บทที่ 6 เกาะสวาท หาดสวรรค์ สาวยวนยั่ว 1
6
สองสัปดาห์ต่อมา อนาวรรธน์ก็เดินทางมายังเกาะสมุย เพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองบริษัททัวร์และสื่อมวลชน ณ รีสอร์ตหกดาวสุดหรูของอัครศกุลไพศาล
นอกจากจะมีการเปิดตัวเรือยอชต์ลำใหม่ที่เพิ่งเดินทางมาถึงสมุยสด ๆ ร้อน ๆ แล้ว
งานนี้ยังมีทีมงานโปรดักชันมือดีมาถ่ายทำโฆษณาและภาพนิ่งเพื่อใช้โปรโมทแพ็กเกจของโรงแรมด้วย
เรียกว่ามีงานสำคัญรอให้เขามาดูแลตลอดสุดสัปดาห์นี้เลยทีเดียว
ส่วนนางเอกสาวซาร่าก็ตอบรับคำเชิญของเขาอย่างกระตือรือร้น และจะเดินทางมาสมทบในเช้าวันพรุ่งนี้ เพราะหญิงสาวติดงานถ่ายละคร
ร่างสูงใหญ่สวมกางเกงขาสั้นสีครีมและเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้สดใส เข้ากับบรรยากาศริมทะเลและชายหาดพอดี เดินตรวจงานและแวะทักทายพนักงานตามแผนกต่างๆ ของโรงแรมระดับหกดาว
สวยหรูสมกับชื่อเสียงอันโด่งดัง ยืนหนึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก
แม้ราคาค่าห้องจะอยู่ระดับหมื่นถึงแสนบาทต่อคืน แต่ก็มาพร้อมกับการบริการระดับพรีเมียมชนิดหาที่ติไม่ได้
และแน่นอนว่า รูปร่างสูงใหญ่สง่างามกับใบหน้าหล่อเหลาปานสลักของเจ้าของโรงแรมหนุ่ม ย่อมดึงดูดสายตาชื่นชมจากแขกเหรื่อรอบตัวได้ไม่ยาก
“ไปดูพวกที่มาถ่ายโฆษณาของโรงแรมหน่อยละกัน” อนาวรรธน์เอ่ยกับตัวเองหลังจากทักทายพนักงานต้อนรับส่วนหน้าเสร็จสิ้น ในเมื่อทีมโปรดักชันเข้ามาทำงานในช่วงที่เขาอยู่ที่นี่พอดี การไปทักทายตามมารยาทก็เป็นเรื่องสมควรทำ
“ตอนนี้กำลังถ่ายภาพนิ่งอยู่ตรงชายหาดครับท่าน” ผู้จัดการทั่วไปรายงาน
กองถ่ายที่รับหน้าที่ผลิตทั้งภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่งเริ่มทำงานกันอย่างแข็งขันตั้งแต่เช้าตรู่ ไล่เก็บมุมสวย ๆ ตั้งแต่สระว่ายน้ำส่วนกลางจนกระทั่งตอนนี้ย้ายไปปักหลักที่ริมหาด
อนาวรรธน์พยักหน้ารับ เดินมุ่งหน้าไปยังชายหาดโดยมีนภดล ผู้ช่วยมือขวาเดินตามมาติด ๆ ทว่าก้าวขาไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ชายหนุ่มก็ต้องชะงักฝีเท้าลงเมื่อได้ยินเสียงชื่อของตนดังขึ้น พร้อมกับหันไปทางต้นเสียง
“ลูกไม้”
เจ้าของเสียงคือเกรียงไกร บิดาของลัลล์สลิตา หรือคุณตาของชายหนุ่ม ส่งเสียงเรียกหลานชายสุดรัก
ปกติท่านก็คอยช่วยดูแลความเรียบร้อยของโรงแรม แต่ทุกวันนี้ก็แก่ตัวลง นานๆ จึงจะเข้ามาที่โรงแรมสักครั้ง ท่านทราบมาว่าหลานชายมาดูงานที่นี่ จึงแวะมาเยี่ยมด้วยตัวเอง
เกรียงไกร บิดาของลัลล์สลิตา หรือคุณตาของชายหนุ่มนั่นเอง
แม้ปัจจุบันจะส่งไม้ต่อให้ลูกหลานดูแลและนาน ๆ ครั้งจะแวะเวียนเข้ามา แต่เมื่อทราบข่าวว่าหลานชายสุดที่รักบินมาคุมงานด้วยตัวเอง คนเป็นตาก็อดไม่ได้ที่จะแวะมาหา
“คุณตา สวัสดีครับ” อนาวรรธน์รีบก้มลงกอดคุณตาด้วยความคิดถึงพร้อมประคองร่างชราไปนั่งพักที่โซฟาตัวใหญ่บริเวณล็อบบี้ ก่อนหันไปสั่งพนักงานให้เตรียมน้ำสมุนไพรเย็น ๆ มาต้อนรับ
“คุณตาสบายดีไหมครับ จริง ๆ ไม่ต้องลำบากเดินมาหาผมเลย ผมตั้งใจว่าจะเคลียร์งานเสร็จแล้วไปกราบคุณตาที่บ้านอยู่แล้วเชียว”
“ตาคิดถึงลูกไม้น่ะสิ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน งานเรายุ่งมากใช่ไหมล่ะ ให้คนแก่อย่างตาเดินมาหาบ้างจะเป็นไรไป” เกรียงไกรตอบพลางแย้มยิ้มอย่างอบอุ่น หัวใจคนชราพองโตด้วยความสุขเมื่อได้เห็นหน้าหลานชายคนโปรด
“แล้วนี่ยายลูกหยีไปไหนเสียล่ะ ปกติงานทางนี้ยายหยีต้องเป็นคนมาตรวจไม่ใช่รึ”
“พี่หยีติดสอนหนังสือครับคุณตา”
“คงยุ่งกันน่าดู” คนแก่เปรยเบา ๆ พลางรับน้ำผลไม้จากพนักงานค็อกเทลในชุดไทยประยุกต์สีน้ำทะเลมาจิบดับร้อน “แล้วยายลูกเกดอีกล่ะ รายนั้นก็ไม่ค่อยโทรหาตาเลย” น้ำเสียงเบาลงเจือความน้อยใจตามประสาคนแก่ขี้เหงา
“รายนั้นยิ่งยุ่งใหญ่ครับคุณตา ตามประสาคุณแม่ลูกสาม” อนาวรรธน์เอ่ยปนหัวเราะเพื่อไม่ให้บรรบรรยากาศเศร้าเกินไป
ความจริงไม่ใช่แค่เรื่องเลี้ยงลูกหรอก
แต่เป็นเพราะ นาซิม สามีของอนามิกานั้นหวงภรรยายิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ไม่ค่อยยอมปล่อยให้กลับเมืองไทยง่าย ๆ จนบิดามารดาอย่างอนาคินและลัลล์สลิตาต้องเป็นฝ่ายบินไปหาหลาน ๆ ที่ต่างประเทศแทนเองเสียมากกว่า
“ตาเข้าใจ... ตาก็บ่นไปตามประสาคนแก่นั่นแหละ” เกรียงไกรเอ่ยพลางถอนหายใจ
อดีตที่เคยผิดพลาดทำเรื่องร้ายแรงไว้ในอดีตทำให้เขาไม่อยากเรียกร้องอะไรจากลูกหลานอีก แค่ทุกวันนี้ทุกคนยังแวะเวียนมาพูดคุยและให้โอกาสคนแก่อย่างเขาได้เห็นหน้า เขาก็ซาบซึ้งใจมากพอแล้ว
“เอาอย่างนี้ไหมครับ คืนนี้ผมจะทานดินเนอร์กับคุณตา แล้วพวกเรามาเฟซไทม์หาพี่เกดกับพี่หยีพร้อมกันเลยดีไหมครับ” อนาวรรธน์เสนอทางออกเอาใจ ซึ่งเรียกรอยยิ้มกว้างจากใบหน้าที่เหี่ยวย่นตามวัยได้ทันที
