บทที่ 9 สาวๆ ของบอส
ฟาริศกับปริสานั่งรถไปยังสำนักงานใหญ่ของศิริวรพัฒน์กรุ๊ป โดยมีปิยวัฒน์รับหน้าที่เป็นคนขับรถสำหรับกะกลางวันสลับให้ทรอยด์ได้หยุดพักผ่อนในวันนี้ เมื่อรถมาจอดใต้อาคาร ฟาริศก็เปิดประตูก้าวลงไปจากรถ ร่างสูงสวมสูทสีเข้มทับเสื้อเชิ้ตสีขาว ดูหล่อเหลาสมาร์ตและสง่างามน่ามอง ใบหน้าลูกครึ่งคมสัน ดวงตาสีน้ำตาลประกายทองคมกริบของเขาฉายรัศมีแห่งพลังอำนาจเข้มข้น คนที่อยู่ใกล้ในระยะสายตามักรู้สึกถึงพลังนั้นอย่างชัดเจน ทำให้อยากทำตัวลีบเล็กและหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ! ถ้าเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาก็ต้องรีบไหว้หรือค้อมศีรษะให้อย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด
ร่างสูงใหญ่ผึ่งผายเดินตรงไปยังลิฟต์ทันที ปริสารีบก้าวตามลงไปพร้อมกับปิยวัฒน์ก็คว้ากระเป๋าเอกสารสีดำของเจ้านายมาถือและกดล็อกรถ ปริสารีบเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม เอนหน้าไปคุยกับปิยวัฒน์
"คุณป้องได้ของมาหรือเปล่า"
เสียงกระซิบถามเบาๆ ปิยวัฒน์หันมามองใบหน้านวลปลั่งแก้มเป็นสีเลือดฝาดอย่างคนมีสุขภาพดีของหญิงสาวที่ก้าวเดินฉับๆ เคียงข้าง ร่างเพรียวระหงสวมเสื้อเบลาส์สีขาวแขนยาวกับกระโปรงพลีตสีน้ำเงินยาวครึ่งน่อง คาดเข็มขัดหนังสีดำ ผมยาวถักเปียเดี่ยวอันใหญ่ เปิดดวงหน้าเรียวรูปไข่ที่มีริมฝีปากมันวาวด้วยลิปปาล์ม ใบหน้าไม่แต่งแต้มขีดเขียนเมคอัปเอาเสียเลย แต่ขนตาที่ยาวงอนตามธรรมชาติ ยามเจ้าตัวกะพริบรัวๆ ก็ดูคล้ายผีเสื้อกระพือปีกนั้นดกหนาเป็นแพ ดำขลับอย่างที่ไม่ต้องพึ่งมาสคาร่า ปิยวัฒน์อมยิ้มและพยักหน้า
"อยู่ในรถแน่ะ... คุณจะให้เอากลับไปที่โรงแรมเลยหรือเปล่า ผมจะได้ปลีกตัวไปหลังจากที่ส่งเจ้านายถึงออฟฟิศแล้ว"
ปิยวัฒน์และทรอยด์นั้นสนิทกับปริสาทั้งคู่ ปิยวัฒน์เป็นชายหนุ่มเลือดไทยแท้ผิวสีแทน เขาอายุเท่ากับทรอยด์คือ 29 ปี ความจริงก็เป็นพี่หล่อนได้ แต่ก็ไม่เคยถือวิสาสะเรียกแทนตัวเองว่าพี่ นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาให้เกียรติปริสาในฐานะที่เป็นเสมือนน้องสาวคนเล็กของบอสนั่นเอง
ถึงแม้ว่าสถานะของปริสาในสายตาของคนทั่วไปนั้นไม่เคยรู้ชัดเจนว่าจริงๆ แล้วหล่อนอยู่กับครอบครัวศิริวรพัฒน์ในฐานะใดกันแน่ แต่ดูจากการที่ทุกคนในครอบครัวนี้ปฏิบัติต่อปริสาด้วยความรักและเอ็นดู ไม่ว่าจะเป็นฟีลิปส์ แม้นมาศ ฟาริศ ฟารุตหรือฟาริมาศก็ตาม ทุกคนต่างก็เมตตาอาทรต่อหญิงสาวกันถ้วนหน้า ดังนั้นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาใกล้ชิดเจ้านายจึงได้ซึมซับรับรู้ถึงสถานะพิเศษของปริสาไปโดยปริยาย แม้ว่าหล่อนจะถูกเจ้านายอย่างฟาริศจิกใช้เหมือนทาสและเอ็ดตะโรเอาในบางครั้ง แต่เจ้านายก็ไม่เคยให้ใครมากดขี่ข่มเหงปริสาได้... นอกจากเขาคนเดียวเท่านั้น... ทำนองว่า... เบ๊ข้า ใครอย่าแตะ!
