บทที่ 2 ลงสนาม

“สิบทิศ”

เสียงหวานเอ่ยพลางวางกระป๋องเบียร์ที่ดื่มไม่หมดและเริ่มคลายความเย็นลงอย่างเสียอารมณ์ เธอจ้องหน้าเพื่อนสนิทของพี่ชายอย่างสิบทิศที่เธอไม่ค่อยจะชอบหน้าสักเท่าไหร่ตาขวาง

ซึ่งนอกจากสิบทิศจะเป็นเพื่อนสนิทของภารัณเขายังเป็นนักแข่งมือหนึ่งของสนามที่ไม่เคยมีใครเอาลง ทั้งทักษะไดรฟ์และดริฟต์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

และเพียงขวัญยังไม่เคยชนะอีกฝ่ายสักครั้ง

“เรียกดี ๆ ดิขวัญ สิบทิศเป็นรุ่นพี่เธอนะ”

“ไม่เคารพ ไม่จำเป็นต้องเรียกว่าพี่”

น้ำเสียงหวานเอ่ยด้วยความหงุดหงิดพร้อมใบหน้าที่แสดงอารมณ์นั้นออกมาอย่างไม่ปิดบัง เธอมองใบหน้านิ่งของสิบทิศที่ดูคล้ายคลึงกับเพื่อนสนิทของเธออย่างเซนเตอร์แทบไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

เพราะหมอนี่เป็นพี่ชายต่างมารดาของเพื่อนเธอ

“จะเรียกอะไรก็เรียก”

สิบทิศว่าก่อนจะหันหลังเดินลงจากไป เพียงขวัญรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการจะเดินไปที่ใดกันแน่ เธอคว้ากุญแจรถแลมโบกินีที่วางอยู่บนโต๊ะมาแล้วเดินไปยังรถของตน

“ไอ้เจต แลมโบอยู่ไหน”

เสียงหวานเดินมาถึงพิทของสนามแข่งก่อนจะเอ่ยถามลูกมือคนสนิทเสียงขุ่น ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งกอดอกบนเก้าอี้พลาสติกก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ

“เจ๊จะเอาไปทำไร นั่นลูกรักเจ๊เลยนะ”

เด็กหนุ่มปวช.ปีสองเอ่ย ขณะที่หอบเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ มากองไว้ข้างๆ รถซูเปอร์คาร์คันหนึ่งที่จอดอยู่ก่อนหน้าก่อนจะยกเบียร์เย็นๆ ขึ้นจิบเพื่อให้สดชื่น

“จะแข่ง”

“แข่งกับใครก่อน ปกติเจ๊แข่งกับใครที่ไหน”

“แข่งกับสิบทิศ”

“แค่ก!”

เจตสำลักเบียร์ที่กำลังดื่ม เพียงขวัญมองอย่างสมเพชก่อนจะขยับหนี มือของเด็กหนุ่มยกขึ้นเช็ดปากตัวเองป้อยๆ ก่อนจะมองคนที่ตนเรียกว่าเจ๊อย่างไม่เชื่อสายตา

“เจ๊ไปทำอีท่าไหนเขาถึงยอมแข่งด้วยเนี่ย”

“ก็หมอนั่นเป็นเพื่อนพี่ภารัณ นายจะถามอะไรเยอะนัก ไปเอารถฉันออกมาเช็กเดี๋ยวนี้”

“ปกติเจ๊ไม่ให้ใครแตะนะ”

“แกเป็นข้อยกเว้น พอใจหรือยัง พอใจแล้วก็ไปเอามา นี่กุญแจ ด่วน”

กุญแจรถราคาหลายสิบล้านถูกโยนส่งให้กับเจต เพียงขวัญยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูและพบว่ามีข้อความจากพี่ชายเรื่องที่เขาไปสั่งเคลียร์สนามแข่งเพื่อให้เธอกับสิบทิศได้แข่งในรอบถัดไป

มีพี่ชายเป็นเจ้าของสนามแข่งก็ดีแบบนี้แหละ

“แล้วคิดยังไงถึงไปแข่งกับเขาน้อ ยังไงก็แพ้”

เส้นความอดทนของเพียงขวัญขาดผึ่ง เธอยกเบียร์ที่เจตวางไว้ขึ้นกระดกรวดเดียวหมดและไม่สนใจว่าเบียร์กระป๋องนั้นจะไม่ใช่ของตนก็ตาม

“เฮ้ย เจ๊ นั่นเบียร์ผม”

“แกว่าไงนะเมื่อกี้”

“ที่เจ๊กระดกนั่นเบียร์ผมไง”

“ก่อนหน้านั้น”

