บทที่ 5 ไปอยู่กับฉันไหม?

 ​"แต่งตัวมาล่อผู้ชายขนาดนี้ คืนนี้ได้หลายคนเลยสิท่า" เสียงทุ้มพูดพร้อมกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า 

 รู้สึกวูบวาบเมื่อสายตาคู่ดำสนิทคู่นั้นเลื่อนมองทุกสัดส่วนของร่างกาย ถึงแม้จะมีเสื้อผ้าบดบังอยู่แต่สายตาของเขากลับทำให้ฉันรู้สึกโดนมองทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้าไป

 "..." ฉันได้แต่นิ่งอึ้ง ไม่รู้จะโต้ตอบเขาออกไปว่ายังไง สายตาที่มองมายังฉันนั้น มันดูดุดันแปลกๆ แถมเขายังมองท่อนแขนของลูกค้าที่กอดรอบเอวฉันไว้หลายต่อหลายครั้งอีกด้วย

 แต่แล้วฉันก็ต้องยืนอึ้งอีกครั้ง เมื่อพี่เรย์โน้มใบหน้าที่ดูเท่ห์มีเสน่ห์เหลือล้นของเขาเข้ามากระซิบบางอย่างที่ข้างใบหูของฉัน

 "สนใจไปนอนกับฉันมั้ยล่ะ ฉันให้เยอะนะ..." พอพูดประโยคนี้จบเขาก็ผละออก ก่อนที่จะเหยียดยิ้มมุมปากใส่ฉันแล้วเดินไปหากลุ่มเพื่อนเขาในทันที

 เมื่อกี้...มันอะไรกัน เขาพูดจาดูถูกฉันแท้ๆ แต่แล้วหัวใจของกลับเต้นแรงเมื่อถูกลมหายใจอุ่นๆเป่ารดอยู่แถวๆบริเวณซอกคอ

 เมื่อกี้มันเกิดขึ้นไวมากเลยนะ แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่า...มันผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน วินาทีที่พี่เรย์กระซิบที่ข้างใบหูของฉัน ลมหายใจอุ่นๆนั่น ไหนจะสายตาที่ดุดันนั่นอีกล่ะ...

 นี่ฉันเป็นอะไรของฉันกันแน่

 "อ้าว น้องคนสวย จะไปไหนครับ" ฉันรีบดึงมือของลูกค้าที่พันรอบเอวออกก่อนที่จะเดินออกมาสงบสติอารมณ์ที่มันกำลังปั่นป่วนของตัวเอง

 ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมฉันจะต้องใจเต้นแรงให้กับผู้ชายที่พรากเอาของรักของหวงไปจากฉัน แถมยังไม่คิดจะแสดงความรับผิดชอบอีกต่างหาก ทำไมๆๆ ทำไมกัน…

02.30 น.

 "กลับยังไงคะน้องคนสวย ให้พี่สุดหล่อคนนี้ไปส่งมั้ยคะ?" เป็นพี่เวฟลูกค้าที่พยายามจะลวนลามฉันนั่นแหละที่เดินเข้ามาทัก

 "มิน...กลับ...เอ่อ มิน..."

 "ถ้ายังไม่มีใครไปส่ง ให้พี่ไปส่งดีมั้ยคะ พี่อยากคุยกับน้องมินคนสวย...เป็นการส่วนตัวจังเลย" พี่เวฟพยายามเดินเข้ามาประชิดตัวฉัน แต่ว่าฉันก็เบี่ยงหลบเขาได้ทัน คนอะไรตื๊อเก่งดีจริงๆ ใครไปกับเขาก็โง่เต็มทีแล้ว

 คนที่พยายามจะลวนลามฉันทั้งที่อยู่ในที่สาธารณะแบบนั้น ไม่มีทางหรอกที่เขาจะอยากคุยกับฉันเฉยๆน่ะ

 "คือว่ามิน...มิน...ว้าย!!" ฉันร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ๆก็ถูกกระชากข้อมือจนร่างเซถลาไปกระทบกับแผ่นอกแข็งแกร่งของใครบางคนเข้า

 "พี่เรย์..." ฉันพึมพำเมื่อเงยหน้ามองแล้วพบเศษเสี้ยวใบหน้าคมคายของพี่เรย์

 "คืนนี้น้องมินนี่จะไปกับกู กู..." พี่เรย์พูดพลางยกท่อนแขนขึ้นโอบไหล่ของฉันเอาไว้หลวมๆ ก่อนที่จะหันไปกระซิบกระซาบกับพี่เวฟเสียงแผ่วเบา มันเบามาก เบาซะจนฉันแทบไม่ได้ยินที่เขาพูดเลย

 "จริงเหรอครับน้องมินนี่" พี่เวฟเบิกตาโพลงก่อนที่จะหันมาถามฉันด้วยน้ำเสียงตกอกตกใจ

 "จริง...อะไร..."

 "จริง!" แต่ฉันยังไม่ทันได้ถาม พี่เรย์ก็กลับพูดแทรกขึ้นซะก่อน แถมท่อนแขนที่โอบไหล่ฉันเอาไว้ก่อนหน้าตอนนี้...เลื่อนลงมาโอบรอบเอวฉันไว้เรียบร้อยแล้ว

 อะไรกัน...

 "เอ่อ..." พี่เวฟกำลังจะขยับปากพูด แต่อยู่ๆเสียงของพี่เรย์ก็ดังขัดซะก่อน นี่เขาเป็นอะไรของเขา ขัดเก่งจริงๆ

 "ไปขึ้นรถสิ ฉันง่วงแล้ว" พี่เรย์หันมาพูดกับฉัน ก่อนที่จะพยักพเยิดหน้าไปทางรถราคาแพงของเขาที่จอดเด่นเป็นสง่าอยู่คู่กับรถหรูอีกสามคัน

 "พี่เรย์ว่าไงนะคะ?" ฉันถามเขา

 "บอกให้ไปขึ้นรถ!" เขาหันมาถลึงตาใส่ฉัน ก่อนที่จะหันไปมองพี่เวฟแล้วก้มลงมากระซิบบางอย่างที่ข้างใบหูของฉันอีกครั้ง

 "หรืออยากไปกับมัน" เขาถามฉันด้วยน้ำเสียงดุดัน ซึ่งพอได้ยินปุ๊ปฉันก็รีบหันไปส่ายหน้าตอบเขาทันที แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะหันไปหาเขานั้น ฉันลืมไปสนิทเลยว่า เขาเพิ่งโน้มใบหน้าลงมา

 แล้วการที่ฉันหันกลับไปหาเขาอย่างรวดเร็วมันเลยทำให้...ริมฝีปากของเราสองคนแตะกันแบบพอดิบพอดีอย่างกับวัดเอาไว้ยังไงอย่างนั้นเลย...

 สายตาของเราสองคนประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่พี่เรย์จะเคลื่อนสายตาลงมามองที่ริมฝีปากของฉัน...เล่นเอา...ขนลุกไปทั้งตัวเลยแหะ...

 "ไปขึ้นรถ!" เป็นพี่เรย์ที่ผละออกไปก่อนแล้วเอ่ยสั่งฉันอีกครั้ง

 "คะ...ค่ะ" ฉันรับคำแล้วรีบเดินมารอเขาที่รถอย่างรวดเร็ว 

 เมื่อกี้...สายตาที่พี่เรย์มองริมฝีปากของฉัน...มันเหมือนกับว่า...เขา...อยากจะจูบ 

 จูบ จูบเหรอ ไม่น่า ทำไมฉันต้องคิดเข้าข้างตัวเองด้วย

 ไม่สิ...ไม่ ฉันจะคิดอะไรแบบนั้นไม่ได้

 ไม่ได้ คิดแบบนั้นไม่ได้เลย อย่าลืมสิว่าเขาเป็นคนที่พรากเอาของรักของหวงไปจากฉัน อย่าลืมสิว่าเขาพูดจาร้ายกาจใส่ฉัน ฉันต้องไม่ลืมข้อนี้...

