บทที่ 3 เทพประจำสนาม

ภารัณมองน้องสาวที่อารมณ์ร้อนจนถึงขีดสุด มือหนาบีบไหล่เล็กที่กำลังสั่นไหวด้วยความโมโหเบาๆ ก่อนจะดึงเพียงขวัญให้ปล่อยมือออกจากคอเสื้อของเพื่อนสนิทตัวเอง

“แยกๆ เพียงขวัญไปนั่งให้ใจเย็นก่อน สิบทิศ มึงกลับไป เดี๋ยวพรุ่งนี้กูค่อยเลี้ยงเหล้า”

สิบทิศยักไหล่ก่อนจะเดินขึ้นรถแล้วขับออกไป ปล่อยให้สาวสวยหนึ่งเดียวในสนามในฐานะนักแข่งยังคงยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่หน้า

“พี่ก็เข้าข้างแต่เพื่อนพี่อะ ดูก็รู้ว่าเขาจงใจกวนตีนขวัญ”

“ประโยคไหนที่พี่เข้าข้าง พี่แค่ต้องการให้เราใจเย็นกว่านี้”

ภารัณอยากยกมือขึ้นยีหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็กลัวผมจะเสียทรง ตอนนี้น้องสาวของตนพาลใส่ทุกอย่างเท่าที่จะพาลได้ ไม้เว้นแม้แต่ตัวเขาเอง

นี่แหละนิสัยอารมณ์ร้อนภายใต้ใบหน้าสวยๆ ของเพียงขวัญ

ปกติเพียงขวัญดูเป็นคนคลู ๆ และใจเย็นมาก แต่หากเมื่อไหร่ที่เธอฟิวขาดหรือหัวร้อนขึ้นมาจะกลายเป็นคนละคนไปในพริบตา แต่เพราะเป็นน้องสาว ภารัณจึงรู้จักวิธีรับมือกับเพียงขวัญเป็นอย่างดี

“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เลี้ยงเหล้า”

“จริงนะ”

บอกแล้ว มุกนี้ใช้ได้ผลที่สุดเพียงขวัญก็ใจเย็นลง

“จริงดิ”

“แต่ขวัญยังโมโห…”

“เอาน่า ไว้ต้องมีสักครั้งที่เราจะชนะมันจริงๆ ครั้งนี้ถ้ามันแค่กวนตีน เดี๋ยวพี่ไปด่ามันให้เอง”

ภารัณว่าก่อนจะปล่อยให้น้องสาวคนสวยของตนนั่นสงบอารมณ์อยู่ที่พิทไปก่อน

ส่วนเซนเตอร์ที่นั่งมองเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้น เดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนสาวเบา ๆ ก่อนจะตรงไปหาพริตตี้สาวที่ยืนอ่อยเขามาตั้งแต่ค่ำ

ให้มันได้แบบนี้!

เพียงขวัญเบ้ปากให้เพื่อนสนิทของตัวเองที่ทิ้งให้ตนนั่งอารมณ์ไม่ดีอยู่คนเดียวไปกับพริตตี้ แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไรนอกจากนั่งมองรถคันอื่นที่ยังประชันความเร็วอยู่เบื้องหน้า

นาฬิกาในโทรศัพท์มือถือบ่งบอกว่าตอนนี้เกือบจะตีหนึ่ง เพียงขวัญเดินไปล้างหน้าที่ก๊อกน้ำเพื่อล้างคราบเหงื่อไคลตามใบหน้าก่อนจะบิดขี้เกียจ

กลับไปนอนดีกว่า

เธอส่งข้อความไปถามเจ้าของสนามอย่างภารัณว่าจะกลับตอนไหน และได้คำตอบกลับมาว่ากลับพร้อมกัน หญิงสาวจึงส่งกุญแจรถแลมโบกินีให้กับเจตแล้วเดินตรงไปยังลานจอดรถนอกสนาม

ภารัณให้เหตุผลว่าเพราะเพียงขวัญดื่มไปเยอะ ต่างกับเขาแค่ดื่มเพียงกระป๋องเดียว เขามั่นใจว่าในสนามเพียงขวัญจะมีสติพอกับการแข่งขัน แต่ข้างนอกที่ถนนแทบจะร้างผู้คนเนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางดึกเขาไม่มั่นใจให้น้องสาวเพียงคนเดียวต้องขับรถ

“ไปคอนโดนะ”

“อือ ขวัญนอนนะ เหนื่อยอะ ปลุกด้วย”

“ครับๆ คุณหนู”

รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถ เพียงขวัญปล่อยให้ความง่วงได้ทำหน้าที่ เปลือกตาค่อยๆ ปิดลงบดบังสองนัยน์ตาสวยที่อ่อนล้า

