บทที่ 5 บทที่ 2.2 บอส
บทที่ 2.2 บอส
“คุณนับดาว ทำอะไรคะเนี่ย”
“พะ...พี่น้ำมนต์เหรอคะ”
เงยหน้าหาต้นเสียง ดีใจมากที่ในที่สุดก็มีคนมาเสียที เธอคลานหาแว่นมาเกือบสิบนาทีแล้วแต่ยังไม่เจอเลย
“พี่อยู่ทางนี้ค่ะ นั่นกระถางต้นไม้”
“เอ่อ...ค่ะ”
หันมาอีกทางด้วยใบหน้าเจื่อน ภาพที่ปรากฏในสายตาเวลาไม่ใส่แว่นคือภาพที่เหมือนถูกทำโมเสกจนมองไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร น้ำมนต์มองดูใบหน้าของเด็กฝึกงานที่ไร้แว่นจึงพอจะคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอกวาดสายตามองหาสิ่งที่หญิงสาวกำลังต้องการอย่างมาก
“แว่นอยู่นี่ค่ะคุณนับดาว”
วิ่งไปหยิบแว่นมาส่งให้ ในใจแอบสงสัยว่าจุดที่หล่อนกำลังตามหากับจุดที่แว่นตกอยู่นั้นไกลกันเกินไป ต่อให้หาทั้งวันก็คงไม่เจอหรอกแบบนี้
“ขอบคุณมากนะคะพี่น้ำมนต์ ถ้าไม่ได้พี่...นับแย่แน่ ๆ”
“ทำไมไม่ขอให้บอสช่วยหาให้ล่ะคะ คุณนับน่าจะมาก่อนบอสใช่ไหม”
ถามขณะเอากระเป๋าไปวางบนโต๊ะเพื่อเตรียมจะทำงานในวันนี้
“ค่ะ นับมาถึงตั้งแต่สามสิบนาทีก่อนแล้ว แต่ว่าคุณสิงหายังไม่มานะคะ”
“มาแล้วค่ะ พี่เห็นรถของบอสจอดอยู่”
คำตอบของน้ำมนต์ทำเอาหญิงสาวนึกถึงช่วงที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนก่อนหน้านี้
ระ...หรือว่าจะเป็นเขากันนะ
แสดงว่าชายหนุ่มก็เห็นแต่แรกแล้วน่ะสิว่าเธอกำลังเดือดร้อนในการตามหาแว่น แต่เขาก็ไม่คิดจะหยุดช่วยหรือถามไถ่แม้แต่นิดเดียว
“ถ้าอย่างนั้นคุณสิงหาคงไม่เห็นว่านับหาแว่นอยู่มั้งคะ เลยไม่ได้ทัก นับก็เลยไม่รู้ว่าเขามาแล้ว”
“กะ...ก็คงอย่างนั้น พี่ว่าเรามาเริ่มเรียนรู้งานกันต่อเลยดีกว่า เมื่อวานพี่สอนถึงไหนแล้วนะคะ”
น้ำมนต์เปลี่ยนเรื่อง เธอทำงานกับสิงหามานานตั้งแต่เขายังเป็นเพียงท่านรองประธานฯ นิสัยใจคอของเจ้านายเป็นอย่างไรย่อมรู้ดีที่สุด หล่อนมั่นใจว่าชายหนุ่มเห็นความเดือดร้อนของนับดาวชัวร์ ๆ แต่เลือกจะไม่ช่วยเหลือ
โตแต่ตัวจริง ๆ เจ้านายของเธอ!
“เดี๋ยวพี่ต้องไปดูเอกสารเข้าประชุม ฝากคุณนับเอาสัญญานี้ไปให้บอสเซ็นหน่อยนะคะ”
แฟ้มจำนวนมากถูกส่งต่อมาให้กับหญิงสาวก่อนน้ำมนต์จะวิ่งไปเข้าลิฟต์อย่างรีบร้อนเพราะอีกไม่ถึงชั่วโมงจะมีประชุมสำคัญ
นับดาวมองแฟ้มในมือด้วยสายตากังวล เขาบอกให้อยู่ห่างอย่างน้อยสามเมตร ดูท่าคงต้องเอาไม้สอยมะม่วงมาส่งเอกสารพวกนี้จากหน้าห้องให้เขาแทนเสียล่ะมั้ง เมื่อไม่มีทางเลือก หญิงสาวจำต้องแบกของเดินไปถึงห้องทำงานของท่านประธานแล้วเคาะประตู
ก๊อกๆๆ
“เข้ามา”
รออยู่ไม่กี่วินาที คนด้านในก็อนุญาตให้เข้าไปได้ หล่อนเปิดประตูช้า ๆ ก้าวเข้าห้องอย่างระมัดระวังมากที่สุดเพื่อไม่ให้การมีอยู่ของตนเองไปสะกิดต่อมโมโหอีกฝ่าย
“มะ...มีเอกสารสำคัญต้องเซ็นค่ะ”
“คุณน้ำมนต์ไปไหน”
เขาถามเสียงเขียว สายตาที่ตวัดมองมาก็คุกรุ่นเหมือนเกลียดกันมาแต่ชาติปางก่อน นับดาวพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด ถ้าออกอาการมากเกินไปอาจจะดูน่ารำคาญสำหรับสิงหาก็ได้
“พะ...พี่น้ำมนต์ไปดูเอกสารสำหรับเข้าประชุมค่ะ”
“เอามาวางไว้ เดี๋ยวเซ็นเสร็จแล้วฉันจะเรียกเอง”
ประธานหนุ่มชี้นิ้วไปยังบริเวณที่ว่างอยู่บนโต๊ะทำงาน คนตัวเล็กก้าวขาเข้าไปใกล้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ พยายามจะรักษาระยะห่างสามเมตรตามคำสั่งของเขาให้ได้มากที่สุด เธอตัดสินใจไม่เข้าไปใกล้มากกว่านั้นแล้วใช้วิธีโน้มตัวเข้าไปพร้อมยื่นมือจนสุดปลายแขน โดยมีดวงตาคมจับจ้องมองการกระทำนั้นอยู่ด้วยความสงสัย
ต้องทำได้...
ต้องวางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยท่ารักษาระยะห่างนี้ให้ได้!
โครม!
ความพยายามของหล่อนไม่สัมฤทธิผล นับดาวหน้าทิ่มลงไปกับพื้นเพราะไม่อาจต้านทานแรงโน้มถ่วงของโลกได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วชะโงกมองสภาพของเธอด้วยความแปลกใจ กระโปรงนักศึกษาเปิดขึ้นมาจนเห็นกางเกงในลายเด็กน้อยที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่
ให้ตายสิ เด็กคนนี้มันภาระชัด ๆ!
