บทที่ 4 ถ่อย 4
“ตบหน้าฉันเหรอ เผียะ!” สิ้นเสียงกัมปนาทของคนโฉด มือใหญ่ก็ตวัดใส่หน้านวลเนียนทันที
โอ๊ย!
มายาวีหน้าหันไปตามแรงตบของมือใหญ่ที่ฟาดมาเต็มแรงแบบไม่นึกคิดว่าเขาจะตบเธอกลับแบบนี้ เธอหันหน้าตัวเองกลับมาพร้อมกับมีเลือดซึมที่มุมปาก แก้มขาวนวลเนียนก็แดงช้ำเขียวขึ้นมาทันตาเป็นรอยฝ่ามือใหญ่ของบุรุษ
“คนสารเลว! ถุย!”
มายาวีถุยน้ำลายผสมเลือดที่เพิ่งโดนตบปากแตกใส่หน้าของคนตรงหน้าทันที
“ตบหน้าฉันแล้วยังมาถุยน้ำลายใส่หน้าฉันอีกเหรอเด็กเวร! เผียะ!” แล้วยักษ์ก็ตวัดมือใส่หน้าของเธออีกครั้งและครั้งนี้ก็แรงกว่าเดิม
โอ๊ย!
“ผู้ชายอย่างยักษ์ทำได้ทุกอย่าง ตบคนแก่ ถีบผู้หญิงก็ทำมาแล้ว และยิ่งเป็นเด็กพยศไม่รู้ที่ของตัวเองแบบเธอ ฉันทำได้มากกว่าตบ หรือต้องการให้ฉันฆ่าเธอหึ” เขาบีบบังคับคางเล็กให้หันกลับมาเผชิญหน้าตัวเอง และเธอก็มองจ้องเขาแบบไม่หลบตาอย่างท้าทายเช่นกัน
“เด็กเวร! ท้าทายฉันเหรอ ได้เจอดีแน่ พวกมึงเข้ามาในห้องกูตอนนี้เดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเหี้ยมห้าวตะโกนร้องเรียกบอดี้การ์ดหน้าห้องของตัวเองให้เข้ามาในห้อง และพอสิ้นคำสั่งประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับบอดี้การ์ดหน้าห้องสี่คนเดินเข้ามาข้างใน
“สั่งสอนเด็กเวรนี่หน่อยซิ มันกล้าตบหน้ากู แถมถุยน้ำลายใส่กูอีก ทำให้มันลิ้มรสของโสเภณีซิ”
“ครับคุณยักษ์” ชายร่างยักษ์ทั้งสี่คนกำลังเดินเข้าไปหามายาวีตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม
“คุณยักษ์ครับ” เสริมที่เพิ่งไปทำธุระที่ธนาคารกลับมาแล้วถามถึงลูกสาวของคุณนายลุลาจากช้อย คู่หูตัวเองได้ความว่าตอนนี้อยู่ห้องของเจ้านาย เขาก็รีบตรงขึ้นมาทันที พอมาถึงก็เห็นว่าเจ้านายกำลังสั่งลูกน้องเข้ารุมโทรมเด็กสาวจึงรีบเอ่ยเรียกเจ้านาย
“ไงไอ้เสริม”
“คือเรื่อง...” เสริมหยุดนิ่งไปพร้อมมองไปทางลูกน้องของตัวเองและเด็กสาว ที่ตอนนี้กอดตัวเองร้องไห้ปานใจจะขาด
“พวกมึงออกไปได้แล้ว และล็อกห้องให้ดี อย่าให้เด็กเหี้ยนี้หนีออกไปได้ กูจะจัดการอีเด็กระยำนี้เอง” เขาสั่งเสียงเข้มแล้วเดินไปยังประตูห้องที่ตัวเองโผล่ออกมาโดยมีเสริมเดินตามไปติดๆ ส่วนบอดี้การ์ดทั้งสี่คนก็เดินออกจากห้องทำตามคำสั่งเจ้านายหนุ่มทันที ทิ้งเหลือแต่มายาวีที่ร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียว
ฮือๆๆ
“ว่าธุระของมึงมาไอ้เสริม” เมื่อมาอยู่ในห้องทำงาน เขาก็ถามเสริมทันที
“คือเรื่องที่คุณยักษ์ให้ผมไปจัดการตอนนี้เรียบร้อยแล้วนะครับ เงินทุกอย่างผมโอนโยกไปยังบัญชีที่สเปนหมดแล้วครับ”
“ดีมาก”
“แล้วลูกเลี้ยงของคุณนายลุลา นายจะทำยังไงกับเธอครับ เธอยังเด็กอยู่เลยนะครับ” เมื่อกี้มันสังเกตเห็นหน้านวลเนียนของเด็กสาวมีรอยฟกช้ำที่แก้มเนียนต่างจากตอนที่เขาเจอเมื่อตอนเช้า
“เด็กระยำนั่นเหรอ กูจะจัดการเอง มึงไม่ต้องเสือก แล้วเอาประวัติของมันมาให้กูด้วย แม่งสวยแต่ตบหน้ากู กูจะจัดให้หนัก ให้จำกูไปจนตายเลยคอยดู”
คำพูดของนายทำให้เสริมกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอด้วยความยากลำบาก ด้วยรู้ดีว่าตอนนี้ยักษ์กำลังโกรธ เพราะว่าตั้งแต่ทำงานกับชายหนุ่มมา ไม่เคยเห็นเขาโกรธเท่าวันนี้มาก่อน อาจเพราะเด็กสาวตบหน้าก็ได้ถึงโกรธ เพราะยักษ์ไม่เคยโดนผู้หญิงคนไหนทำร้ายเลยสักครั้ง นอกจากรอยเล็บข่วนของพวกหล่อนยามเริงสวาทบนเตียงเท่านั้น ที่เขาอนุญาตให้ผู้หญิงฝากไว้ที่ร่างกายของเขา
“คุณยักษ์ปรานีเด็กมันบ้างเถอะครับ แค่โดนแม่เลี้ยงเอามาใช้หนี้ขัดดอกเราก็น่าสงสารมากแล้วครับ”
“มึงควรไปบวชไอ้เสริม ไม่ควรมาทำงานกับกู”
“ขอโทษครับ”
“ไปได้แล้ว อย่าลืมเอาประวัติอีเด็กเวรนั่นมาให้กูด้วยล่ะ” เขาเอ่ยไล่พร้อมกับสั่ง จริงๆ เขารู้ดีว่ามือซ้ายของเขาเป็นพวกใจอ่อน ขี้สงสารคน ต่างจากมือขวาอย่างไอ้ช้อย รายนั้นไม่มีความสงสารเหยื่อเหมือนอย่างที่ไอ้เสริมกำลังเป็นอยู่ตอนนี้
“และอย่าลืมจัดการเรื่องหนี้สินของแม่เลี้ยงมันด้วยล่ะ ตอนนี้มันติดกูเท่าไหร่ก็บวกเพิ่มไปอีกสองแสน ไม่ต้องลดให้มัน เพราะลูกเลี้ยงของมันตบหน้ากู แถมถุยน้ำลายใส่หน้ากูอีก” พูดจบก็ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองที่ยังมีน้ำลายของเธอเปื้อนอยู่ เพราะเมื่อกี้เขามัวแต่โกรธจึงไม่ได้ลูบเช็ดน้ำลายที่โดนหน้าออก ตอนนี้อารมณ์ของเขาพอจะทุเลาลงแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลดความอยากฉีกร่างเล็กๆ ของเจ้าหล่อนลงไปเลยสักนิด
“ครับคุณยักษ์” เสริมรับคำโค้งคำนับแล้วเดินจากไปพร้อมกับได้แต่นึกสงสารชะตาชีวิตของมายาวีที่ต้องมามีแม่เลี้ยงแบบคุณนายลุลา
หึหึ
“ตบหน้ากูเหรอ อีเด็กเหี้ย!”
มือใหญ่ลูบสันกรามแกร่งตัวเองไปมาพร้อมกับขบกรามแน่นด้วยความโกรธพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนอีเมลเข้าที่หน้าจอแล็ปท็อปที่ใช้ทำงานดังขึ้น พอเห็นว่าเป็นใครส่งมาก็รีบเปิดอ่านทันที เสริมทำงานได้เร็วดีทั้งๆ ที่เพิ่งเดินออกไปจากห้องเขายังไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำ
ยักษ์เปิดอ่านประวัติของมายาวีอย่างละเอียด พร้อมกับรูปถ่ายสดใสที่แนบมา เขามองรูปถ่ายในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ผมยาวสลวยที่เห็นเมื่อกี้ถักเปียกสองข้างเป็นระเบียบ มีโบสีน้ำเงินผูกทั้งสองข้าง และยักษ์ก็เผลอยิ้มไปกับคนในรูป ที่กำลังยืนยิ้มให้ตัวเองอยู่โดยไม่รู้ตัว
“น่าสงสารจริงๆ มายาวี”
เขาอ่านประวัติของเธอแล้วก็ได้แต่พึมพำออกมากับเรื่องราวที่ได้รับรู้ แต่นี่แหละคือโชคชะตาของคน ที่พระเจ้ามักจัดสรรวางไว้รออยู่แล้ว ชีวิตที่ไม่มีอุปสรรคจะไม่เรียกว่าชีวิต เพราะอุปสรรคทุกอย่างล้วนสอนให้เรารู้จักเรียนรู้รักษาเอาตัวรอด เหมือนกับเขากว่าจะมีทุกวันนี้ได้ เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดตั้งหลายครั้ง