 "เอ้า ยืนบื้อทำไมล่ะ ขึ้นรถสิ" เมื่อเดินมาถึงรถ พี่เรย์ก็ออกคำสั่งกับฉันอีกครั้ง

 "ขอบคุณค่ะ แต่มินว่า มินกลับเองดีกว่า ขอบคุณพี่เรย์มากนะคะที่ช่วยกันพี่เวฟให้" ฉันเอ่ยขอบคุณเขาออกไป เมื่อกี้มันต้องขอบคุณเขาจริงๆนั่นแหละที่ออกมาพอดี ไม่อย่างนั้น...ฉันก็ไม่รู้ว่าจะหนีพี่เวฟยังไงเลย

 "บอกให้ขึ้นรถก็ขึ้น เธอไม่เห็นเหรอว่ามันแอบมองเธออยู่" พี่เรย์ว่าก่อนที่จะมองไปยังรถญี่ปุ่นคันหนึ่งที่มีพี่เวฟยืนพิงอยู่

 พี่เวฟกำลังมองมาที่ฉันกับพี่เรย์อยู่จริงๆด้วย ทำไงดีล่ะ ฉันไม่อยากไปกับพี่เรย์เลย ไม่รู้ว่าถ้าขึ้นรถไปกับเขา ฉันจะโดนเขาพูดจาดูถูกอะไรอีกบ้าง

 "หรืออยากจะไปกับมัน ฉันเดินไปส่งก็ได้นะ"

 "ไปค่ะ ไปก็ได้ค่ะ" ด้วยความที่ฉันไม่อยากไปกับพี่เวฟ แล้วฉันก็ไม่มีทางเลือก ทำให้ต้องไปกับพี่เรย์เนี่ยแหละ ไม่เป็นไรมั้ง แกล้งหลับไปก็ได้ จะได้ไม่ต้องได้ยินเขาพูดอะไรที่มันทำให้ฉันดูเหมือนผู้หญิงไร้ค่าอีก

 "หอเดิมนะ" ทันทีที่ขึ้นมาบนรถ เขาก็กดสตาร์ทแล้วเร่งเครื่องจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งลานจอดรถ

 "ค่ะ" ฉันตอบเขาออกไปสั้นๆก่อนที่จะดึงเบลท์มาคาดเอาไว้ ฉันจำวันที่เขาไปส่งฉันที่หอได้ วันนั้นเขาขับรถเร็วมาก แถมยังขับฉวัดเฉวียนไปมาอีกต่างหาก

 ต้องเซฟตัวเองเอาไว้ก่อน ฉันไม่อยากพิการทั้งที่อายุแค่18ปีหรอกนะ

 "ทำไมยังมาทำงานอยู่อีก ไม่มีงานอื่นทำแล้ว?" ยังไม่ทันที่ฉันจะแกล้งหลับ พี่เรย์ก็ยิงคำถามขึ้นมาซะก่อน

 "งานนี้มันได้เงินเยอะดีค่ะ แล้วอีกอย่างมันก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก" ฉันตอบเขาออกไป

 "งานเปลืองตัวแบบนี้เนี่ยนะ? เธอชอบ?" เขาหันมามองฉันก่อนที่หันไปสนใจถนนตรงหน้าต่อ

 "นิดๆหน่อยๆค่ะ แต่ผลตอบแทนมันก็คุ้มอยู่" เอาจริงๆแล้วฉันก็ไม่ได้โดนลวนลามอะไรมากนักหรอก จะมีก็แค่พี่เวฟคนเดียวนั่นแหละที่ลวนลามฉันน่ะ

 "เหอะ" พี่เรย์แค่นหัวเราะก่อนที่จะเงียบลงไป ส่วนฉัน พอเขาไม่ได้ถามอะไรต่อก็หลับตาลงเพราะความเพลีย

 ไอ้ที่บอกเขาว่าไม่เหนื่อยน่ะ ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย มันเหนื่อยมากเลยนะกับการที่ต้องใส่ส้นสูงเดินไปโต๊ะโน้นโต๊ะนี้ตลอดเกือบหกชั่วโมง เวลาพักก็มีนิดๆหน่อยๆ

 แต่ว่าฉันเลือกงานไม่ได้ไง งานนี้ได้เงินเยอะพอสมควร ถ้าฉันต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ที่อื่น มันอาจจะสบายกว่านี้ก็จริง แต่ผลตอบแทนคือมันได้เงินน้อยไง

 ฉันต้องหาเงินเยอะๆเพื่อที่จะได้แบ่งเบาภาระของแม่ น้องฉันอยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอน แกต้องใช้เงินเหมือนกัน อะไรที่ฉันทำแล้วทุ่นแรงของแม่ได้ฉันก็จะทำ

 ถึงแม้ว่าจะต้องเสียตัวตั้งแต่คืนแรกที่ทำงานก็เถอะ...

 "มินนี่! มินนี่! ตื่น!" ฉันสะดุ้งตื่นเพราะเเรงเขย่าที่ต้นแขน เรียกเฉยๆฉันก็ตื่นมั้ยล่ะ นี่ปลุกอย่างกับไฟไหม้บ้านใครยังไงอย่างนั้นแหละ

 "อือ...รู้แล้วค่ะ" ฉันตอบพี่เรย์ออกไปก่อนที่จะพยายามลืมตาอย่างงัวเงีย เหมือนนอนไปได้แป๊บเดียวเองอ่ะ ทำไมถึงไวจัง...

 "นี่มัน...อะไรกัน..." ทันทีที่ลืมตาขึ้น ฉันก็ต้องพบกับความวุ่นวายครั้งใหญ่

 ฉันรีบเปิดประตูลงมาจากรถของพี่เรย์อย่างรวดเร็วเมื่อพบว่าหอที่ฉันเข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงสองเดือนถูกไฟไหม้จนไม่เหลือชิ้นดี

 ตอนนี้เปลวเพลิงสงบลงแล้ว เหลือก็แต่ซากความเสียหายที่ปรากฏต่อสายตาของฉัน เหล่านักศึกษาที่พักอยู่ที่หอพักแห่งนี้ต่างก็ร้องไห้ออกมาเพราะข้าวของของพวกเธอเสียหายทั้งหมด

 บ้างก็เก็บเอาของออกมาได้จนหมด บ้างก็เอาของออกมาได้แค่บางส่วน แต่ฉัน...ไม่เหลืออะไรเลย ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในห้องพักของฉันมอดไปกับเปลวเพลิงจนหมด ทั้งโน๊ตบุ๊คที่เป็นของรักของหวงของแม่ ทั้งเสื้อผ้า เอกสารการเรียนทั้งหมด ไม่เหลือเลย...ฉันไม่เหลืออะไรเลย

 ตุ้บ...

 ฉันทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงพลางมองซากหอพักตรงหน้า น่ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหล่ลงมาอาบข้างแก้มทั้งสองข้างไม่หยุดหย่อน

 ไม่เหลือแล้ว ฉันไม่เหลืออะไรเลย…

 ถึงหอพักแห่งนี้มันจะราคาถูก ไม่ได้ดีที่สุด ไม่ได้สะดวกสบายที่สุด แต่มันก็ทำให้ฉันมีที่ซุกหัวนอนมาตลอดเกือบสองเดือน แถมยังช่วยประหยัดเงินไปได้เยอะ

 ตอนนี้มันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ไม่เหลืออะไรเลย

 "ไม่เป็นไรนะ" ฝ่ามือหนาแตะแผ่นหลังของฉันเบาๆ ตามมาด้วยเสียงทุ้มที่พูดขึ้นอย่างเห็นอกเห็นใจ

 "ฮึก...มินไม่เหลืออะไรแล้วค่ะพี่เรย์ ไม่เหลืออะไรเลยสักอย่างเดียว…" ฉันยกฝ่ามือขึ้นปิดหน้า ก่อนที่จะร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วง

 "แล้วนี่...จะเอาไงต่อ" พี่เรย์ถามพลางลูบหลังฉันอย่างต้องการปลอบ

 "อึก...มินไม่รู้ค่ะ มิน...ฮึก...ไม่รู้..." ฉันตอบพี่เรย์ออกไปพลางสะอึกสะอื้นไปด้วย

 "ไปอยู่กับฉันมั้ย?"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป