บทที่ 4 4 คนนี้ผัวฉัน
ในจังหวะที่กำลังจะง้างมือตบหน้าอดีตคู่หมั้น สายตาของแพรวาก็ดันไปปะทะเข้ากับร่างสูงของภัทรที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล
นภัทรยืนกอดอกนิ่งๆ แววตาคมกริบที่ดูดุดันมองตรงมาที่การทะเลาะวิวาทด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่มีความสงสาร หรือเห็นใจ มีแค่ความหงุดหงิดที่เห็นคนมาทำตัววุ่นวายในอาณาเขตของเขา ใบหน้าหล่อเหลากรามเป็นสันนั่นดูเย็นชาจนน่าหมั่นไส้
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น สมองที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยแอลกอฮอล์ของแพรวาก็คิดอะไรบางอย่างออกมาอย่างรวดเร็ว
ผู้ชายตรงหน้า สูงกว่า หล่อกว่า หุ่นแซ่บกว่า รวยระดับเจ้าของอสังหาฯ และคลับหรูทั่วกรุงเทพฯ แถมยังมีอิทธิพลจนมาเฟียยังต้องเกรงใจ
แพรวาแสยะยิ้ม มุมปากยกขึ้นอย่างมาดร้าย
"ปล่อยฉันนะคิน" แพรวาพูดเสียงเย็น สะบัดแขนหลุดจากการเกาะกุมของภาคินได้สำเร็จ
"แพร จะเอาชนะให้ได้อะไรขึ้นมาวะ"
"ฉันไม่ได้จะเอาชนะ ฉันแค่จะบอกว่า แกไม่ได้สำคัญขนาดที่ฉันจะต้องมานั่งเรียกร้องความสนใจ งานแต่งที่ยกเลิกไปก็ไม่ได้ทำให้ฉันเสียดายเลยสักนิด เพราะฉันเจอคนที่ ดีกว่า แกตั้งนานแล้ว"
"พูดบ้าอะไรของแพร ใคร ไอ้หน้าไหนมันกล้ามายุ่งกับคู่หมั้นคนอื่น!" ภาคินมองซ้ายมองขวาอย่างเดือดดาล
แพรวาไม่ตอบ เธอหมุนตัวกลับ เดินตรงดิ่งไปหา คนตัวโตที่ยังคงยืนกอดอกขมวดคิ้วมองสถานการณ์อยู่
ก่อนที่นภัทรจะทันได้อ้าปากด่า แพรวาก็พุ่งเข้าประชิดตัว สองมือเรียวคว้าเข้าที่คอเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของเขา ออกแรงกระชากอย่างแรงจนนภัทรที่ไม่ได้ตั้งตัวต้องค้อมตัวลงมาตามแรงดึง
แล้วแพรวาก็เขย่งปลายเท้า จุ้บลงไปที่ปากหยักลึกของเฮียภัทรอย่างแนบแน่น
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย็นจัดของเหล้าออนเดอะร็อคแตะจมูก แพรวาหลับตาปี๋ บดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างจงใจโชว์ให้คนที่ยืนดูอยู่ข้างหลังเห็น ร่างกายกำยำของภัทรแข็งทื่อไปชั่วขณะ มือหนาที่กำลังจะยกขึ้นผลักเธอออกชะงักค้างเติ่ง
ริมฝีปากของเขาไม่ได้นุ่มนวล มันร้อนจัดและเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง แต่แพรวาก็ยังดื้อดึงขบเม้มปากล่างของเขาเบาๆ เป็นการตอกย้ำ ก่อนจะผละออกมาช้าๆ
บรรยากาศรอบบาร์เงียบกริบเหมือนกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา มีเพียงเสียงเพลง EDM ที่ยังคงดังกระหึ่มขัดกับความตกตะลึงของทุกคน
แพรวาหอบหายใจน้อยๆ หันกลับไปมองภาคินที่ยืนตาเบิกโพลง อ้าปากค้างเหมือนเห็นผี
"ชัดเจนพอไหมคิน" แพรวายกมือขึ้นเช็ดคราบลิปสติกที่เลอะมุมปากของภัทรออกอย่างเบามือ ส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบความสะใจไว้เต็มเปี่ยม "คนนี้แหละ ผัวใหม่ฉัน"
"พ แพรวา..." ภาคินชี้หน้าแพรวาสลับกับนภัทร มือสั่นเทา "นี่แพรบ้าไปแล้วเหรอ ไปคว้าเอาไอ้มาเฟียเถื่อนที่ไหนมาประชดคิน ทำแบบนี้หน้าตาบ้านแพรจะเอาไปไว้ที่ไหน!"
"เอาไว้บนหัวแกไง!" แพรวาสวนกลับทันที ขยับตัวเข้าไปยืนซ้อนอยู่ข้างๆ ภัทรอย่างเป็นธรรมชาติ "เขาชื่อเฮียภัทร เจ้าของที่นี่ และเขาดีกว่า รวยกว่า ใหญ่กว่าแกทุกอย่าง! อ้อ แล้วก็ลีลาเด็ดกว่าคนอ่อนหัดที่ทำได้แค่แอบกินเพื่อนแฟนแบบแกด้วย"
ภาคินหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหและอับอาย พุ่งตัวกะจะเข้ามาทำร้ายแพรวา "นังแพร"
แต่ยังไม่ทันที่ภาคินจะก้าวเข้ามาถึงตัว แขนแกร่งของนภัทรก็ตวัดรวบเอวบางของแพรวาเข้าไปชิดอกกว้างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสายตาดุดันที่ตวัดมองขยะอย่างภาคิน
"หยุดอยู่ตรงนั้น ถ้าไม่อยากคลานกลับออกไป" น้ำเสียงทุ้มต่ำแกมข่มขู่ของนภัทรดังทะลุเสียงเพลง ทรงพลังและน่ากลัวจนภาคินชะงัก
ภัทรหลุบตามองตัวแสบในอ้อมแขนที่ทำหน้าเชิดท้าทาย แต่ลึกๆ เขาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาน้อยๆ จากร่างกายบอบบางที่แนบชิด เขาไม่ชอบถูกใครเอามาเป็นเครื่องมือ แต่ไอ้ผู้ชายหน้าจืดตรงหน้านี่มันน่ารำคาญชะมัด
ริมฝีปากหยักของนภัทรกระตุกยิ้มมุมปากเพียงนิดเดียว เป็นยิ้มที่อันตรายจนคนมองขนลุกซู่
"การ์ด" ภัทรเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่ต้องหันไปมอง
ชายชุดดำร่างใหญ่สามคนเดินเข้ามาด้านหลังภาคินแทบจะในวินาทีเดียวกัน
"โยนขยะชิ้นนี้ออกไปหน้าร้าน แล้วจำหน้ามันไว้ ถ้ามันโผล่มาป้วนเปี้ยนใกล้ เมีย ฉันอีก หักขามันซะ"
"ปล่อยนะเว้ย กูเดินเองได้ อีแพร มึงจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้!" ภาคินโวยวายลั่นขณะถูกการ์ดตัวใหญ่หิ้วปีกทั้งสองข้างลากออกไปจากโซนวีไอพี ท่ามกลางสายตาสมเพชของลูกค้าคนอื่นๆ
เมื่อตัวปัญหาถูกจัดการจนพ้นสายตา แพรวาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอพยายามจะขยับตัวออกจากอ้อมแขนนภัทรที่รัดเอวเธอไว้แน่น
"ปล่อยได้แล้วเฮีย ขอบใจนะที่ช่วยเล่นละครตบตาไอ้เวรนั่นให้"
"ใครบอกว่าฉันเล่นละคร ค่าจ้างเป็นไม้กันหมาเมื่อกี้ จูบเดียวน่ะมันไม่พอหรอกนะ แพรวา"
