บทที่ 1 สัญญาแห่งรัก สลักไว้ที่ใจ Long Lasting Engagement 1

“พี่ไม้ พี่ไม้อยากทานอะไรคะ น้องแพมจะทำให้พี่ไม้ทานค่ะ น้องแพมจะทำสุดฝีมือเลยค่า”

เด็กหญิงพริมา จิระวงศ์ วัยห้าขวบถามอย่างกระตือรือร้น ขณะสาละวนเล่นอยู่กับอุปกรณ์ของเล่นจำพวกถ้วยหม้อจานชามและอุปกรณ์ทำครัวต่างๆ ซึ่งวางเกลื่อนกลาดอยู่บนเสื่อผืนใหญ่ บริเวณสวนหย่อมที่ได้รับการตกแต่งดูแลอย่างดีสมกับฐานะมหาเศรษฐีของอัครศกุลไพศาล

ส่วนเด็กหนุ่มที่ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมในมืออยู่กลอกตาอย่างเบื่อหน่าย เบื่อจะฟังคำถามนั่นเหลือเกิน เพราะเด็กน้อยถามซ้ำซากซากอยู่ได้ ทั้งๆ ที่เขาตอบไปหลายแล้วว่า ไม่กิน

“พี่อิ่มแล้ว แพมทำกินเองเถอะ” เด็กชายอนาวรรธน์ อัครศกุลไพศาล ในวัยสิบสองขวบ ตอบอย่างรักษาน้ำใจ หันไปมองเสี้ยวหน้ากลมของเด็กหญิงในชุดสีชมพูหวานลายผีเสื้อดูน่ารักตามวัย

ส่วนตัวเขานั้นเลยวัยเล่นทำข้าวแกงขายของอะไรแบบนี้ไปนานแล้ว แต่ที่ต้องมาติดแหง็กอยู่ตรงนี้ ก็เพราะโดนลัลล์สลิตาผู้เป็นมารดาขอร้องให้มานั่งเล่นเป็นเพื่อนยายเด็กขี้ฟ้อง บุตรสาวตัวจุ้นของน้าพิมพ์ประภาซึ่งเป็นแขกคนสำคัญของครอบครัวเขามาช้านาน

และถ้าไม่เพราะพี่สาวทั้งสองคนของเขาอาสาติดสอยห้อยตามบิดา อนาคิน ไปตรวจงานข้างนอกล่ะก็ เขาก็คงไม่ต้องมานั่งทำหน้าเซ็งกะตายเล่นอะไรเป็นเด็กเล็กๆ เป็นแน่ อุตส่าห์ได้บินกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเยี่ยมครอบครัวช่วงปิดเทอมทั้งที

“แต่เราเป็นพ่อแม่ลูกกันนะคะ เราต้องทานอาหารพร้อมๆ กันค่ะ”

เจ้าของเสียงใสๆ เจื้อยแจ้วยังดังขึ้นไม่ขาดสาย แถมยังหันหน้าไปถามตุ๊กตาหมีสีขาวตัวโปรดซึ่งถูกวางอยู่ข้างๆ และรับบทเป็นลูกตัวน้อยในวันนี้ด้วย

“แล้วน้องแคร์แบร์ จะทานอะไรคะ ทานข้าวผัดน้า แม่ทำข้าวผัดอร้อยอร่อย”

มือน้อยวางหม้อใบเล็กสีหวานในมือลง ก่อนหันไปหยิบผักปลาของเล่นมาทำท่าหั่นๆ เหมือนกับว่าตัวเองนั่นกำลังเข้าครัวทำกับข้าวกับปลาอยู่จริงๆ

“แต่เอ๊ะ...” เด็กน้อยร่างกลมปุ๊กหยุดทุกอย่างเอาไว้ ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ดวงตากลมเบิกกว้าง

“คุณแม่เคยบอกน้องแพมว่า ถ้าจะเป็นพ่อแม่กัน ก็ต้องแต่งงานกัน ถ้าอย่างงั้นพี่ไม้แต่งงานกับน้องแพมนะคะ เราสองคนจะได้เป็นพ่อกับแม่ให้น้องแคร์แบร์ไง”

เสียงหวานสาธยายไปตามความคิดความอ่านเกินตัวของตัวเอง แม้คำบางคำยังออกเสียงไม่ชัดนัก แต่มันชัดเจนจนคนฟังสะอึก

เด็กหนุ่มหน้าเหวอ เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองเด็กแก่แดดช่างฉอเลาะตรงหน้า

หน็อย ยายเด็กแก่แดด จะมาต่งมาแต่งงานอะไรกัน

“แพมยังเด็ก พี่ก็ยังไม่โต แต่งงานกันไม่ได้หรอกครับ” เขาหาเหตุผลมาอ้าง ก่อนก้มลงไปสนใจเล่นเกมต่อ

เด็กหญิงยู่ปาก ทำหน้าผิดหวัง พลางเลิกคิ้วทำท่าครุ่นคิด

“งั้นเราค่อยแต่งกันตอนโตนะคะ น้องแพมรอพี่ไม้ได้ค่ะ” คำของเด็กสาว ทำเอาอนาวรรธน์ขนลุกซู่ในความแก่แดดแก่ลม แถมช่างตื๊อของอีกฝ่ายยิ่งนัก

“ไม่” เขาปฏิเสธสั้นๆ เสียงห้วน

ยายเด็กบ้า ที่พูดปาวๆ ออกมานั้น รู้หรือเปล่าว่ามันหมายความว่าอะไร

“น้องแพมไม่ยอม พี่ไม้ต้องแต่งงานกับน้องแพม เราเป็นพ่อแม่กัน มีลูกด้วยกันแล้วด้วย”

เด็กหญิงหวีดเสียงเถียงดังลั่น พลางชี้ไปทางน้องหมีที่มีบทเป็นลูกน้อยของตัวเองนั่นด้วย

“พี่บอกไม่ก็ไม่สิ อีกอย่างพี่ไม่ได้รักแพม”

อนาวรรธน์ปฏิเสธคล้ายตะคอกใส่ ทั้งยังอธิบายเหตุผลโดยที่เขามั่นใจว่าเด็กหญิงตรงหน้าไม่ได้เข้าใจคำว่ารักแน่นอน แม้แต่เขาเองก็ใช่ว่าจะเข้าใจความหมายของคำคำนี้นัก

คนโดนพี่ชายตะคอกเสียงดังใส่สะดุ้งด้วยความตกใจและเสียใจ ปากเล็กๆ นั่นเริ่มแบะ ดวงตากลมโตมีน้ำรื้นขึ้นมาราวกับสั่งได้ ดวงหน้าเล็กนั่นแดงก่ำด้วยความโกรธเพราะโดนขัดใจ ตามประสาเด็กเอาแต่ใจ และโดนตามใจมาตลอด

“ฮือๆ แพมจะไปฟ้องแม่ ฟ้องน้าลูกตาล ฟ้องน้ากลาง ฟ้องทุกคน ฟ้องๆๆ ฟ้องว่าพี่ไม้ไม่ยอมแต่งงานกับแพม ฮื้ออออ คอยดูนะ แพมจะฟ้องงงง”

ร่างกลมป้อมดีดดิ้นราวกับกุ้งที่โดนน้ำร้อนลวก เสียงเล็กๆ แสบแก้วหูก็กรีดร้องดังทำร้ายโสตประสาทเด็กหนุ่มวัยรุ่นเป็นอย่างมาก

เอาเข้าแล้วไง ยายเด็กขี้ฟ้อง เด็กชายอนาวรรธน์เอือมระอาเป็นที่สุด ตั้งแต่จำความได้ เขาก็โดนยายเด็กเอาแต่ใจและขี้ฟ้องนี้หาเรื่องมาตลอด

“โว้ย รำคาญเด็กขี้ร้องฉิบ...” เด็กหนุ่มหัวเสีย

“ฮื้อออ แพมจะไปฟ้องแม่ ฟ้องน้าลูกตาล ฟ้องน้ะ...”

เมื่อโดนพี่ชายต่อว่าเสียงดังสะท้าน เสียงสะอึกสะอื้นฟังไม่ศัพท์นั่นก็ยิ่งดังขึ้นอีกหลายเดซิเบล จนคนฟังรู้สึกปวดแก้วหูจนทนไม่ไหว

“พอๆ หยุดร้องไห้ได้แล้ว ไม่ต้องไปฟ้องใครทั้งนั้น พี่ยอมก็ได้ครับ”

เด็กหนุ่มห้าม พร้อมยกมือขึ้นยอมแพ้ตัดความรำคาญ ขืนปล่อยให้ยายเด็กขี้ฟ้องแล่นไปฟ้องมารดา เขามิวายโดนมารดาดุอีก แถมยังอาจจะมีโดนมารดาลงโทษให้พายายเด็กนี่ไปกินขนมนมเนยอีกก็เป็นได้

เสียงสะอื้นจากการร้องไห้จนหายใจแทบไม่ทันเงียบหายไปเหมือนกับโดนปลิดทิ้ง สายน้ำตาก็แห้งเหือดราวกับไม่เคยมีน้ำไหลออกมายจากดวงตากลมแป๋วๆ นั่น

“พี่ไม้ยอมแต่งงานกับน้องแพมจริงเหรอคะ”

เด็กหญิงพริมาตื่นเต้นจนตาลุกวาวส่องประกายเจิดจ้า ดีใจราวกับได้ของเล่นชิ้นโปรด พลางฉีกยิ้มหวานโชว์ จนเกือบเห็นฟันซี่เล็กๆ ในปากนั่นจนแทบครบทุกซี่

“อื้ม” ใบหน้าละอ่อนที่ฉายแววหล่อคมสันของอนาวรรธน์พยักงึกๆ พลางกัดฟันกรอดๆ เล็กน้อยเพราะรู้สึกโมโหยายเด็กเอาแต่ใจจนอยากจะจับตีก้นเสียมากกว่า

“สัญญาเกี่ยวก้อยกันนะค้า”

น้ำเสียงเด็กหญิงกระดี๊กระด๊ายิ่งนัก ไม่พอยังพาร่างอวบๆ นั่นมานั่งคุกเข่าตรงหน้าเด็กหนุ่ม พร้อมกับยื่นนิ้วขึ้นมาตรงหน้า รอให้อีกฝ่ายทำตามคำขอ

อนาวรรธน์กลอกตาอย่างระอาอีกครั้ง แต่ก็จำยอมยื่นนิ้วก้อยตัวเองมาเกี่ยวก้อยด้วยอย่างเสียไม่ได้ เพราะขืนไม่ทำตาม เขาได้ปวดหัวไปมากกว่านี้แน่

“สัญญาๆๆ สัญญาว่าพี่ไม้จะแต่งงานกับน้องแพม สัญญาๆๆ ใครผิดสัญญาขอให้จู๊ดๆๆ”

เด็กหญิงพริมาทั้งเขย่ามือสัญญา แถมยังคาดโทษคนที่ผิดสัญญาอย่างทะเล้นทะลึ่ง ก่อนหันไปป่าวประกาศความสำเร็จของตัวเองให้ตุ๊กตาหมีน้อยฟังด้วย

“เย้ น้องแพมจะได้แต่งงานกับพี่ไม้แล้ว เย้ๆ น้องหมีแคร์แบร์ พ่อกับแม่จะแต่งงานกันแล้วน้า”

ร่างปุ๊กลุ๊กกระโดดโลดเต้นจนตัวลอยด้วยความดีใจ ก่อนนั่งจุ้มปุ๊กไปเล่นผัดข้าวให้ตุ๊กตาหมีกินอย่างสนุกสนาน ลืมอาการโมโหโกรธาเมื่อสักครู่เสียสนิท

ส่วนคนที่รับปากส่งๆ เพื่อเอาตัวรอดก็ถอนหายใจโล่งใหญ่ พร้อมส่ายหัวเล็กน้อยด้วยเพราะตามอารมณ์เด็กแก่แดดที่เพิ่งขอเขาแต่งงานไปหยกๆ ไม่ทัน

ถึงจะไม่ได้คิดลึกอะไร แต่อดหน้าร้อนด้วยความอายไม่ได้

...แต่จะต้องกังวลไปทำไม เพราะมันก็แค่คำสัญญาปากเปล่า ไร้หลักฐานอ้างอิงเท่านั้น

และเด็กสาวจะจำได้ไปสักกี่วันกี่คืนกันเชียว ว่าเคยชวนเขาแต่งงาน และเขาก็ตอบตกลงไปแล้วด้วย เพราะดูท่าแล้วยายเด็กนี่น่าจะห่วงเล่นจนลืมหมดตั้งแต่ยังไม่ทันข้ามวันเสียมากกว่า

กะอีแค่สัญญาประสาเด็กๆ แบบนี้ ใครที่ไหนมันจะมาทวงสัญญากันเชียว

และถ้าให้เขาต้องแต่งงานใช้ชีวิตกับเด็กเอาแต่ใจ ขี้ฟ้องแถมอ้วนฉุอย่างยายแพมคนนี้แล้วล่ะก็ เขาขอลาบวช แบบไม่คิดสึกไปตลอดชีวิตเสียจะดีกว่า!

บทถัดไป