บทที่ 10 คลื่นพิศวาส ไฟปรารถนา 1

10

“ออกไปจากห้องพี่เดี๋ยวนี้นะแพม!!”

และพริมาก็รู้คำตอบนั่นแล้ว เมื่อได้ยินน้ำเสียงอันเต็มไปด้วยพลังอำนาจของเจ้าของห้องฟาดเปรี้ยงใส่หน้าจนหน้าชาไปหมด

สองมือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

ทว่าคนดื้อแพ่งกลับยังคงทำเป็นลอยหน้าลอยตาส่ายศีรษะปฏิเสธเย้ยหยันอยู่บนเตียง ยิ่งเพิ่มเชื้อไฟโทสะในใจของชายหนุ่มให้โหมกระหน่ำยิ่งขึ้น

“แล้วนี่แพมเข้าห้องพี่มาได้ยังไง!” อนาวรรธน์เค้นเสียงตวาดถามอย่างเกรี้ยวกราด

“แหม... แพมก็ไปขอคีย์การ์ดสำรองมาสิคะ คุณตาเกรียงไกรยื่นส่งให้แพมกับมือเลยค่ะ” พริมาลอยหน้าลอยตาตอบอย่างภาคภูมิใจกับแผนการเด็ดดวงของตัวเอง

“ออกไป!”

เขาไล่อีกหนด้วยเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟัน บดกรามแน่นจนพริมาสาบานได้ว่าเธอได้ยินเสียงกระดูกลั่น

ประกายตาคมกริบโชนแสงวาวโรจน์ด้วยความระอาปนขยะแขยงผู้หญิงหน้ามึนตรงหน้าเกินคำบรรยาย

พริมาสะดุ้งสุดตัว เนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว เพราะท่าที่ของพี่ไม้ตอนนี้ เหมือนจะหักคอเธอมากกว่ากระโดดขึ้นเตียงมาอยู่กับเธอ แต่เธอจะไม่แสดงความหวั่นกลัวให้เขาได้เห็น

ทำการใหญ่... ใจต้องนิ่ง!

“ไม่ออก แพมตั้งใจจะมานอนกับพี่ไม้”

ดวงหน้างามเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาคู่สวยแม้จะสั่นระริกอยู่ก็มองเขาอย่างยั่วยวน ร่างอิ่มบิดไปมาบนเตียงหลังใหญ่อย่างเชื้อเชิญ

หากจริง ๆ แล้วเธออายจนอยากจะมุดตัวไปซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มมากกว่า

“พี่ไม่คิดจะนอนกับแพม ประตูอยู่ทางนู้น ออกไปเดี๋ยวนี้!” อนาวรรธน์กัดฟันกรอด อยากจะจับบุตรสาวเพื่อนมารดาหักคอแล้วโยนออกจากห้องเสียเหลือเกิน

ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องคอยสะกดสายตาของตัวเองไม่ให้เลื่อนลงไปจดจ้องร่างอวบอัดยั่วยวนใจบนเตียงนั้นอย่างสุดความสามารถ

เพราะภาพตรงหน้านั้นสั่นคลอนสติสัมปชัญญะของบุรุษเพศอย่างรุนแรง และก่อให้เกิดความต้องการบางอย่าง... ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับเธอเด็ดขาด!

ถึงจะสะอึกกับคำของเขา พริมาก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอเรียกความมั่นใจ ยกมือขึ้นเขี่ยสายเดี่ยวชุดนอนของตนให้ตกลงมาค้างอยู่บนต้นแขนเรียวงาม เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวนวลเนียนละเอียดและเนินอกอวบเต่งตึงไร้ซึ่งสิ่งใดปิดบังกางกั้น

คนเห็นถึงกับลมหายใจสะดุดติดขัดขึ้นมาฉับพลัน จนต้องรีบเสสายตามองไปทางอื่นทันทีเพื่อหักห้ามใจ

“แหม พี่ไม้ก็ อย่าใจร้ายกับแพมมากนักเลยค่ะ แพมอุตส่าห์ลงทุนขนาด...” เสียงหวานเอ่ยยั่วยวนยังไม่ทันจบ เสียงทุ้มทรงอำนาจก็ตวาดแทรกขึ้นมา

“พี่บอกให้ออกไปไงแพม!”