"ก็ถ้าคุณสะดวกจะเป็นพระคุณอย่างสูง... ไม่ใช่อะไรหรอก เป้กลัวจะลืมน่ะ วันนี้บอสอาจจะหิ้ว นมสดทั้งเต้า กลับไปซดที่โรงแรม เมื่อคืนยิ่งอารมณ์ค้างเติ่งไปไม่ถึงดวงดาวจนไข้ขึ้นแน่ะ เพราะเป้หาคอนดอมให้ไม่ได้ คืนนี้ตาม Schedule บอสจะต้องไปร่วมงานเลี้ยงแฟร์เวลของมิสเตอร์รูดรอฟที่ฟิน่าโฮเทล คุณก็รู้ดีนี่นาว่าสาวๆ เห็นคุณฟาริศได้ที่ไหนกันล่ะ กระโจนใส่อย่างกับพวกเสือหิวแย่งเนื้อกัน... คืนนี้รับรองว่าได้นางแมวยั่วสวาทหนีบแขนติดกลับไปที่ห้องสวีทแน่ ชัวร์ป้าบ เชื่อหัวไอ้เป้สิ!"
ปิยวัฒน์กลั้นยิ้มจนหน้าแดงกับคำพูดฉอดๆ ของคนหน้าใส วาจาฉะฉานที่เอื้อนเอ่ยแต่ละคำของปริสามักสร้างความบันเทิงให้กับคนฟังไม่มากก็น้อย เขากับทรอยด์แอบเป็นแฟนคลับตัวยงของหล่อนเลยก็ว่าได้... ไม่มีใครที่จะไม่เอ็นดูปริสาถ้าหากได้รู้จักมักคุ้น ... จะมียกเว้นก็แต่พวกผู้หญิงที่มีเป้าหมายหวังครอบครองหัวใจของฟาริศเท่านั้น ที่มักรู้สึกเขม่นไม่ชอบหน้าหญิงสาวทันทีที่เห็น นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าปริสาเป็นคนที่ฟาริศให้ความสำคัญมาก มักจะเรียกใช้เรียกหาเสมอแม้ในยามที่ไม่ควรเรียกก็ตาม... อย่างเวลาพาผู้หญิงไปที่ห้องสวีทบนโรงแรม สิ่งแรกก็มักจะเรียกหาปริสาก่อน ถ้าหล่อนอยู่แถวนั้นเจ้านายก็จะต้องใช้ให้วิ่งจนหัวปั่น ปิยวัฒน์กับทรอยด์ยังเคยแอบนินทาว่าเจ้านายติดปริสาในระดับติดหนึบยิ่งกว่าซูเปอร์กลูเสียอีก
"ได้สิเป้... ผมจะจัดการให้ ผมน่ะแว้บได้อยู่แล้ว แต่คุณน่ะคงทำไม่ได้ เพราะเจ้านายไม่ยอมให้ห่างสายตาแน่"
"ก็ใช่น่ะสิ เพราะเขากลัวว่าเป้จะไปก่อเรื่องยังไงล่ะ! คราวก่อนเลขาฯ ลาออก คราวนี้คงจะกลัวเป้จะจัดให้อีกมั้ง แต่เป้เล็งยัยอรภาเอาไว้นะ ถ้านางยังอยากเล่นของสูงอยู่ละก้อ จะต้องโดนจัดการแน่... เพราะคุณท่านสั่งมาอย่างเคร่งครัดว่าให้คอยดูแลเป็นหูเป็นตาให้ท่าน เป้จะต้องไม่ทำให้ทางโน้นผิดหวังอย่างเด็ดขาด"
เสียงพ่นลมหายใจแรงๆ ออกมาและทำหน้าเมื่อยนิดหนึ่งกับภารกิจพิทักษ์ความโสดของเจ้านายตามคำสั่งของคุณแม้นมาศ มารดาของฟาริศ... สำหรับลูกชายคนโตของตระกูลที่จะต้องเป็นผู้รับถ่ายทอดอำนาจอย่างฟาริศนั้น คนที่จะมาเป็นภรรยาจะต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคุณนายแม่อย่างไม่ต้องสงสัย... และที่สำคัญ ท่านก็ได้จับจองคู่หมายเอาไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว
ปริสามองตรงไปยังลิฟต์ที่มีร่างสูงใส่สูทยืนส่งสายตาเข้มตรงมาให้ สีหน้าเคร่งจัด เขายกนาฬิกาที่ข้อแขนขึ้นมาส่องเป็นการเตือนให้เร่งฝีเท้า ทำให้ปริสากับปิยวัฒน์หยุดคุยและรีบเดินเข้าไปในลิฟต์
ตึกนี้เป็นอาคารสูงสามสิบชั้นของเครือศิริวรพัฒน์ ให้เช่าเป็นสำนักงานออฟฟิศต่างๆ ส่วนออฟฟิศของสำนักงานนั้นคือชั้นที่ 29 และชั้นที่ 30... ชั้นที่ยี่สิบเก้าใช้เป็นที่ทำงานของพนักงาน มีห้องประชุมหลายห้อง และห้องทำงานของฝ่ายบริหาร ส่วนชั้นสามสิบนั้นเป็นอพาร์เม้นต์ใหญ่สามห้องที่เจ้านายแทบไม่ได้ใช้ แต่เป็นสมัยที่บิดามารดายังคงบริหารงานที่นี่เมื่อตอนสร้างตึกนี้ใหม่ๆ ฟาริศไม่ชอบพักที่นี่ถ้าหากไม่จำเป็น... เขาไม่ชอบใช้ชีวิตในสถานที่จำเจ ทำงานที่นี่ทั้งวันแล้วยังจะต้องมานอนที่นี่อีก มันน่าเบื่อจนเกินไปสำหรับคนอย่างเขา... ดังนั้นถ้าหากขี้เกียจไปนอนที่บ้าน เขาจึงไปพักที่โรงแรมแทน