เด็กหนุ่มที่กำลังเช็กเครื่องยนต์เพื่อความปลอดภัยในการแข่งขันชะงักมือ ก่อนจะหันมายิ้มแหยให้กับรุ่นพี่สาวที่กำลังปั้นหน้ายักษ์มองมาอย่างไม่สบอารมณ์

“แหะ ผมหยอกเล่น”

“แต่ฉันไม่เล่น เสร็จยัง เอากุญแจมาสักที”

“เสร็จแล้วคร้าบๆ อย่าหัวร้อนเกินนะเจ๊”

“ฉันจะกัดหัวแกคนแรก”

เพียงขวัญคว้ากุญแจรถยนต์คันหรูมาจากมือของรุ่นน้องคนสนิท ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์ออกไปยังจุดออกตัวที่มีเฟอร์รารี่สีดำสนิทของสิบทิศจอดรออยู่ก่อนหน้า

ธงตราหมากรุกสะบัดลงและรถสองคันก็เคลื่อนตัวออกจากจุดสตาร์ทพร้อมกัน

@ในสนามแข่ง

เสียงคำรามของเครื่องยนต์รถทั้งสองคันดังลั่นสนาม เสียงบดเบียดของยางรถไปกับพื้นถนนจนเกิดเสียงกึกก้องและกลิ่นไหม้จากการเสียดสีอย่างรุนแรง

“มึงว่าใครจะชนะไอ้เจต”

“เฮ้ย! เฮีย มาไม่ให้สุ้มให้เสียง เป็นผีหรือไงครับ”

เจตสะดุ้งเมื่อมีแขนแกร่งพาดลงมาที่บ่าพร้อมกับเสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นมาเสียดื้อๆ ภารัณมองรถยนต์สองคันที่ผลัดกันแซงและตามทำให้คนดูลุ้นไปตามๆ กัน

“ก็อยากจะเชียร์เจ๊อยู่นะเฮีย แต่เจ๊ไม่เคยชนะพี่สิบทิศอะดิ จะให้ทำไง”

“ถ้าเพียงขวัญได้ยินมึงพูดแบบนี้ได้ฆ่าปิดปากมึงหมกตู้แช่เบียร์แน่”

“เฮียอย่าพูด ผมกลัวจริง”

คนเด็กกว่าทำหน้าแหย ก่อนจะกลับไปสนใจการแข่งขันตรงหน้า เหมือนว่าฝ่ายที่นำอยู่ตอนนี้จะเป็นสิบทิศที่เร่งเครื่องนำเพียงขวัญไปจนฝุ่นตลบ ทั้งยังขับส่ายไปมาเพื่อป้องกันไม่ให้สาวสวยขับแซงขึ้นมาได้

บอกแล้วว่าสิบทิศน่ะเป็นเทพประจำสนาม

เพียงขวัญจิ๊ปากขัดใจ หากโค้งหน้าเธอไม่สามารถแซงขึ้นนำอีกฝ่ายได้ เธอจะไม่สามารถแซงเพื่อขึ้นนำและชนะในการแข่งครั้งนี้ได้

มีแต่ต้องแซงเท่านั้น

แต่แล้วเพียงขวัญก็เบิกตากว้าง เมื่อจู่ๆ รถคันที่นำเธออยู่จนเห็นแต่ฝั่งก็ผ่อนความเร็วลงและเปิดช่องโหว่เต็มไปหมด เพียงขวัญกัดฟันก่อนจะให้จังหวะนี้แซงนำขึ้นไป

เบื้องหน้าคือชัยชนะที่เธอเฝ้ารอ แลมโบกินี่คันโปรดค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าเส้นชัยไปอย่างสวยงาม แต่ใบหน้าสวยของเจ้าของรถกับไม่สบอารมณ์และฉายแววหงุดหงิดชัดเจน

เมื่อเฟอร์รารีสีดำเคลื่อนตัวมาจอดด้านหลัง เพียงขวัญสาวเท้าเข้าไปหาก่อนจะกระชากคอเสื้อของเจ้าของรถที่สูงกว่าเธอราวๆ สิบเซนติเมตรและจ้องหนาช้าด้วยแววตาที่โกรธจัด

“นายแกล้งอ่อนข้อให้ฉันทำไม!”

“พูดอะไร”

สิบทิศทำเพียงยืนล้วงกระเป๋าและมองเพียงขวัญที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟนิ่งๆ จนภารัณและเจตต้องเดินเข้ามาดูสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก

“ขวัญ…”

“นายแกล้งยอมแพ้ทำไม! คิดว่าฉันเป็นผู้หญิงเลยยอมให้งั้นเหรอ มันจะดูถูกกันมากไปแล้วนะ!”

“เพียงขวัญ ใจเย็นๆ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป