บทที่ 3 บทที่ 1.2 เด็กฝึกงาน
บทที่ 1.2 เด็กฝึกงาน
“เข้ามาสินับดาว”
“ค่ะคุณลุง”
เสียงหวานตอบรับ เดินเข้ามาในชุดนักศึกษาเพื่อจะได้ฝึกงานตามที่ได้ยื่นเอกสารขอฝึกมา ดวงตาคมตวัดมองหล่อนอย่างไม่ชอบใจแต่ต้องเก็บอาการไว้
“สวัสดีพี่เขาสิ เคยเจอกันหลายครั้งแล้วจำได้ไหม”
“จำได้ค่ะ สวัสดีค่ะ”
ยกมือไหว้เขาอย่างนอบน้อม เธอจำได้ว่าชายหนุ่มคือลูกชายของลุงเขยที่เคยเห็นหน้าค่าตามาบ้างเวลาไปที่บ้านของผู้เป็นป้า ทว่าวันหนึ่งจู่ๆ เขาก็หายไปไม่เคยเห็นในบ้านหลังนั้นอีกเลย มารู้ทีหลังว่าสิงหาย้ายไปอยู่เพนท์เฮ้าส์แทนก็เมื่อไม่กี่เดือนก่อน
“ให้ฝึกแผนกไหนครับ”
“เลขานั่นแหละ ตอนนี้ก็ให้เป็นผู้ช่วยของเลขาแกไปก่อน”
ได้แต่กลอกตาไปมาเมื่อฟังบิดาพูดจบ ไม่ใช่แค่ฝึกงานธรรมดา แต่ยังมาฝึกเป็นเลขาที่ต้องโผล่หน้ามาให้เห็นทุกวันอีกด้วย
“คุณน้ำมนต์ เข้ามาหาผมในห้องหน่อย”
กดโทรศัพท์บนโต๊ะหาเลขาสาวที่อยู่หน้าห้อง เธอเข้ามาด้านในทันทีที่ได้รับคำสั่ง อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องสอนงานให้นับดาวเอง ไม่อย่างนั้นคงอึดอัดจนระเบิดในสักวัน
“ค่ะบอส”
“เธอชื่อนับดาว จะมาฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขานะ ช่วยสอนงานด้วยล่ะ”
เขาแนะนำหญิงสาวให้น้ำมนต์รู้จัก นับดาวยกมือไหว้อย่างถ่อมตน ไม่ถือตัวว่าเป็นคนรู้จักของประธานบริหารเลยสักนิดเดียว
“สวัสดีค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ”
“ได้เลยค่ะ พี่ชื่อน้ำมนต์นะคะ เรียกพี่น้ำมนต์ก็ได้ คุณนับดาวพอจะทราบการทำงานด้านนี้บ้างไหมคะ”
คนถูกถามสั่นศีรษะ เธอเรียนมหาวิทยาลัยด้านภาษาก็จริง แต่คนที่ตัดสินใจให้เลือกทำงานนี้ก็คือผู้เป็นป้าด้วยเป็นคนส่งเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้จึงไม่อยากขัดคำสั่ง
“ในเมื่อเรียบร้อยแล้วฉันก็ขอตัวก่อน คุณน้ำมนต์ ฉันฝากหลานสาวด้วยนะ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะท่าน ดิฉันจะดูแลเป็นอย่างดีเลยค่ะ”
น้ำมนต์หันมาตอบอย่างคล่องแคล่ว เมื่อทุกอย่างเป็นที่น่าพอใจแล้ว สาธิตก็ออกจากห้องไปเพื่อกลับบ้าน เลขาสาวตามไปส่งให้แทนเจ้านาย ในห้องจึงเหลือเพียงแค่นับดาวกับสิงหาเท่านั้น
“เดี๋ยวก่อน”
“คะ?”
หล่อนหันกลับมาตามเสียงเรียกขณะกำลังจะออกจากห้องทำงานของเขาไปบ้าง สิรินาถเตือนเอาไว้ว่าการมาทำงานจะต้องระวังห้ามขัดใจชายหนุ่มอย่างเด็ดขาด
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอกับป้าของเธอมีแผนอะไรกันแน่ แต่ว่า...”
“...”
“จำเอาไว้ ถ้าอยากจะอยู่ในโลกใบเดียวกับฉันแบบไม่บุบสลายไปเสียก่อน ก็อยู่ให้ห่างอย่างน้อยสามเมตร!”
สิงหายื่นคำขาดเสียงเฉียบ นับดาวขยับแว่นตาที่สวมอยู่เล็กน้อย ตัวสั่นเป็นลูกหมาตกน้ำด้วยความกลัว ปกติเวลาเจอกันโดยบังเอิญก็ถูกอีกฝ่ายจ้องเขม็งอยู่บ่อย ๆ หากแต่นี่เป็นบทสนทนาครั้งแรกของทั้งสองคน
ระ...เรียกว่าเป็นคำขู่ได้หรือเปล่านะ
คนตัวเล็กกังวลจนเหงื่อแตกพลั่กก่อนออกจากห้องไปทันที อยู่ใกล้เขาแล้วเหมือนจะหายใจไม่ออก ช่างเป็นคนที่กดดันชาวบ้านด้วยสายตาและน้ำเสียงได้เก่งจริง ๆ
“อยู่ห่างเอาไว้คงดีที่สุดสินะ”
พูดกับตัวเองอย่างมาดมั่น เธอแค่มาทำงานเพื่ออนาคตของตนเองเท่านั้น อย่างอื่นไม่คิดจะสนใจอยู่แล้ว
คล้อยหลังจากหลานสาวแม่เลี้ยงออกจากห้องไป ชายหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาแฟนสาวที่เขาทั้งรักทั้งหลงจนไม่เป็นอันทำอะไรในแต่ละวันนอกจากคิดถึงหล่อน ‘นาตาชา’ นางแบบสุดเซ็กซี่ที่เพิ่งจะได้
โกอินเตอร์ไปไกลถึงปารีสหลังเป็นตัวท็อปอยู่ในเมืองไทยมาหลายปี เขาคบกับเธอมาเกือบสองปีแล้ว จริงจังจนถึงขั้นขอแต่งงานเชียวล่ะ
เสือร้ายที่เชี่ยวชาญเรื่องการกินเรียบทุกกระดาน กลายเป็นเสือถอดเขี้ยวเล็บเมื่อได้เจอกับเธอ
[ค่ะพี่สิงห์]
“แนตอยู่ไหนครับ เดี๋ยวพี่ไปหา”
อย่างน้อย ๆ การมีนาตาชาเป็นแฟนก็ทำให้เขาลืมเรื่องหงุดหงิดพวกนี้ไปได้บ้าง
