บทที่ 8 วงล้อสื่อรัก
เมื่อได้เวลาเริ่มทำงานลินินก็นั่งประจำจักรของตัวเอง เวลาเก้าโมงเสียงแอปดวงแม่นๆ ก็ส่งข้อความมาเตือน...
ไพ่ประจำวันวันมาแล้ว...
ลินินก็รีบเปิดอ่าน...
เป็นวันที่เน้นด้านภาพลักษณ์ ระวังอุบัติเหตุในที่ทำงาน วงล้อแห่งความรักกำลังจะเริ่มหมุน
ลินินทำตาโตกับประโยคสุดท้าย...วงล้อแห่งรักกำลังจะเริ่มหมุน! โอแม่เจ้า!
แล้วไอ้ส่วนที่ว่า...เน้นภาพลักษณ์นั่นล่ะ... ลินินชะงักความคิดเมื่อหัวหน้าเดินเข้ามาหา
"นิน เดี๋ยวไปที่ห้องแก้งานหน่อยนะ มีงานเร่งงานรื้อให้นินทำ น่าจะได้ทำโอทีด้วยถ้าหากไม่เสร็จ"
หัวหน้าเอ็นดูลินินเป็นพิเศษ เพราะชอบความเย็บคล่องและเก็บงานดีของเธอ ห้องแก้งาน คือห้องที่ใช้สำหรับแก้ไขงานที่ไม่ผ่าน QC (Quality Control) คือเป็นงานที่สามารถแก้ไขให้ผ่านได้ เพราะหากไม่จำเป็นโรงงานก็ไม่อยากรีเจ็กต์งานให้เสียของและเปลืองทรัพยากร
ลินินกับเพื่อนร่วมงานอีกสี่คน รวมเป็นห้าคนก็แยกไปห้องแก้งาน ซึ่งอยู่ติดกับห้องเย็บรวมนี้เอง ในห้องนี้มีจักรทุกประเภท ทั้งจักรอุตสาหกรรมและจักรแบบใช้งานที่บ้าน ซึ่งลินินจะคุ้นเคยกับจักรแบบใช้งานที่บ้านเป็นอย่างดี เพราะแม่ใช้ยี่ห้อนี้มาตลอดชีวิตของการเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้า
"กะที่แล้วรายงานว่ามีจักรหลายหลังที่มีปัญหา เดี๋ยวช่างจะเข้ามาดูให้ตอนพักเที่ยง เราก็ทนๆ ใช้กันไปก่อนก็แล้วกัน"
หัวหน้าเอ่ย สั่งงานเสร็จก็เดินออกไป ลินินนั่งประจำที่จักรรุ่นเดียวกับของมารดาแล้วก็เริ่มเช็กตรวจสอบความพร้อมของจักร ห้องเป็นผนังกระจกใสทำให้เห็นทีมผู้บริหารเดินผ่าน...ลินินอ้าปากหวอมองตาม...
คุณวัศภัทรเดินก้าวยาวๆ นำเข้าไปห้องเย็บข้างๆ ทำให้ลินินรู้สึกเสียดายเหลือเกินที่ไม่ได้พบเขา
"หมอดูไม่เห็นแม่นเลย" หญิงสาวพึมพำ นึกตำหนิหมอดูอยู่ในใจ แต่ต่อมาก็คิดว่าอย่าเพิ่งไปว่าเขา เพราะเขาไม่ได้ระบุสักหน่อยนี่นะว่ามันจะเป็นเมื่อไหร่ แค่ทำนายว่าจะได้พูดและอาจจะถึงขั้นโดนจับมือก็เท่านั้นเอง
ลินินนั่งเย็บผ้าไปจนกระทั่งถึงช่วงเบรกสิบห้านาที ทุกคนออกไปเบรกเข้าห้องน้ำ แต่เธอกำลังเย็บติดพันอยู่จึงไม่ได้ออกไป เย็บไปเย็บมารู้สึกวงล้อจักรมันติดๆ ฝืดๆ จึงหยุด ประกอบกับผืนล่าสุดเมื่อพลิกดูฝีเข็มด้านล่างปรากฏว่าเป็นถั่วงอกอีก
"อ้าว บทจะติดขัดก็มาพร้อมกันเชียวนะ"
หญิงสาวบ่นให้กับจักร ขยับลุกขึ้นไปเอาไขควงที่โต๊ะรวมมา ก้มไปใต้จักรดึงกะโหลกกระสวยออกมาดึงดูว่าด้ายมันตึงไปหรือเปล่า ปรับเสร็จก็ใส่กลับเข้าไปใหม่ จากนั้นก็หมุนคลายวงล้อจักรซึ่งอยู่ด้านขวามือออก แต่มันแน่นจึงลุกจากเก้าอี้ไปยืนด้านหน้าจักร ใช้ทั้งสองมือหมุน ปรากฏว่าออกแรงมากไปหน่อยจนจักรมันเลื่อนปรื๊ด ลินินเสียหลักเซถลาจะหงายหลัง วงล้อจักรหลุดติดมือแล้วลอยหวือข้ามหัวไป
"ว้าย!" ลินินร้องว้ายด้วยความตกใจ
"โอ๊ย!" เสียงผู้ชายร้องด้วยความเจ็บดังอยู่ด้านหลัง มีแขนมารับร่างของลินินก่อนที่เธอจะล้มหัวฟาดพื้น สองร่างเซถอยหลังไปอีกสองสามก้าว จนกระทั่งคนที่เข้ามาช่วยสามารถยืนตั้งหลักได้ เขากอดลินินเอาไว้แน่น
"บ้าฉิบ!..." เสียงสบถดังขึ้นใกล้หู ลินินยังคงตกใจอยู่ รีบเอี้ยวหน้าไปมองคนที่รวบกอดเอวของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้ม เค้าโครงหน้าดูคุ้นๆ ลินินกะพริบตาเมื่อจ้องสบกับดวงตาสีวิสกี้...เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...ไม่นานมานี้เอง แต่จำไม่ได้เพราะเขาใส่แมสก์
"เป็นอะไรหรือเปล่าคุณ" เสียงห้าวเอ่ยถาม ลินินรีบรวบรวมสติ เขามีแมสก์ปิดจมูกอยู่จึงเห็นแค่ดวงตา
"ไม่ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ" หญิงสาวรีบเอ่ยแล้วเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนที่รู้สึกว่ามันอุ่นประหลาดดี หญิงสาวหันไปมองเขาอย่างเต็มตา เขาสวมเสื้อยูนิฟอร์มของช่างประจำโรงงาน
"คุณมาซ่อมจักรหรือคะ" ลินินเอ่ยถามออกไป ได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟหอมกรุ่นจากร่างสูง ดูเหมือนนายช่างคนนี้จะสำอางมาก ลินินไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติพวกทีมช่างจะมาดูเครื่องจักรตอนที่พนักงานพัก หรือหากมันเสียในระหว่างทำงาน แต่สำหรับลินินซึ่งเพิ่งมาทำได้สามเดือนกว่า จักรตัวเองไม่เคยเสียขณะทำงานถึงขนาดต้องเรียกช่างเลยสักครั้งเดียว
"ใช่ครับ เห็นมีรายงานว่าให้มาดู" ทศวรรษเอ่ยตอบ เขาแปลกใจที่เห็นใบหน้านวลปลั่งที่เพิ่งได้เห็นเมื่อตอนวันเสาร์ เจ้าหล่อนทำงานในโรงงานของเขาเองหรือนี่... สาวกหมอดูผู้แอบชอบเจ้านายตัวเอง...
ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า...ผู้ชายที่เจ้าหล่อนแอบชอบอยู่จะต้องเป็นพี่ชายของเขา... เอ๊ะ หรือจะเป็นผู้จัดการ? แต่ผู้จัดการหัวล้านและมีเมียแล้ว คงไม่ใช่... ส่วนวัศภัทรพี่ชายของเขานั้น ไม่น่าแปลกใจอะไรถ้าหากคนตรงหน้าจะตกหลุมเสน่ห์เข้าให้อีกคน สาวๆ พากันกรี๊ดกับความหล่อจนเป็นเรื่องปกติตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ...ที่แท้ก็เป็นแฟนคลับพี่เฟิสต์นี่เอง...ชายหนุ่มนึกขำอยู่ในใจ
สำหรับทศวรรษนั้นตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษ เขาจะไม่ค่อยได้ออกมาซ่อมจักรซึ่งเป็นงานหยุมหยิม ปล่อยให้ลูกน้องทำ เขาจะดูแลเครื่องจักรใหญ่ด้านหลังโน่น และชอบเก็บตัว อำพรางตัวเพราะขี้เกียจตกเป็นเป้าสายตาคน ยิ่งพอหมอดูไพ่ยิปซีทายว่าเนื้อคู่ของเขาเป็นคนทำงานเกี่ยวกับผ้า หรือชื่อเกี่ยวกับผ้าด้วยแล้ว ทศวรรษยิ่งต้องระวังมากขึ้น เพราะเขาหวงความโสดอิสระอย่างยิ่ง ไม่ต้องการห่วงผูกคอเร็วเกินไป เขาเพิ่งอายุยี่สิบแปดเอง ยังสนุกกับชีวิตโสดอยู่...
"อุ๊ย...หัวคุณโดนอะไรคะ มันโนปูดและแดงมากเลย"
ลินินเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นหน้าผากของเขานูนแดงน่ากลัว ทศวรรษยกมือขึ้นลูบก็ครางเจ็บ
"อูย...จะอะไรซะอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่ไอ้วงล้อจักรที่คุณเหวี่ยงข้ามหัวมาน่ะ"
ชายหนุ่มตอบทันที ตอนที่เขาเดินผลักประตูเข้ามา พอเงยหน้าก็เห็นไอ้วงล้อจักรซิงเกอร์รุ่นโบราณสมัยเยอรมันเป็นผู้ผลิตลอยหวือมาหา เขารีบยกมือรับแต่มันก็ยังมาโดนหน้าผากจนได้ และเขาไม่มีเวลาจะล้ม เพราะเห็นคนตรงหน้ากำลังจะหงายหลังหัวฟาดพื้นเข้าพอดี จนต้องรีบกระโดดเข้าไปรับ จึงเป็นอย่างที่เห็น...
ลินินทำตาโตด้วยความตกใจ มองวงล้อที่หล่นเค้เก้อยู่บนพื้น มันเหล็กของเยอรมัน...ไม่ใช่ของจีน!
