บทที่ 7 เกาะสวาท หาดสวรรค์ สาวยวนยั่ว 2
7
ชายหนุ่มคำนวณเวลาในใจ คืนนี้แม้จะมีปาร์ตี้ต้อนรับบริษัททัวร์และสื่อมวลชนที่ชายหาด แต่เขาค่อยแวะไปร่วมงานหลังจากทานข้าวกับคุณตาเสร็จก็คงไม่สายเกินไป
“ดีสิ! ตกลงตามนั้นเลย” เกรียงไกรตอบรับอย่างกระตือรือร้น
“งั้นผมขอตัวไปดูงานทางโน้นต่อก่อนนะครับคุณตา” อนาวรรธน์เอ่ยขอตัวอย่างสุภาพพลางลุกขึ้นยืน นอกจากต้องดูแลแขกพิเศษแล้ว เขายังมีเอกสารกองโตที่ต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จก่อนที่ซาร่าจะบินมาถึงในวันพรุ่งนี้ เพราะเขาตั้งใจจะใช้เวลาส่วนตัวพานางเอกสาวไปเที่ยวพักผ่อนอย่างเต็มที่
“ไปเถอะ ๆ ตาเองก็จะไปให้พนักงานนวดผ่อนคลายสักหน่อย ไหน ๆ ก็มาถึงสปาขึ้นชื่อแล้ว”
“แล้วเจอกันเย็นนี้นะครับคุณตา” อนาวรรธน์กล่าวลา ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังชายหาด
✦ ✦ ✦
“พี่ไม้!”
เสียงใสเจื้อยแจ้วอันแสนคุ้นเคย ทว่ากลับเป็นเสียงที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุดในชีวิตดังแว่วมาตามสายลม
อนาวรรธน์แทบสะดุดขาตัวเองล้มพับลงกับผืนทรายนุ่ม ความรู้สึกเหนื่อยใจแล่นปราดเข้าสู่สมองทันทีเมื่อหันไปเห็นเจ้าของเสียงกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งย่ำทรายตรงมาหาเขาด้วยใบหน้าระรื่น
ยัยเด็กตื๊อขี้ฟ้องมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง! อย่าบอกนะว่าตามเขามาถึงสมุยน่ะ!
“พี่ไม้ เพิ่งมาถึงเหรอคะ แพมรอพี่ไม้ตั้งนานแน่ะ!” พริมาส่งเสียงทักทายพร้อมรอยยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คนมองรู้สึกอยากหันหลังหนีเสียให้พ้น ๆ
“ใครเชิญเธอมา” อนาวรรธน์ถามเสียงเย็นชา ชายหนุ่มนึกระอาใจว่าในชีวิตนี้เขาต้องเอ่ยคำถามนี้กับหญิงสาวผู้มีใบหน้าหนาปานคอนกรีตคนนี้อีกกี่หมื่นกี่แสนครั้งกัน
“แหม... แพมเป็นนางแบบของแคมเปญโฆษณานี้ แพมก็ต้องมาทำงานสิคะ” คนมาแบบได้รับเชิญลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
คำตอบนั้นทำเอาเจ้าของโรงแรมหนุ่มถึงกับหน้าเหวอ นึกด่ากราดฝ่ายการตลาดในใจทนไม่ได้ที่ดันไปเลือกยัยตัวแสบคนนี้มาเป็นพรีเซนเตอร์คอลเลกชันใหม่ของโรงแรม
“พนักงานมาร์เก็ตติ้งคนไหนเลือกนางร้ายมาทำงานระดับนี้” ชายหนุ่มถามด้วยความขัดใจ
ปกติเขาไม่เคยลงมาล้วงลูกเรื่องงานโฆษณา แต่ครั้งนี้เขาคงต้องกลับไปตำหนิหัวหน้าแผนกเสียหน่อย แทนที่จะเลือกนางเอกชื่อเสียงดี ๆ มาร่วมงาน
ดันไปคว้านางร้ายที่มีแต่ข่าวคราววีนเหวี่ยงฉาวโฉ่มาแทน
“อุ๊ย พี่ไม้ไม่รู้เหรอคะว่าตอนนี้แพมขยับขึ้นแท่นเป็น ‘นางเอก’ เรียบร้อยแล้วนะ” พริมาเชิดหน้าตอบอย่างภาคภูมิใจ
หลังจากให้สัมภาษณ์เปิดศึกรอบล่าสุดไป วันต่อมาก็มีผู้จัดละครชื่อดังของช่องเคเบิลติดต่อยื่นบทนางเอกมาให้เธอทันที
ในฐานะนักแสดงอิสระที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับใคร พริมาจึงเซ็นสัญญาคว้าโอกาสนั้นไว้
เพราะเธอเองก็อยากรู้ว่า เมื่อเธอขยับตัวเองขึ้นแท่นเป็นนางเอกแล้ว ผู้ชายตรงหน้าจะหันมาสนใจเธอบ้างไหม
แต่ถึงจะเป็นนางเอก แต่ก็เป็นบทนางเอกไม่ยอมคน ใครร้ายมาร้ายกลับ ไม่โกง จึงถือว่าไม่ได้พลิกบทบาทจากตัวร้ายไปสักเท่าใดนัก
แต่สื่อต่างๆ กลับเอาไปตีไข่ใส่ข่าวกันอีกแบบ
...ดั่งคำพูดของพี่ชายตรงหน้าเปี๊ยบ
“ไปอ้อนขอบทมาด้วย ‘ท่า’ ไหนล่ะ ถึงได้ตำแหน่งนางเอกมาง่าย ๆ แบบนี้”
อนาวรรธเค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบมองกวาดร่างระหงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยัน
คำพูดจิกกัดแสนร้ายกาจนั้นกรีดลึกลงบนหัวใจคนฟังจนชาวาบ
ปวดหัวใจไม่ต่างกับทุกครั้ง แต่เธอก็ปล่อยผ่าน เพราะมันไม่ใช่ความจริง
เธอสลัดความเสียใจทิ้งไปอย่างรวดเร็วพลางส่งยิ้มยั่วเย้ากลับไป
“ถ้าพี่ไม้อยากรู้... คืนนี้แวะมาเคาะห้องแพมสิคะ แพมจะสาธิตให้ดูเองว่าใช้ ‘ท่า’ ไหนถึงได้บทนางเอกมา”
หญิงสาวแกล้งกระซิบเสียงหวานหวิวท้าทาย ทั้งที่ภายในอกเต้นระรัวราวกับกลองรบด้วยความตื่นกลัวในความก๋ากั๋นบ้าบิ่นของตัวเอง
แต่ในเมื่อเลือกที่จะรุกแล้ว เธอไม่มีทางเดินถอยหลังกลับเด็ดขาด
“ไร้ยางอาย” อนาวรรธน์หรี่ตามองพลางพ่นคำด่าสั้น ๆ ทว่ารุนแรงจนหัวใจคนฟังแฟบลงไปกองกับพื้นทราย
“ไม่เห็นต้องอายเลยนี่คะ” พริมายังคงเชิดหน้าเถียงสู้ “ถ้าอยากให้พี่ไม้หันมามองแพมบ้าง ก็ต้องใช้ทั้งลูกยั่วลูกอ่อยแบบนี้แหละค่ะ!”
“ขอแสดงความเสียใจล่วงหน้าด้วยนะ เพราะมันไม่มีทางสำเร็จ”
อนาวรรธน์ยืนยันเสียงหนักแน่น ประกายตาดุกร้าวมองหญิงสาวอย่างคนอารมณ์เสีย ก่อนเดินผ่านร่างเล็กไปทักทายทีมงานอย่างเป็นกันเอง
โดยไม่คิดจะชายตามามองนางแบบประจำแคมเปญอย่างเธอเลยสักนิด
พริมาเยือกแข็งอยู่กับที่ ดวงตาคู่สวยรื้นน้ำตาอุ่น ๆ แห่งความผิดหวังระคนเสียใจ มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ ราวกับระยะห่างระหว่างเขากับเธอที่จะไม่มีวันขยับเข้ามาใกล้กันได้เลย
✦ ✦ ✦