คนไล่กำมือแน่นอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ที่ทั้งโกรธทั้งร้อนรุ่มปนเปกันไปหมด

นัยน์ตาคมจ้องหญิงสาวอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขาเองก็เริ่มให้คำตอบตัวเองไม่ได้ว่ากำลังจะกลืนกินคนตรงหน้าหรือไล่เธอออกไปกันแน่

เขาก็ผู้ชายคนหนึ่ง ร่างกายเต็มไปด้วยเนื้อและเลือด และตอนนี้เลือดในร่างใหญ่ก็พากันเดือดปุดขึ้นมาต่อต้านกับคำสั่งเจ้าของ

พริมาตัวชาวาบ รู้สึกกลัวสายตาโชนแสงเพลิงพิศวาสของเขาที่พร้อมแผดเผาเธอให้มอดไหม้เป็นจุณ ทว่าในเมื่อลงทุนเดินหน้ามาไกลถึงขนาดนี้แล้ว เธอไม่มีทางยอมถอยหลังกลับไปเป็นผู้แพ้ง่าย ๆ

“ไม่ออก! พี่ไม้จะทำอะไรแพมคะ” ดวงหน้าหวานเชิดขึ้นจีบปากจีบคอปฏิเสธ ทั้ง ๆ ที่ภายในใจสั่นสะท้านขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว

เคยแต่แสดงบทละครตบตีวีนเหวี่ยงอยู่หน้ากล้อง พอมาเจอสถานการณ์จริงเข้าให้ มันยากกว่ากันตั้งเยอะ!

ดาราสาวเจ้าบทบาทรวบรวมความกล้าหยั่งเชิงเป็นครั้งสุดท้าย

หากคราวนี้เขายังคงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เธอคงต้องยอมรับความพ่ายแพ้ ยอมแบกเศษซากหัวใจแหลกเหลววิ่งร้องไห้หนีจากพี่ชายคนดีคนนี้ไปเหมือนยามเด็ก...

ต่างกันแค่คราวนี้เธอคงไม่ได้ขู่เขาว่าจะวิ่งไป ‘ฟ้อง’ ใครก็แค่นั้น

พริมาตวัดเรียวขาเรียวตรงสวยงามราวสลักเลื่อนลงจากเตียงช้า ๆ เดินเยื้องย่างนวยนาดดั่งจริตนางร้ายเจ้าบทบาทที่สะกดสายตาทุกคนผ่านจอมอนิเตอร์

สะโพกมนกลมกลึงขยับไหวเบา ๆ ยามก้าวเท้าเข้าหาชายหนุ่มช้า ๆ

มือน้อยยกขึ้นเขี่ยสายสปาเกตตีของชุดนอนซาตินอีกข้างให้ตกลงไปค้างตรงต้นแขนเรียว

เดรสตัวสั้นกุดเลื่อนร่วงรั้งลงต่ำทันที เผยเต้าอวบอิ่มชูชันขาวผ่องงดงามน่าบีบขย้ำอวดโฉมท้าทายสายตาร้อนระอุของเขาอย่างไร้สิ่งปกปิด

อนาวรรธน์บดกรามแน่นจนปวดร้าวขากรรไกร หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธและรุ่มร้อน เขาต้องควบคุมอารมณ์ดิบในกายของตนเอาไว้สุดชีวิต

ภาพร่างงามตรงหน้าน่ามองน้อยๆ เสียที่ไหน ดวงตาคมคลุ้งโขมงไปด้วยเพลิงพิศวาสโดยที่เจ้าของดวงตาคู่คมไม่ได้รู้ตัวสักนิด

เขารู้ดีว่าพริมาคือเขตหวงห้าม ไม่ควรเอาตัวเข้าไปพัวพันกับลูกสาวเพื่อนสนิทมารดา

เพราะวันใดที่ต้องแยกทางกันอาจทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมองหน้ากันไม่ติด และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาตั้งป้อมปราการปฏิเสธสะพานคอนกรีตที่เธอพยายามทอดมาหาอยู่เสมอ

ทว่าป้อมปราการความอดทนอันแข็งแกร่งของอนาวรรธน์ก็ขาดผึ่งลงทันที... ยามที่ร่างบอบบางเดินนวยนาดแสนยั่วยวนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าระยะประชิด

ชุดนอนซาตินสีแดงเพลิงชิ้นน้อยที่รั้งค้างไว้ร่วงหล่นลงไปกองอยู่แทบเท้า เผยให้เห็นเรือนร่างเนียนละเอียดราวกับสลักจากงาช้างเกือบเปลือยเปล่า มีเพียงกางเกงชั้นในลูกไม้ตัวจิ๋วสีแดงเพลิงปิดบังเนินเนื้อสามเหลี่ยมใจกลางร่างสาวเอาไว้เท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป