บทที่ 8 โหด 8

“อ่ะ...อื้อ” เสียงครางอู้อี้จากปากที่บดขยี้กันดังลอดออกมาอีกครั้ง และแน่นอนว่าคนที่เพิ่งเคยมีจูบแรกนั้นตั้งรับไม่ไหว ณปภัชพยายามแล้วพยายามจะหลุดจากความน่าอายนี้แล้ว แต่ก็ไม่รอดเมื่อเขานั้นแรงเยอะ

‘จูบแรกเหรอ?’ นี่คือเสียงที่ดังขึ้นในใจของคนเถื่อน ยิ่งได้ครอบครองปากจิ้มลิ้มแสนหวานยิ่งแน่ใจว่านี่คือจูบแรกของเจ้าหล่อน แล้วเรื่องระหว่างพ่อของเขากับเด็กนี่ล่ะ มันคืออะไรกัน ทั้งสองเป็นสามีภรรยากันงั้นเหรอ เป็นแน่เหรอ

“อื้อ...เหมือนว่าจะจูบไม่เป็นด้วยซ้ำ ไม่รู้หลอกพ่อกูได้ยังไง” เมื่อแน่ใจว่าคนตัวเล็กไม่เคยจูบใครมาก่อนก็ผละตัวถอยห่างทันทีราวกับว่าเธอเป็นของร้อนก็มิปาน ทั้งๆ ที่ตอนนี้เลือดในอกนั้นร้อนรุ่มเหลือเกินและหัวใจก็เต้นแรงเมื่อได้มองจ้องปากบวมเจ่อเพราะจูบของตนเอง

ฮือ!

ไม่มีเสียงตอบกลับมีเพียงเสียงหอบหายใจของสาวน้อยที่ตอนนี้ดูไร้เดียงสาเหลือเกิน หฤทย์มองคนที่อ่อนปลวกเปียกเพราะจูบของตนแล้วอดขำเยาะเย้ยไม่ได้

เฮอะๆๆ

“อ่อนว่ะ! มารยาสินะ แบบนี้สินะ พ่อกูถึงได้หลงมึง” แล้วเขาก็เดินเช็ดปากตัวเองออกไปจากห้องทานอาหารทันที ส่วนณปภัชเมื่อเหลือตัวคนเดียวก็ยกมือขึ้นเช็ดถูปากตัวเองแรงๆ ด้วยความเจ็บปวดและเสียใจ ภาพที่เขาเดินออกไปคือภาพที่เขาเช็ดถูปากตัวเองอย่างรังเกียจปากของเธอที่แนบถูกับปากของเขา เมื่อเขารังเกียจเธอ เธอก็รังเกียจเขาเช่นกัน

“คนสารเลว!” เธอได้แต่ด่าว่าเขาลับหลังแล้วก็หันมาสนใจเก็บโต๊ะอาหารต่อ ชีวิตของณปภัชไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการได้มาเจอหฤทย์แล้ว เธอไม่น่าตกปากรับคำทำสัญญากับคุณท่านเลย ไม่น่าเลย ไม่น่าตัดสินใจพลาดแบบนี้เลย ในเมื่อตัดสินใจมาที่นี่แล้วก็ได้แต่กัดฟันฝืนทนอยู่ต่อให้ครบสามเดือนตามสัญญา และหลังจากนั้นเธอจะมีชีวิตที่เป็นอิสระจริงเหรอ?

“อึก! ห้ามร้องนะยัยไอซ์ ห้ามร้อง แกไม่ใช่คนอ่อนแอ” เธอสูดลมหายใจเข้าปอดตัวเองแรงๆ เมื่อก้อนสะอื้นตีตื้นมาจุกที่ลำคอจนมีเสียงสะอื้นหลุดออกมา เธอรีบแหงนเงยมองบนเพื่อไม่ให้น้ำตาที่เอ่อล้นดวงตาไหลอาบสองแก้มตัวเองพร้อมมือน้อยยกเช็ดน้ำตาที่จะไหลทิ้ง

“สู้นะไอซ์ แค่สามเดือนเท่านั้นที่เราต้องทนอยู่กับไอ้คนหน้าโหดใจโหดต่ำทรามพรรค์นั้น” เธอบอกตัวเองแล้วเช็ดน้ำมูกที่ไหลออกมาพร้อมน้ำตาที่กำลังอาบล้นดวงตาตัวเองออกมาทั้งๆ ที่พยายามแล้ว แต่สุดท้ายก็ปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาอยู่ดี

