บทที่ 9 โหด 9

“อ่ะ...เอ่อ สวัสดีค่ะ” เธอเอ่ยทักทายเขาเสียงสั่นด้วยไม่ได้เจอหน้ากันจะจะแบบนี้หลายวันจึงทำให้สาวน้อยทำตัวไม่ถูกว่าจะปั้นหน้ายังไงและพูดอะไรกับเขาจึงเลือกเอ่ยสวัสดีคนตัวโต

“เอ้า! นาย ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจัง หิวไหมนายเดี๋ยวไอ้จ้อนตักข้าวต้มปลาห๊อมหอมให้ครับ” ไอ้จ้อนหันไปมองนายเมื่อได้ยินณปภัชทักทายนาย แม้จะเจอกับสายตาเหี้ยมโหดกระชากวิญญาณก็เถอะ แต่มันก็ฝืนยิ้มและพูดกับนายของมัน

หฤทย์ไม่ตอบ เขาทำเพียงเดินลงส้นเท้าหนักๆ ไปดึงลากเก้าอี้ออกนั่ง ส่วนไอ้จ้อนก็รีบไปจัดการตักข้าวต้มเสิร์ฟให้นายทันที พร้อมกับรินน้ำให้เสร็จสรรพ

“กูยังไม่ได้บอกว่าจะกิน” เขาดันถ้วยข้าวต้มปลาตรงหน้าออกห่างพร้อมกับหันไปมองหน้าไอ้จ้อนอย่างคาดโทษ

“ขอโทษครับนาย งั้นไอ้จ้อนขอตัวก่อนนะครับ ผมไปนะครับคุณไอซ์” เมื่อรู้ว่าตัวเองควรอยู่ไหน ไอ้จ้อนก็รีบเอ่ยขอตัวทันที ทิ้งให้ณปภัชกับหฤทย์เผชิญหน้ากันตามลำพัง

“หลบหน้ากูทำไม”

ภาพของณปภัชกับไอ้จ้อนพูดคุยหัวเราะต่อกระซิกกันก่อนหน้ายังติดตาและทำให้เขาพาลโกรธจนเอ่ยคำหยาบออกมา

เงียบ!

‘คนอะไรหยาบคายที่สุด ต่ำช้าที่สุด’ ณปภัชไม่ตอบ แต่ต่อว่าเขาในใจ

“กูถามมึงอยู่นะ ‘อี’ เด็กหิวเงิน...กรอด!” เขาเพิ่มน้ำเสียงขึ้นและน้ำเสียงในรอบสองก็เต็มไปด้วยพลังโกรธพร้อมเสียงกัดฟันดังลอดออกมาใหได้ยิน

“ฉันพยายามแล้วนะที่จะไม่สนใจ ‘แก’ แต่แกก็ยังเอาแต่เรียกฉันว่า ‘อี’ ตลอด ทำไมกัน ถึงแกจะเกลียดฉันยังไงฉันก็เป็น ‘แม่เลี้ยง’ แกไม่ใช่เหรอ พ่อแกก็รับฉันเข้าบ้านมาแล้ว ถ้าไม่ชอบไม่ยอมรับก็ต่างคนต่างอยู่ซะสิ” เธอพอแล้ว อดทนมามากพอแล้วกับคำพูดหยาบๆ ห่ามๆ ของผู้ชายป่าเถื่อนคนนี้

“เดี๋ยวนี้กล้าเรียกกูว่า ‘แก’ เชียวเหรอ ‘อี’ เด็กเปรต! อย่าคิดว่าพ่อกูรักพ่อกูหลงแล้วกูจะทำอะไรมึงไม่ได้ อย่าลืมสิว่ามึงอยู่ถิ่นใคร...ตุ้บ!” ด้วยความเดือดดาลสันกรามแกร่งปูดโปนขึ้นเป็นสันพร้อมเสียงกัดฟันดังลอดออกมา สองมือใหญ่ทุบโต๊ะดันตัวเองลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งแล้วเดินหากวางน้อยปากดีทันที

“จะบอกอะไรให้นะ พ่อกูช่วยเหลืออะไรมึงไม่ได้หรอก ถ้ากูจะฆ่ามึงฝังท้ายไร่” เขาเดินมาบีบคางเล็กของณปภัชเต็มแรงโกรธ

“อือ...เจ็บ!” เธอยกมือทุบตีมือแข็งแรงของหฤทย์ให้ปล่อยมือจากคางตัวเอง

“ดี! จำไว้ จะได้ไม่มาปากเก่งกับกูอีก และจำไว้ว่าตัวเองเป็นแค่ลูกไก่น้อยที่รอวันตาย อย่าริมาอวดดีกับกูอีก ที่สำคัญจำไว้ด้วยว่ากูอายุมากพอเป็นพ่อมึงได้แล้วเด็กใจแตก!”

โอ๊ย!

ตุ้บ!

ด้วยความตั้งตัวไม่ทันและไม่คิดว่าเขาจะผลักตัวเองเต็มแรงจนเสียหลักล้มชนกับโต๊ะด้านหลัง

“ไสหัวไปให้พ้นหน้ากู อ้อ...ลืมบอกไป อย่าแรดให้มากนัก มึงไม่ใช่คนโสด มึงมีผัวแก่ๆ อย่างพ่อกูรอมึงอยู่ที่กรุงเทพ”

“ไม่ลืมหรอกว่าตอนนี้ฉันมีตำแหน่งอะไร ฉันเป็นแม่เลี้ยงของแก และแกก็ห้ามลืมล่ะว่าฉันเป็นแม่เลี้ยงของแก”

เธอกัดฟันตอบสวนกลับแล้วพาตัวเองเดินหนีออกจากห้องทานอาหารไปให้พ้นหน้าเขาตามที่เขาต้องการ และเธอเองก็ไม่ประสงค์จะอยู่ที่นี่ต่อ เกลียดเหลือเกินผู้ชายคนนี้ ไม่รู้อะไรเข้าสิงให้เธอตัดสินใจทำสัญญาบ้าๆ นั่นกับคุณท่านกันแน่ เพียงเพราะรูปถ่ายใบเดียวตัดสินคนไม่ได้ เธอพลาดเองที่เห็นแค่รูปก็คิดว่าเขาจะเป็นคนดี อบอุ่น อ่อนโยนกับตัวเอง แต่พอได้เจอและสัมผัสเนื้อแท้แล้ว เขามันผีห่าซาตานมาเกิดชัดๆ ถึงว่าก่อนจะลงนามในสัญญาคุณท่านถึงถามย้ำแล้วย้ำอีกว่าคิดดีแล้วรึยัง ใช่...เธอคิดดีจนทำให้ตัวเองมาเจอกับไอ้เดนนรกอย่างหฤทย์นี่ไง

“แม่งเอ๊ย! เพล้ง!” หฤทย์ปัดถ้วยข้ามต้มตรงหน้าทิ้งด้วยความเดือดดาลแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องทานอาหารไปทันที

ใต้ฟ้าเดียวกันอีกฝั่ง ตอนนี้ศิวดลที่ตื่นมาทำบุญใส่บาตรลำลึกถึงภรรยาที่รักที่จากไปกลับเข้ามาในบ้านก็มารับสายจากไอ้จ้อนที่โทรมารายงานตัวเองถึงความคืบหน้าของลูกชายคนโตของตัวเองกับว่าที่ลูกสะใภ้ที่ตัวเองประทับใจตั้งแต่แรกเจออย่างณปภัช

“มึงคอยดูไว้ไอ้จ้อน และรายงานกูมาเป็นระยะๆ ล่ะ เดี๋ยวมีเงินพิเศษให้” แล้วก็รีบกดวางสายจากไอ้จ้อนไปทันที เมื่อลูกชายคนรองเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น

“ใครโทรหาพ่อแต่เช้าครับ”

“เพื่อนน่ะ ว่าแต่เราเถอะเพิ่งตื่นหรือเพิ่งกลับ แต่เหมือนว่าชุดที่ใส่จะเป็นชุดเมื่อวานนะเลว” ศิวดลมองชุดที่ลูกชายตัวเองใส่ก็พอจะเดาได้ว่าเพิ่งกลับมาบ้าน

“พ่อเนี่ยความจำดีเหลือเกิน” ลภัชดนย์เอ่ยตอบ

“พ่อมึงแก่แต่ใช่จะความจำเสื่อม ว่าแต่ทำไมถึงกลับบ้านตอนเช้า ทำไมไม่ค้างที่อู่ล่ะ”

“พอดีทางผ่านน่ะครับ เลยแวะบ้านก่อนจะไปอู่”

“งั้นไปอาบน้ำมากินข้าวเช้าเป็นเพื่อนพ่อหน่อย”

“แล้วดีล่ะครับ ปกติดีมันจะทำหน้าที่ลูกชายที่ดีทานข้าวกับพ่อทุกเช้าทุกเย็นนี่ครับ” เขาถามถึงดิฐา น้องชายคนเล็ก

“เด็กบอกว่าเมื่อคืนเจ้าดีไม่ได้กลับ คงทำงานหนักนอนที่บริษัทนั่นแหละ”

“พ่อก็เชื่อเหรอครับว่าดีมันทำงาน”

“ถ้าเป็นแกกับไอ้โหด พี่ชายแก พ่อคงไม่เชื่อ แต่เนี่ยเป็นลูกดีไง พ่อถึงเชื่อ ไปได้แล้ว อย่าเอาความสำส่อนคาวโลกีย์ของแกไปป้ายสีใส่น้องไอ้เลว ไปอาบน้ำ พ่อจะรอกินข้าวด้วย”

“ครับผม แตะต้องไม่ได้เลยนะครับ ลูกชายคนดีของพ่อเนี่ย”

“แน่นอน” ท่านไหวไหล่ตอบลูกชายแล้วหยิบหนังสือที่วางตรงหน้าขึ้นมาเปิดอ่าน ส่วนลภัชดนย์ก็ได้แต่ไหวไหล่ให้กับคำพูดของพ่อแล้วเดินจากไป เขาและพี่ชายไม่เคยน้อยใจเลยสักครั้งที่พ่อมักเข้าข้างดิฐา น้องชายคนเล็ก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป