บทที่ 5 รักติดเรท(1) : 5
“คุณ! มันมากไปแล้วนะ คุณมาบังคับฉันแบบนี้ไม่ได้ แล้วใครบอกว่าฉันจะนั่งรถคุณไป” หล่อนบอก
“ผมบอกเอง คุณไปกับผมนี่แหละ ช่วยชาติประหยัดพลังงาน” เอ่ยจบก็โยนของในมือของตนให้หญิงสาวแล้วปิดประตูรถ
การกระทำของชายหนุ่มทำให้ต้องตาเคืองโกรธมาก เขาเป็นใคร เป็นอะไรกับเธอ ทำไมต้องมาบงการเธอแบบนี้ด้วย
เมื่อขึ้นมาประจำที่คนขับ หมอหนุ่มก็ติดเครื่องรถแล้วกระชากตัวออกไปทันทีด้วยความเร็วสูง ชายหนุ่มเหลือบมองคนตัวเล็กที่นั่งเม้มปากอยู่ข้างกายก็อดยิ้มขำหล่อนไม่ได้
“เหนื่อยไหมที่ต้องเม้มปาก นั่งเชิดหน้าคอแข็งแบบนี้”
“เรื่องของฉันค่ะ แล้วนี่จะพาฉันไปไหน” เมื่อเห็นว่าเส้นทางไปไม่ใช่ทางไปโรงพยาบาล
“เรื่องของผมเหมือนกัน” แล้วเขาก็มองทางข้างหน้า ขับรถอย่างใจเย็น แม้ว่ารถจะติดมากก็ตาม
ต้องตาเหนื่อย ไม่อยากพูดคุย ไม่อยากถามให้เปลืองน้ำลาย เขาอยากพาไปไหนก็เชิญ หล่อนมองกระจกข้างตัวเองไปด้วยความเหม่อลอยและใช้ความคิด
เมื่อเห็นคนตัวเล็กเงียบ หมอหนุ่มก็ไม่มีอะไรจะพูด เลยขับรถไปเรื่อย ๆ เขาอยากพาคนตัวเล็กไปทานข้าวก่อนจะเข้าโรงพยาบาล จริง ๆ แล้วเขาก็อยากดูแลเอาใจหล่อนนะ แต่หล่อนทำให้หงุดหงิด หล่อนทำไมต้องทำตัวเยอะ เรื่องมากด้วย ก็แค่เขาจีบเอง ก็แค่จีบ แล้วทำไมต้องเล่นตัว เขาไม่หล่อ ไม่ถูกชะตาของเธอเหรอ ถึงได้ทำท่าทางรังเกียจเขาแบบนี้ทุกครั้งที่เจอ สายตา แววตาของต้องตามันมีแต่ความว่างเปล่าให้เขา
หมอหนุ่มพาสาวเจ้าคนสวยเลี้ยวรถมาจอดในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากโรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานไม่ไกลเท่าไรนัก จริง ๆ แล้วอยากพาแม่คนเล็กมาทานข้าวด้วยมากกว่า ใช่ว่าคนอย่างนภสินธุ์จะทำตัวไร้สาระนะ ที่ทำอยู่ตอนนี้คือการจีบหล่อนล้วน ๆ ถ้าหล่อนมองสักนิดก็จะเห็นความหนักแน่น ความจริงจังจากเขา ที่จีบจริงจัง หาใช่คิดเล่น ๆ ไม่ ไม่คิดจริง ไม่ลงทุนขนาดนี้เหรอแม่นางเอ๊ย!
“ทานสิครับ ผมสั่งแต่ของโปรดผมทั้งนั้นเลยนะ คุณต้องตา”
เอ่ยพลางตักแกงเลียงกุ้งสดของโปรดตัวเองให้เจ้าหล่อนทาน แม้ว่าสาวเจ้าจะหน้าบิดเบี้ยวไม่พอใจก็ตาม แต่เขาก็ยังจะตักผัดเปรี้ยวหวานไข่ให้หล่อนอีกอย่างเพิ่มไปในจาน
เจ้าหล่อนมองการกระทำของชายหนุ่มแล้วหงุดหงิด รำคาญเหลือเกิน อยากลุกขึ้นแล้วสาดแกงร้อน ๆ ใส่หน้าเขาเหลือเกิน แต่เธอต้องท่องไว้ 'สิบล้าน ๆ' ในใจตลอดเวลา เพราะตอนนี้เขาเป็นลูกค้ารายใหญ่คนหนึ่งของเธอเลยก็ว่าได้
“แล้วทำไมต้องสั่งแต่ของโปรดคุณด้วย ดิฉันไม่ชอบกินสักอย่างที่คุณตักให้”
หล่อนบอก พร้อมกับเขี่ยกับข้าวที่ชายหนุ่มตักให้ออกไว้ขอบจานข้าว แล้วตักผัดพริกหยวกไก่ใส่จานตัวเองแทน ใช่ มีอย่างหนึ่งที่หล่อนชอบคือผัดพริกหยวกไก่
“ก็ผมอยากให้คุณเรียนรู้ผมและรู้จักผมให้มากขึ้น เรียกผมหมอเผือกสิ หรือพี่เผือกก็ได้ ผมอยากให้เราสนิทกันมากกว่าคุณหมอกับคนไข้ และลูกค้ากับคนดูแลด้านการเงิน เรียกผมแบบคนพิเศษได้ไหม” น้ำเสียงหนักแน่น แววตาจริงจัง มือใหญ่เอื้อมมากุมมือเล็กอีกข้างที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะทานข้าว
หล่อนชักมือกลับหาตัวทันที เมื่อถูกมือใหญ่ทาบทับลงมา นาทีที่มือใหญ่กุมมือหล่อนนั้นมันเหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่าน ทำให้ตัวหล่อนกระตุกแปลก ๆ จนต้องรีบชักกลับ ใบหน้าสวยจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจ
“กรุณาให้ความสัมพันธ์ของเราอยู่เพียงแค่นี้พอค่ะ ให้มันอยู่แค่ควรจะเป็น ดิฉันรู้ว่าคุณหมอจีบดิฉัน แต่ดิฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะว่ามันเป็นไปไม่ได้ค่ะ ดิฉันไม่ได้รักและไม่ชอบคุณ ยิ่งทำอาชีพหมอด้วยแล้วยิ่งแล้วใหญ่ ฉันไม่ชอบผู้ชายที่ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีวันจะเป็นแบบสเปกดิฉันได้ค่ะ แม้ฉันไม่สวยแต่ฉันก็ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองค่ะ”
เมื่อได้ฟังคำพูดของเจ้าหล่อนที่ตัดความสัมพันธ์ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม นภสินธุ์รู้สึกขุ่นเขืองในใจลึก ๆ ยังมีอีกเหรอ ผู้หญิงที่กล้าปฏิเสธเขา ได้ หล่อนได้เห็นดีกันแน่ รักไม่รักไม่รู้ ตอนนี้ต้องลองกันสักตั้งแล้ว อยากรู้เหมือนกันว่าใครกันแน่จะพ่ายแพ้ต่อสนามรักในครั้งนี้ ที่แน่ ๆ ไม่ใช่เขาแน่ เพราะเขามั่นใจว่าตั้งใจให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ยังไงเสีย ต้องตาก็ต้องเป็นของเขา เขาล็อกหล่อนไว้แล้ว และต้องได้ด้วยสิ คนอย่างหมอเผือกมีหรือจะยอมถอยเพียงแค่คำพูดตัดทางกันแบบนี้
“ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าผมไม่ใช่สเปกคุณต้องตายังไง แต่ยังไม่ต้องตอบผมตอนนี้หรอกครับ รอหลังจากนี้หนึ่งเดือนค่อยตอบก็ได้” กระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับแผนการเจ้าเล่ห์เต็มหัว
"เฮ้อ!"
สาวเจ้าถอนหายใจออกมาด้วยความรำคาญ พูดขนาดนี้แล้วเขายังจะดื้อด้านตามหล่อนอีกเหรอนี่ ผู้ชายอะไรน่าเบื่อ น่ารำคาญชะมัดเลย
“ถอนหายใจแบบนี้ เพราะกลัวจะตกหลุมรักผมใช่ไหมครับ คนสวย”
มองคนตรงหน้าด้วยสายตาลวนลามอย่างเปิดเผย ลำคอระหงช่างขาวเนียนสวยเหลือเกิน ไล่เลื้อยมายังแอ่งชีพจรที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจของหล่อนนั้นมันช่างยั่วยวนเหลือเกิน นภสินธุ์กลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก เมื่อมองต่ำลงมายังเนินอกอวบอิ่มที่ดุนดันเครื่องแบบพนักงานธนาคารของหล่อน
“ฉันรำคาญ!” หล่อนโต้ตอบเสียงต่ำลอดไรฟันแล้วเริ่มทานข้าว ไหน ๆ ก็ของฟรี มีหรือต้องตาจะไม่ทาน
