บทที่ 5 หมอดูจำเป็น
"คุณแอบชอบใครอยู่หรือเปล่าตอนนี้"
เอ่ยถามเป็นการแอบหาข้อมูล
"ก็มีบ้างค่ะ...แต่เขาไม่รู้หรอกค่ะ เขาเป็นเจ้านายฉันเอง แต่เขาไม่รู้จักฉันหรอก..."
ลินินเอ่ยบอกไปตามความจริง นึกถึงคุณวัศภัทร พิริยกิจ ชายหนุ่มร่างสูงสง่า เขาเป็นถึงเจ้าของโรงงาน แต่ลินินไม่ได้คิดอะไรซีเรียสหรอก เวลานี้แค่อยากจะทดสอบหมอดูที่คนเขาเล่าลือว่า แม่นมาก ก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าเขาทายอะไรให้รู้สึกใจกระชุ่มกระชวยได้บ้าง ก็จะถือว่าเป็นกำไรสำหรับวันนี้
"อ้าว...ก็ทำไมไม่บอกเขาไป แอบชอบอยู่แบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะคุณ"
เสียงห้าวเอ่ยตอบตามนิสัยของพวกตะวันตก ถ้าชอบก็ต้องลองจีบและลองส่งสัญญาณให้ได้รู้คำตอบกันไปเลย จะได้ไม่เสียเวลา ถ้าเขาไม่ส่งซิกนัลกลับ ก็จะได้มูฟออนต่อไป
"หมอก็ช่วยดูให้หน่อยสิคะ ว่าถ้าบอกแล้วจะมีเกณฑ์สมหวังหรือเปล่า"
ลินินเอ่ยแนะ ทำไมหมอดูจะต้องให้ลูกค้าชี้แนะด้วยนะว่าจะต้องดูอะไรยังไงบ้าง น่าจะอ่านออกมาปรู๊ดๆ เหมือนหมอดูส่วนใหญ่ เวลานี้มือใหญ่สีแทนยังคงจับมือของลินินอยู่ หญิงสาวรู้สึกถึงกระแสอุ่นไหลผ่านผิวแต่ไม่ได้คิดอะไรหรอก อีกอย่างก็ไม่กล้ามองหน้าเขานานๆ เพราะดวงตาคมเข้มเหมือนมีพลังอำนาจบางอย่างดึงดูด ถ้าจ้องนานๆ กลัวจะทำอะไรไม่ถูกและจะเผลอซุ่มซ่ามต่อหน้าเขาอีก
"อืม...หมอช่วยดูให้หน่อยสิคะว่า ดวงของฉันพอจะได้พูดคุยกับเจ้าของบริษัทไหม"
ลินินเอ่ยถามเฉพาะเจาะจงลงไปอีกหน่อย เพราะชักไม่ค่อยเชื่อความสามารถของหมอดูแล้วตอนนี้ เริ่มคิดว่าไอ้ที่โด่งดังนั่นจะต้องเป็นเพราะหน้าตา...หาใช่พรสวรรค์ในการดูดวงไม่
"เจ้าของบริษัทงั้นเหรอ"
ทศวรรษฟังแล้วก็ซ่อนยิ้มขำ เพราะเขาเองก็ถือเป็นเจ้าของบริษัทเหมือนกัน มารดาให้อำนาจพอกันกับพี่ชายผู้ซึ่งอยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร แต่ไม่รู้หรอกว่าเจ้าหล่อนไปแอบเจ้าของบริษัทที่ไหนเข้าให้
"ใช่ค่ะ มีโอกาสมั้ยคะช่วงนี้"
"อันนี้มีแน่นอน คุณได้คุยกับเขาแบบใกล้ชิดมากๆ ... อืม... บางทีเขาอาจจะถึงขั้นจับมือคุณด้วย"
"จริงเหรอคะ..."
ลินินอุทานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจจนไม่เก็บอาการ เพราะเวลาไปดูหมอเขาไม่เก็บอาการกันหรอก บางทีหมอดูยังจะรู้ความลับของเรามากกว่าเพื่อนสนิทหรือคนใกล้ชิดด้วยซ้ำไป... ถ้าคุณวัศภัทรถึงขนาดได้คุยด้วยและจับมือลินินด้วย...นั่นทำให้ลินินนึกถึงความฝันเมื่อคืนขึ้นมาทันที!...
ใช่แล้วล่ะ!... คุณวัศภัทรอาจจะเป็นผู้ชายคนนั้น...คนที่รอลินินอยู่ เพียงแต่เวลายังไม่เหมาะสม!
"จริงสิ...มีอะไรจะถามอีกไหม ความจริงดวงของคุณนั้นดีอยู่แล้วนะ แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็เท่านั้นเอง ถ้าเชื่อว่าดี มันก็ดี เชื่อว่าแย่ มันก็แย่ ดวงขึ้นอยู่กับสไตล์การใช้ชีวิต ถ้าทำดี ดวงก็ดี เข้าใจไหม"
ทศวรรษเอ่ยแนะนำตามหลักสากล สำหรับเขาทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมในปัจจุบันขณะ ถ้าทำปัจจุบันให้ดี อนาคตก็จะดีไปด้วยโดยอัตโนมัติ ทำไมต้องมาถามหมอดูในเรื่องส่วนตัวของตัวเองด้วยก็ไม่รู้ ทศวรรษเชื่อว่าไม่มีใครรู้เรื่องของตัวเองได้ดีเท่ากับคนคนนั้นอีกแล้ว
"เข้าใจค่ะ..."
ลินินเอ่ย ไม่ค่อยได้ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูดแล้วเวลานี้ เพราะหัวใจกำลังพองโตกับคำทำนายก่อนหน้านั้นที่ว่าเธอจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับคุณวัศภัทร...
"แค่นี้นะ ผมต้องไปแล้วล่ะ"
เสียงห้าวเอ่ย ปล่อยมือบางอย่างรู้สึก...แปลกๆ เหมือนมีกระแสบางอย่างคล้ายไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่าน ซึ่งคงจะเป็นไฟฟ้าสถิตในร่างกายนั่นเอง เขาเป็นวิศวกรย่อมต้องรู้ดีว่าร่างกายมนุษย์มีไฟฟ้าสถิตอยู่มากมาย ถ้าอากาศแห้งมันจะชอบทำให้เกิดกระแสเสมอ
"ค่าครูเท่าไหร่คะ"
"ค่าครูคือ..."
หมอดูจำเป็นดูเหมือนจะงงๆ เพราะเมื่อตะกี้เจ้าหล่อนให้เขาเป็นหมอ แล้วไหงมาถามเรื่องค่าครู ตกลงจะให้เป็นหมอดูหรือเป็นครูกันแน่...คนไม่มีประสบการณ์ก็อึ้งไปนาทีหนึ่ง
"ไม่เป็นไร...เอาเบอร์โทรมาก็แล้วกัน"
"ดูจากเบอร์ได้ด้วยเหรอเปล่าคะ..."
เสียงใสอุทานพลางรีบล้วงปากกาในกระเป๋าออกมา หันซ้ายหันขวาเพื่อหากระดาษ เขายื่นมือให้ ลินินจึงรีบเขียนลงไปกลางฝ่ามือของเขาอย่างตั้งใจ เวลานี้คิดอะไรก็เป็นเรื่องดูดวงไปหมด เขาไม่ตอบ รู้สึกหมอจะพูดน้อยเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเวลานี้ลินินได้รู้ในเรื่องที่ต้องการรู้มากที่สุดแล้ว
"ตกลงไม่คิดค่าครูแน่หรือคะ"
ลินินเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง คิดว่าเขาคงจะรวยมากจากแม่ยกแฟนคลับ เลยไม่สนใจคิดค่าดูจากผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ ก็ถือว่าเป็นหมอดูที่มีจรรยาบรรณและมีศีลธรรมใช้ได้ ที่ไม่ขูดรีดจากลูกค้าอย่างหน้าเลือด...
"เอาไว้ครั้งหน้า"
ทศวรรษเอ่ยออกไป ซ่อนอารมณ์ขำเอาไว้อย่างมิดชิด เออหนอ...หน้าตาก็ดี ทำไมถึงงมงายได้ขนาดนี้นะ... แต่เขาก็รู้สึกเพลินไม่น้อยกับการได้นั่งจับมือนุ่มอยู่นานหลายนาทีโดยที่เจ้าของเต็มใจ... ไม่รู้ว่าเขาบ้าไปแล้วหรือเปล่าที่แกล้งตกกระไดพลอยโจนไปกับเรื่องเหลวไหลในเช้าวันเสาร์แบบนี้
หญิงสาวยกมือไหว้ หมอดู แล้วลุกขึ้นยืน
"ขอบคุณมากนะคะ สวัสดีค่ะ"
ลินินเอ่ยลา แล้วก็รีบเดินออกจากบ้านไป หัวใจมีความอิ่มเอมมาก เวลานี้อยากจะให้ถึงวันทำงานเร็ว เพราะอยากจะไปเห็นหน้าคุณวัศภัทร... มันจะใช่วันจันทร์นี้หรือเปล่าหนอ...กับการที่เขาจะสังเกตเห็นพนักงานตัดเย็บที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดของแผนกตัดเย็บ เขาเข้ามาสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง คือวันจันทร์ เพื่อมาดูว่าทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบร้อยด้วยดี
ลินินเดินออกมาจนถึงประตูรั้ว เสียงรถแล่นตามหลังมา พร้อมกับบีบแตรจนลินินสะดุ้งตื่นจากความนึกคิด หญิงสาวหันไปมอง...ใบหน้าหล่อสุดติ่งของหมอดูโผล่ออกมา เขาสวมแว่นกันแดดสีดำ ยิ่งเท่เข้าไปใหญ่ ถือว่าเป็นหมอดูที่โมเดิร์นที่สุดเท่าที่ลินินเคยเห็นมา
"ไปด้วยกันไหม ผมกำลังจะออกไปทางปากซอย"
เสียงห้าวเอ่ยชวน ลินินก็รีบสั่นหน้า เพราะยังจำได้ถึงอาการหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเวลาอยู่ใกล้หมอดูได้ดี เขามีพลังลึกลับบางอย่างที่ลินินสัมผัสได้...พวกนี้เป็นคนมีของอย่างว่านั่นแหละ!
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนัดมอเตอร์ไซค์เอาไว้แล้ว ขอบคุณค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยแล้วก็รีบเดินออกทางประตูเล็ก รถยนต์สีดำคันหรูก็แล่นออกประตูใหญ่ที่เปิดและปิดด้วยระบบอัตโนมัติ ลินินยืนชิดรั้ว ให้รถของเขาแล่นจากไปก่อน จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรให้ป้องมารับ...
"ลืมถามว่าจะใช่วันจันทร์นี้หรือเปล่า"
ลินินพึมพำกับตัวเอง เห็นไฟท้ายรถของหมอดูอยู่ลิบๆ เขาขับรถเร็วน่าดู วิ่งฉิวราวกับขับรถแข่งยังไงยังงั้น...
หมอดูจะแม่นหรือไม่ ลินินจะคอยดูวันจันทร์ที่จะถึงนี่แหละ!