@มหาวิทยาลัย 

ร่างบางในชุดนักศึกษาพอดีตัว สวมทับด้วยช็อปสีน้ำเงินของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เรือนผมสีบลอนซ์ถูกรวบไว้หลวมๆ ในมือมีกระเป๋าผ้าสำหรับใส่ไอแพด หนังสือและของใช้จุกจิกตามประสาผู้หญิง ส่วนมืออีกข้างถือแก้วกาแฟดำเอาไว้และยกขึ้นดูเป็นระยะ เพราะกลับถึงห้องดึกและต้องมาเรียนเช้า ความง่วงจึงเป็นอุปสรรคชิ้นโตของเพียงขวัญ

“ขวัญ ทางนี้ๆ”

เสียงของเพื่อนสนิทดังขึ้นที่โต๊ะหน้าลานวิศวะ เพียงขวัญเดินตรงไปก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยสีหน้าเซ็งๆ ‘น้ำอิง’ มองเพื่อนรักที่มีสีหน้าดูไม่ดีก่อนจะดูดนมสดเย็นในแก้วของตน

“พวกไอ้เตอร์กับไอ้เซคอะ”

“ยังไม่มาอะ ไปนอนกกสาวอยู่ที่ไหนสักที่มั้ง เซคมันบอกไปส่งน้องที่โรงเรียน”

“นินทา”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้านหลังของน้ำอิงจนทำให้สาวตัวเล็กที่สุดในกลุ่มสะดุ้งจนเกือบเผลอปล่อยแก้วน้ำหลุดมือ ดวงตากลมโตหันไปมองค้อนคนหน้าตายที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ตน

“ถ้ากูตกใจช็อกตายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ มหาลัยจะขาดคนสวยๆ แบบกูไปเลยนะ”

“เพ้อเจ้อว่ะอิง”

เซนเตอร์ตอบและเรียกเสียงโวยวายจากน้ำอิงได้เป็นอย่างดี เพลงขวัญที่ง่วงนอนอยู่ตื่นเต็มตาและขำกับสองเพื่อนสนิทที่มักจะตีกันประจำ 

มือเรียวสวยยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถโซเชียลเพื่อฆ่าเวลา ก่อนจะสะดุดเข้ากับรูปของคนที่คุ้นเคยบนหน้าไทม์ไลน์ เช้าที่สดใสของเพียงขวัญหมองลงทันตา

รูปของสิบทิศ ชายหนุ่มเรือนผมสีบลอนด์สว่าง ยืนเสยผมอยู่หน้าคณะเดียวกันกับเธอ ในชุดนักศึกษาและเสื้อช็อป จำนวนกดใจเกือบสามหมื่นคนจากหน้าแอคเคาน์คณะวิศวะของมหาวิทยาลัย

ตามมาหลอกหลอนทุกที่จริงๆ

ก่อนที่จะมีข้อความจากพี่ชายของเธอเด้งขึ้นมาทำให้เธอจำต้องกดเข้าไปดู

‘คืนนี้จะเลี้ยงเหล้า ชวนเพื่อนมาด้วยสิ’

เพียงขวัญทิ้งอารมณ์หงุดหงิดเมื่อครู่ก่อนจะยิ้มร่าออกมา เธอเป็นผู้หญิงประเภทที่แอลกอฮอล์จะเยียวยาเธอได้ทุกสิ่ง

“เฮ้ยพวกมึง เย็นนี้ว่างกันมั้ย พี่ภารัณจะเลี้ยงเหล้า”

“ไป!”

เป็นน้ำอิงที่ตอบขึ้น แม้เจ้าหล่อนจะมีใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มรวมถึงตัวเล็กพกพาง่าย แต่น้ำอิงก็เป็นสาวห้าวคนหนึ่งของคณะ ดูจากการที่เธอปะทะฝีปากกับเซนเตอร์เมื่อครู่

“ไวเชียวนะเรื่องแบบนี้”

“อยากเจอคนหล่อน่ะ ไม่ได้เจอพี่ภารัณมานานแค่ไหนแล้วนะ สมบัติคณะวิศวะเนี่ย”

“เดี๋ยวไอ้เตอร์มันหึงนะ”

เพียงขวัญเอ่ยแซวก่อนที่สองเพื่อนรักที่มักจะเถียงกันประจำทุกเวลาหันมามองหน้ากันแล้วทำสีหน้าเหมือนเห็นผี ไม่แม้แต่ผู้ชายหน้าตายอย่างเซนเตอร์เองก็ไม่ต่างกัน

“กัดลิ้นตายดีกว่า”

“มึงคิดว่ากูไม่แหยงเหรอ มึงอย่าหาพูดอีกนะขวัญ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง เพียงขวัญก้มลงตอบแชทพี่ชายเพื่อยืนยันอีกครั้งว่าจะไป ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงเพื่อเตรียมตัวขึ้นเรียน

เลิกหงุดหงิดแล้วเตรียมตัวไปกินเหล้าให้สบายใจดีกว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป