บทที่ 4 รักติดเรท(1) : 4
“เดี๋ยวดิฉันให้แม่บ้านเอาน้ำมาให้นะคะ เดี๋ยวผู้ช่วยต้องตาก็มาค่ะ นั่งรอสักครู่นะคะ”
“ขอบคุณครับ พนักงานสาขานี้น่ารักและเป็นกันเองจังเลยนะครับ” เอ่ยอย่างปากหวาน
“ขอบคุณค่ะ มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินมาที่สาขาเราได้ตลอดเลยนะคะ” ผู้จัดการสาขาเอ่ยบอก
“ครับผม” เขารับคำพลางนั่งลงที่เดิม เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินหายเข้าไปด้านหลังเพื่อไปตามเป้าหมายของตัวเองออกมาหาตน
“หึหึ ต้องตา...คุณหนีผมไม่พ้นหรอกคนสวย” พึมพำกับตัวเอง พลางยกยกมือขึ้นลูบไล้ริมฝีปากหนาของตัวเอง
ต้องตาถูกน้องกลิตเตอร์ไปตาม เธอก็ไม่ยอมออกมา พอเห็นผู้จัดการเข้าไปตาม หล่อนจึงเดินหน้าฝืนยิ้มออกมายังโต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วตามหลังมาคือผู้จัดการนั่นเองเดินประกบมาติด ๆ จะให้บอกยังไงดี ก็เขาไม่ใช่ลูกค้า แต่เขาเป็นหมอ หมอทะลึ่ง ลามก แถมยังสายตาหื่น ๆ ที่มักส่งมาให้เธออีก เห็นแล้วมันจั๊กจี้พิกล
“สวัสดีค่ะคุณหมอ” หล่อนรู้ชื่อเขาแต่ไม่อยากจำ ไม่อยากเอ่ยทัก เลยเรียกเพียงแค่นี้ เหมือนคนไข้ไปหาหมอทั่วไป
เมื่อเห็นคนตัวเล็กยอมออกมาเจอและนั่งลงตรงหน้าแล้ว เขาจึงรีบเอ่ยทันที
“ผมอยากให้คุณวางแผนเรื่องการเงินให้ผม คุณช่วยผมได้ไหม” เอ่ยเสียงสุขุม
“ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะให้ผู้ช่วยเจนจิราดูแลให้นะคะ พอดีว่าดิฉันต้องออกไปพบลูกค้าข้างนอกแล้วค่ะ” เมื่อเหลือบเห็นผู้ช่วยด้านบริการกลับมาพอดี หล่อนจึงเอ่ยโยนชายหนุ่มให้อีกฝ่ายดูแล
“ต้องตาลูกค้ามาหาหนูนะ ทำไมต้องให้ผู้ช่วยเจนจิราดูแล” ผู้จัดการเอ่ย สายตาของนางผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนดูก็รู้ว่านัยน์ตาของชายหนุ่มตรงหน้านั้นมันหมายถึงอะไร โอกาสที่พนักงานของนางจะได้ลงจากคานมันใกล้เข้ามาแล้วสินะ ยิ่งตอนนี้ 30 ปีแล้ว ถ้ายังเล่นตัวแล้วแบบนี้เมื่อไรจะมีข่าวดี
“แต่ผู้การคะ...หนูมีนัดกับลูกค้านะคะตอนนี้ หนูต้องรีบไป” หล่อนบอกพลางมองดูนาฬิกาที่ข้อมือของตน
“เดี๋ยวพี่ไปแทนเอง หนูอยู่ดูแลคุณ...”
“นภสินธุ์ครับ” ชายหนุ่มเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้แนะนำชื่อตัวเองกับอีกฝ่าย
“ต้องตาอยู่ดูแลคุณนภสินธุ์เถอะ พี่ไปดูแลให้เอง คุณมาราตรีน่ะ” เอ่ยจบก็เดินกลับเข้าห้องทำงานของตน เพื่อเตรียมเอกสารไปพบลูกค้าแทนผู้ช่วยของตน
“คุณต้องการอะไรคุณหมอ ว่ามาเลยค่ะ” เมื่อเห็นว่าผู้จัดการเข้าห้องไปแล้ว หล่อนจึงเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“คนสวยก็รู้ว่าผมต้องการอะไร” เอ่ยเสียงต่ำให้ได้ยินกันสองคน
“คุณจะมาที่ทำงานฉันทำไม ตอนบ่ายฉันก็จะไปพบที่โรงพยาบาลแล้ว” หล่อนบอกพร้อมกับหลบตาเขา ไม่อยากสบตาอีกฝ่าย ไม่อยากจ้องหน้า ไม่อยากพูดคุยด้วยนาน
“ก็ไปพร้อมกันเลย ผมเข้าช่วงบ่ายเหมือนกันวันนี้ ส่วนเรื่องธุรกรรมทางการเงิน ผมพูดจริงนะ ผมอยากให้คุณดูแลจัดการเงินในบัญชีให้ผม” จ้องมองคนตัวเล็กตรงหน้าที่ขมวดคิ้วไปมา
“ไปกันเถอะ ยังไงคุณก็ได้ยอดจากผมเยอะนะวันนี้ ผมจะให้คุณสิบล้าน จัดการให้ผม ยอดตั้งสิบล้านมันมากนะสำหรับผู้ช่วยต้องตา คิดดูให้ดีนะครับคนสวย” ด้วยรู้ว่าพนักงานธนาคารต้องทำเป้า และเงินที่เขาจะฝากกับทางธนาคารเพื่อให้ต้องตาจัดการให้ มันก็มากพอดู มีหรือที่เธอจะไม่ตกลง
“ค่ะ งั้น...”
“ไปคุยต่อที่โรงพยาบาลดีกว่าคุณ ผมไม่ชอบเลยที่ใคร ๆ ก็มองผมด้วยสายตาแบบจะกลืนกินผมแบบนี้” เอ่ยบอกพลางลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปทางประตูทางออกของธนาคาร
สาวเจ้ารีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋าแล้วเดินตามชายหนุ่มไป ไม่มองได้ไง ก็เล่นหล่อ ออร่าพุ่งกว่าใครที่เคยมาแบงก์ หล่อนพึมพำขณะเดินตามชายหนุ่มไป
“ตาออกไปกับลูกค้าเหรอ” ผู้ช่วยเจนจิราร้องถามหญิงสาว
“ใช่เจน ตาขอตัวก่อนนะ พอดีลูกค้ารายนี้รายใหญ่ด้วย”
หล่อนหยุดตอบเพื่อนร่วมงานก่อนจะเดินไปหาคนที่ยืนรอตนอยู่หน้าทางออก
นภสินธุ์เห็นคนตัวเล็กหอบข้าวของเต็มไม้เต็มมือเลยแย่งไปถือให้ทันทีที่มาถึง การกระทำของชายหนุ่มยิ่งทำให้ทุกคนสงสัยสถานะของลูกค้าคนหล่อกับผู้ช่วยต้องตา
“คุณทำให้ฉันอายเพื่อนและน้อง ๆ ในที่ทำงาน” หล่อนบอกทันทีเมื่อเดินพ้นประตูธนาคารออกมา
“ทำไม ก็ผมอยากช่วย และพวกเขาก็ไม่ได้โง่ พวกเขามีตา มีหู พวกเขารู้ว่าผมจีบคุณ ผมเปิดเผยขนาดนี้ มีแต่คุณนั้นแหละปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่มองผู้ชายครบเครื่องแบบผม” เอ่ยพลางฉวยโอกาสคว้าข้อมือเล็กให้เดินตามตนไปยังลานจาดรถของธนาคาร
“ปล่อยฉันนะคุณหมอ...”
“อาจารย์หมอสำหรับคนไม่สนิท สำหรับคนสนิทหมอเผือก ถ้าจะกรุณาเรียกพี่เผือกก็ได้ครับ ใคร ๆ ก็เรียกชื่อเล่นของผมกัน” เอ่ยบอกหล่อนอย่างบังคับ
“ไม่ดีกว่าค่ะ เราไม่ได้สนิทกัน ว้ายยยยย!!”
หล่อนร้องเสียงหลงออกมาทันทีเมื่อถูกเข้าเหวี่ยงกระแทกรถคันหรูของเขาแม้ไม่แรงเท่าไรนัก
“คุณทำบ้าอะไร ถ้าหากฉันล้ม มีแผลขึ้นมา คุณจะรับผิดชอบไหม”
“ก็คุณดื้อ ผมให้เรียกหมอเผือกแค่นี้จะตายรึไง” เอ่ยพลางเปิดประตูรถข้างที่หล่อนพิงอยู่แล้วดันร่างน้อยเข้าไป