ฮือๆๆๆ

เธอเก็บโต๊ะอาหารไปด้วยร้องไห้ไปด้วย ยกมือเช็ดน้ำตาไปด้วย วันนี้วันเดียวเท่านั้นที่เธอจะร้องไห้ ได้แต่บอกตัวเองในใจแม้ว่าอนาคตวันข้างหน้าจะร้องไห้เหมือนตอนนี้อีกก็ได้

ฮือๆๆ

ณปภัชพยายามเลี่ยงและหลบหน้าคนโหดตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันนั้นที่ห้องรับประทานอาหาร จากที่โดนเขาปล้นจูบแรกของวัยสาวไป สาวน้อยก็เอาแต่หลบเลี่ยง เห็นเขาไกลๆ ก็รีบหลบด้วยไม่อยากจะเจออีกฝ่าย ด้วยกลัวว่าเขาจะฉวยโอกาสกับตนอีก

“วันนี้คุณไอซ์มาแต่เช้าจังเลยนะครับ” ไอ้จ้อนที่มาหานายตอนเช้าที่บ้านเหมือนทุกเช้าเดินเข้ามาในครัวตามกลิ่นอาหารที่โชยออกไปถึงด้านนอกของห้องครัว

“ค่ะ พี่จ้อน”

“แล้วเนี่ยเสร็จแล้วเหรอครับ”

“เสร็จแล้วค่ะ ไอซ์ทำข้าวต้มปลาเสร็จแล้วค่ะ และตอนนี้กำลังจะยกไปตั้งโต๊ะ”

“ให้ผมช่วยนะครับ”

“อย่าดีกว่าพี่จ้อน เดี๋ยวนายของพี่จ้อนมาเห็นค่ะ” เธอบอกเขาด้วยไม่อยากมีปัญหา แม้จะรู้ดีว่าตอนนี้เขายังไม่ตื่น เพราะเพิ่งตีห้าครึ่งเอง

“อือ...งั้นเดี๋ยวผมช่วยถือถ้วยช้อนไปแล้วกันนะครับ”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” แล้วเธอก็ยกหม้อข้าวต้มที่ทำไว้แต่พอดีให้หฤทย์กับจ้อนทาน ส่วนเธอนั้นไปทานที่โรงอาหารกับคนงาน ทานอิ่มแล้วจะกลับมาเก็บโต๊ะล้างถ้วยชามแล้วค่อยเข้าไปทำงานในไร่ เป็นแบบนี้ตั้งแต่วันที่โดนคนร้ายกาจปล้นจูบแรกไป

หฤทย์รู้ดีว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาณปภัชตั้งใจหลบหน้าตัวเอง และแน่นอนมันทำให้เขาหงุดหงิด นอนไม่ค่อยหลับ และวันนี้เขาต้องเจอหล่อนให้ได้ ต้องคุยกัน เพราะเขาไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้ หฤทย์ลูบไล้ริมฝีปากหนาตัวเองไปมาแล้วดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงอาบน้ำแต่งตัวลงมาชั้นล่าง ด้วยเวลานี้ตีห้าใกล้จะหกโมงเช้าแล้ว เขารู้ว่าเธออยู่ชั้นล่างของบ้าน เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็รีบมายังชั้นล่างทันที

หฤทย์เดินมาถึงห้องรับประทานอาหารของบ้าน เขามองไปข้างในห้องเห็นไอ้จ้อนกับณปภัชกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานและตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเผลอกำมือแน่นเข้าหากันด้วยความไม่พอใจคนทั้งสองที่กำลังพูดคุยสนิทสนมกันอยู่ข้างใน

“ไอซ์ไปก่อนนะคะพี่จ้อน แล้วเจอกันที่ไร่ค่ะ” เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอก็เอ่ยขอตัว

“ครับ แล้วเจอกันครับ วันนี้จะมีสอนตัดแต่งต้นส้มนะครับ”

“ค่ะ พี่จ้อน ไอซ์ไปนะคะ” แล้วเธอก็หมุนตัวจะเดินออกจากห้องรับประทานอาหาร แต่หันมาก็เจอกับคนหน้ายักษ์ที่จ้องมองมาทางตนเอง ณปภัชยกมือขึ้นพร้อมก้มมองนาฬิกาเรือนเล็กที่ข้อมือดูเวลา ยังไม่ถึงหกโมงเช้าแล้วทำไมวันนี้เขาถึงตื่นเช้าล่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป