฉัตรลดา แต่รู้สึกว่ายังไม่อยากแต่งงาน... เขารักชีวิตโสดอิสระที่เป็นอยู่และยังสนุกกับงานมาก ชีวิตที่ไม่มีพันธะทางครอบครัวมาคือสวรรค์อย่างแท้จริง ผู้ชายฐานะอย่างเขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อนแต่งงานเลยสักนิดเดียว

ปริสาพอจะเดาออกว่าคุณแม้นมาศโทรมาคุยกับเจ้านายเรื่องอะไร... ฉัตรลดา... หญิงสาวสวยหวานน่ารักและมนุษยสัมพันธ์ดีเพื่อนพี่หนูเล็ก ผู้ถูกกำหนดจับจองเอาไว้ให้คุณฟาริศ นั่นเองเป็นสาเหตุที่คุณแม้นมาศสั่งปริสาให้คอยจับตามองพฤติกรรมของผู้เป็นลูกชายคนโตและคอยกันสาวๆ ให้ออกห่างเขาให้มากๆ ที่สุด ถ้าคนไหนตื๊อมากๆ ก็ต้องหาวิธีกำจัด เดือนหน้าจะเป็นวันเกิดของคุณท่าน ปริสาจะได้พบกับพี่รุตพี่หนูเล็กและพี่ฉัตรลดา รู้สึกดีใจสุดๆ เพราะไม่ได้เจอกันนานแล้ว

เมื่อไปถึงร้านอาหาร ปริสาก็รีบลงจากรถ ฟาริศก้าวลงตามมา ปิยวัฒน์ขับรถไปหาที่จอด ฟาริศจึงเดินเข้าไปสองคน

"ริศขา... ริศจริงๆ ด้วย"

เสียงตะโกนเรียกชื่อเขา ทำให้ฟาริศหันไปมอง หญิงสาวร่างสูงเซ็กซี่สวมเสื้อแขนกุดสีเงินยวงวาววับกับกระโปรงยาวสีชมพูอ่อน ผมสีแดงอมน้ำตาลดัดเป็นลอนปล่อยสยายดูสวยเก๋ ปริสามองด้วยความทึ่ง เจ้าหล่อนเดินด้วยมาดนางพญาเข้ามายังฟาริศแล้วกอดเขาทันที แถมยังจุ๊บปากทีหนึ่ง ปริสาทำตาโต ถูกร่างสวยหุ่นนางแบบเบียดจนต้องร่นถอยหลังไปสองก้าว เจ้าหล่อนปรายตามามองปริสานิดหนึ่งเหมือนประเมินว่าหล่อนเป็นใคร การแต่งตัวของปริสาเหมือนพนักงานออฟฟิศธรรมดา เจ้าหล่อนคงจะดูออกว่าไม่ใช่คู่แข่ง จึงไม่แยแสจะขอโทษที่เบียดปริสาให้ออกห่างจากฟาริศ

"ต้า... คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่"

เสียงห้าวเอ่ยถามขึ้น ปล่อยให้หญิงสาวนาม ต้า กอดเอวเอาไว้หลวมๆ และดูเหมือนเจ้าหล่อนจะไม่แคร์สื่อ

"ต้ากลับมาได้หลายวันแล้วค่ะ คิดถึงริศม้ากมาก นี่มาทานข้าวเหรอคะ ต้าก็เพิ่งมาถึง ไม่ได้อยู่เมืองไทยซะนาน ต้าไม่ค่อยรู้จักร้านอร่อยๆ เลยค่ะ ขอนั่งกับริศด้วยคนนะคะ"

"ครับ" ฟาริศตอบ บริกรเดินมาหาและนำไปยังโต๊ะว่างที่อยู่ด้านใน

ปริสาหันซ้ายหันขวา โทรหาปิยวัฒน์เพราะเขาไม่เข้ามาสักที ปกติถ้าหากเจ้านายมีแขก ปริสามักจะแยกไปนั่งกับทรอยด์และปิยวัฒน์ แต่พวกนี้ส่วนใหญ่จะหากินเองเรียบร้อยแล้ว ปริสาเองก็ไม่ได้ออกมากินข้าวกลางวันกับเจ้านายบ่อยๆ หรอก โดยเฉพาะเวลาทำงาน หล่อนอยู่โรงแรมถ้าหากว่างจากเรียน วันนี้จึงเป็นวันที่ปริสาไม่แน่ใจว่าควรจะวางตัวเองไว้ที่ไหนดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป