บทที่ 7 โหด 7
“เก็บโต๊ะ หมดอารมณ์จะกินต่อแล้ว อ้อ...อย่าให้รู้นะว่าโทรฟ้องพ่อฉันว่าอยู่ที่นี่ฉันใช้ทำอะไรบ้าง ถ้ารู้เจอดีแน่ ‘อี’ เด็กบ้า!” เขาพูดพร้อมคว้าแก้วน้ำดื่มใกล้ๆ มือมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
เอิ้ก!
พอกินน้ำหมดแก้วก็ปล่อยเสียงเรอออกมาอย่างไร้มารยาท ณปภัชเงียบไม่ตอบ เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบดื่มให้พออิ่มแล้วลุกขึ้นเก็บโต๊ะตามคำสั่งเขาเพื่อไปทำงานอย่างที่เขาต้องการ
หฤทย์ใช้เพียงหางตามองคนตัวเล็กเก็บโต๊ะ เพิ่งได้มองได้สังเกตก็ตอนนี้ว่าเธอแต่งตัวด้วยชุดที่เรียบง่าย เสื้อยืดกางเกงยีนส์ มัดรวบผมเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง ปล่อยปอยผมมาที่ข้างแก้มทั้งสองข้าง ใบหน้าสวยจิ้มลิ้ม ริมฝีปากสวยได้รูปไร้การแต่งแต้ม ไร้เครื่องสำอาง ปากอวบอิ่มน่าจูบก็ไม่ได้ทาลิปสติก มันเป็นสีอมชมพูธรรมชาติ ยิ่งมองยิ่งทำให้คอแห้งจนต้องเดินไปรินน้ำดื่มดับกระหายกามตัวเอง แต่สายตายังคงจดจ้องคนตัวเล็กเคลื่อนไหวโดยใช้หางตาเหมือนเดิม
แม้จะรู้ว่าเขาไม่สนใจ แต่ก็รู้สึกประหม่าอายเสียวสันหลัง เหมือนว่าเขากำลังจดจ้องมองตัวเองอยู่ มือน้อยที่กำลังเก็บจานนั้นสั่นเล็กน้อย แต่ก็พยายามประคองไม่ให้สั่นจนขายหน้า เธอหยุดมือแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบดื่มน้ำอีกเมื่อรู้สึกว่าด้านหลังเย็นเยือกแปลกๆ จนรับรู้ได้ ด้วยความประม่าเลยทำให้สำลักน้ำ
แค่ก! แค่ก! แค่ก!
เธอสำลักน้ำจนต้องรีบวางแก้วน้ำไว้แล้วหยิบทิชชูมาเช็ดคราบน้ำที่ไหลตามคางมายังลำคอระหง โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ใช้เพียงหางตามองนั้นกำลังอดทนมากแค่ไหนกับปากจิ้มลิ้มน่าดูดเม้มของเธอจนต้องกำแก้วน้ำในมือแน่น ‘มึงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ไอ้โหด บ้าแล้วแน่ๆ ถึงมองว่าปากเด็กนี่น่าจูบ’ เขาต่อว่าตัวเองในใจพร้อมยกแก้วน้ำที่กำแน่นในมือกระดกดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
ณปภัชเก็บโต๊ะต่อ เธอก็ว่าตัวเองเร็วแล้ว แต่ทำไมมันเหมือนช้าเหลือเกิน อยากออกไปจากตรงนี้ไวๆ ด้วยรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยจะปลอดภัย และเป็นอย่างที่คิดเมื่อคนตัวโตเดินมาหยุดยืนด้านหลัง เธอรับรู้ได้ถึงการคุกคามจากด้านหลังจนต้องยืนเกร็งนิ่งไม่กล้าขยับตัวและเก็บจานต่อ
“เก็บต่อสิ” เสียงทุ้มห้าวดังขึ้นรดหัวเธอ เธอรับรู้ได้ถึงเสียงลมหายใจหอบถี่ของบุรุษที่มายืนอยู่ด้านหลังตัวเองจนไม่กล้าขยับตัวและมือ แต่เมื่อเขาสั่งก็ต้องข่มความตื่นกลัวตัวเองแล้วหยิบจาน แต่มือไม้กลับอ่อนแรงจนจานที่หยิบยกขึ้นหลุดมือ
เพล้ง!
“ขอโทษค่ะ” เธอเอ่ยขอโทษทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะคนที่ผิดคือเขา และยิ่งทำให้เกร็งเมื่อมือหนาของหฤทย์ยื่นมาจับมือของเธอ และการยื่นมือของเขามานั้นมันอยู่ในท่าเหมือนเขายืนสวมกอดเธอจากด้านหลังก็มิปาน ตอนนี้มือเขายื่นมาจับมือเธอรั้งไว้ไม่ให้ขยับพร้อมกับอีกมือแข็งแรงจับหัวไหล่เธอพร้อมบีบแน่นบังคับให้หมุนเอี้ยวตัวมาเผชิญหน้ากับเขา ณปภัชต่อต้านแรงของคนเถื่อนไม่ไหวจึงต้องหมุนตัวตามแรงบังคับของเขา
“จะทำอะไร” เธอถามเขาเสียงสั่นไม่มั่นคงนักเมื่อถูกบังคับให้หันมาเผชิญหน้าเขา ตอนนี้สาวน้อยแหงนเงยมองหน้าเขาที่ก้มต่ำลงมามองเธออยู่ก่อนหน้าแล้ว
อึก!
ไม่มีคำตอบให้เธอได้ยินมีเพียงเสียงกลืนน้ำลายเหนียวๆ ของคนตัวโตที่จับไหล่และมือเธอดังออกมาให้ได้ยิน เธอจ้องมองลูกกระเดือกของเขาที่เคลื่อนไหวยามเขาหายใจและกลืนน้ำลาย มือน้อยข้างที่ว่างจึงยกขึ้นดันอกแกร่งผลักเขาออกห่างเมื่อรู้ว่าตอนนี้ตัวเองจะไม่ปลอดภัย หากยังอยู่ในท่าทางแบบนี้กับหฤทย์ ผู้ชายคนนี้คาดเดาความคิดไม่ได้ ยิ่งอยู่กันสองต่อสองแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งอันตราย
ว้าย!
เธอผลักเขาออกห่าง แต่ถูกมือใหญ่ที่จับมือเล็กนั่นผละปล่อยมาตวัดรวบเอวเล็กคอดดึงรั้งตามไปจนเสียหลักเซไปซบอกแกร่งของคนหยาบกระด้าง
หึหึ
มีเพียงเสียงกลั้วขำในลำคอของเขาดังลอดออกมาพร้อมกับมือที่จับหัวไหล่เคลื่อนมาบีบคางเล็กของเธอให้แหงนเงยขึ้น ตอนนี้หฤทย์ไม่สนใจแล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของพ่อ ยิ่งได้มองปากจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อยิ่งทำให้เขารู้สึกวาบหวิวในทรวงอกจนต้องก้มหน้าโน้มลงไปบดขยี้กลีบปากอวบอิ่มของหล่อน
“อ่ะ...อื้อ” สาวน้อยเบิกตากว้างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันคือจูบแรก เขากำลังบังคับจูบเธอ ณปภัชดิ้นขัดขืนทุบตีอกแกร่งต่อต้าน แต่เขาก็กอดรัดเธอแน่นพร้อมกับรั้งท้ายทอยเธอให้แหงนเงยขึ้นให้รองรับปากหนาที่บดขยี้เอาแต่ใจกับปากของเธอ
ปากน้อยที่เม้มแน่นถูกความชำนาญของเขาล่อลวงขบเม้มริมฝีปากบนของสาวน้อยจนต้องเผลอเปิดปากและจังหวะนั้นเองเขาก็ดุนดันปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากน้อย ความนุ่มนิ่มและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสาวน้อยที่ได้ขึ้นชื่อว่า ‘แม่เลี้ยง’ กำลังทำให้เขาเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับในตอนนี้ หฤทย์ยกอุ้มร่างเล็กที่ดิ้นขัดขืนขึ้นนั่งบนโต๊ะด้านหลัง
“อ่ะ...อื้อ” ยิ่งได้สอดเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปากเล็ก หฤทย์ก็ยิ่งหยุดตัวเองไม่ได้ หักห้ามความต้องการตัวเองที่เกิดขึ้นกับแม่เลี้ยงตัวน้อยของตัวเองไม่ได้ เรียวลิ้นสากไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กจนจนมุม ก่อนจะตวัดรั้งลิ้นเธอแล้วดูดคลึงควานกลืนความหวาน
“อ่า...อื้อ” เธอพยายามดิ้นเร่าต่อต้านขัดขืน แรงที่เคยมีตอนนี้มันไม่มี ร่างน้อยของสาวน้อยวัยสิบเก้าปีอ่อนระทวยรวยแรงไปกับรสจูบดิบเถื่อน เธอได้แต่หอบหายใจและพยายามบิดเบือนเบี่ยงหน้าหลบหนีปากร้ายกาจของคนป่าเถื่อน แต่ยิ่งพยายามเขาก็ยิ่งรั้งท้ายทอยเธอแน่นไม่ยอมให้ขยับบิดหน้าหนีปากหนาของเขา
“อ่า...หวานเป็นบ้า ให้ตายสิอีบ้า! อื้ม...” เขาถอนจูบออกมาพึมพำมองจ้องปากชมพูระเรื่อของณปภัชที่บวมเจ่อขึ้นเพราะฝีมือตัวเอง สีของมันน่าดูดเม้ม และแน่นอนเขาไม่ได้หยุด เขากระแทกปากลงไปจูบเธออีกครั้งเมื่อให้เธอได้หอบหายใจเข้าเต็มปอดแล้ว
