บทที่ 2 ที่มาของเรื่องนี้

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 เดือนก่อน แสงไฟนีออนสลัวภายในห้องทำงานส่วนตัวของคฤหาสน์ตระกูลศิริพันธ์วราธรทอประกายระยิบระยับ สะท้อนให้เห็นภาพของมาเฟียใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชียอย่าง ติณภพ ที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์ราคาแพงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทว่าบรรยากาศอันน่าเกรงขามนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างราบคาบ เมื่อประตูห้องทำงานถูกผลเปิดออกเสียงดังปัง พร้อมกับร่างบางระหงของลูกสาวคนเล็กสุดที่รักวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"ป๊ะป๋าขาาา หนูอยากได้ผู้ชายคนนี้!" เมเบลส่งเสียงออดอ้อน พร้อมกับยื่นหน้าจอแท็บเล็ตแพงระยับเข้าไปชิดใบหน้าของผู้เป็นพ่อ บนหน้าจอนั้นปรากฏภาพของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงหน้าตาดี ดีกรีผู้บริหารบริษัทส่งออกชื่อดังอย่าง กวินท์ กำลังยืนยิ้มหล่อเหลาอยู่ท่ามกลางแสงแฟลชของสื่อมวลชน

ติณภพชะงักไปเล็กน้อย เขาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคมกริบกวาดมองรูปภาพในจอแท็บเล็ตสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของลูกสาวคนเล็กด้วยความรู้สึกเอือมระอาปนเอ็นดู

"อีกแล้วเหรอเมเบล? ป๊าว่าหนูกล่อมตัวเองให้พอได้แล้วมั้ง นายแบบหนุ่มหน้าตาดีหุ่นแซ่บที่เพิ่งควงไปดินเนอร์เมื่ออาทิตย์ก่อนล่ะ จะเอาไปไว้ไหน หื้ม?" ติณภพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลก แกมดุเล็กน้อยตามประสาคนหวงลูกสาวคนเล็กอย่างจงอางห่วงไข่ เนื่องจากเมเบลเป็นน้องเล็กสุดท้องของบ้านและมีอายุห่างจากพี่ชายคนโตพอสมควร จึงไม่แปลกที่ใครต่อใครจะตามใจเธอจนเคยตัว

"ก็คนอื่นๆ หนูแค่ควงแก้เหงาอ่าป๊า! แต่นี่มันของจริง คนนี้แหละที่หนูอยากได้มาเป็นสามี... เอ้ย! อยากได้มาเป็นพ่อของลูกจริงๆ นะคะ!" เมเบลรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเห็นสายตาดุๆ ของผู้เป็นพ่อส่งมาคาดโทษ

"พ่อไม่อยากเห็นหนูต้องมานั่งเสียใจนะเมเบล ผู้ชายโปรไฟล์แบบนั้นมีถมไป ลูกอยากได้คนไหนเดี๋ยวป๊าจัดหาให้ใหม่เอาไหม" ติณภพพยายามเกลี้ยกล่อม เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกสาวคนนี้ของเขามีหนุ่มๆ โปรไฟล์ดีมารุมล้อมขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งดาราชื่อดัง นายแบบระดับอินเตอร์ นักธุรกิจพันล้าน หรือแม้แต่ทายาทเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เธอก็เขี่ยทิ้งมาหมด ไม่เคยคิดจะจริงจังกับใครสักคน

"ก็เบลไม่ได้อยากได้คนพวกนั้นมาเป็นพ่อของเด็กนี่คะ ผู้ชายพวกนั้นน่าเบื่อจะตาย!" เธอยังคงดื้อรั้น เถียงกลับเสียงงอแงตามประสาเด็กเอาแต่ใจ

"ถ้ายังดื้อแล้วเลือกมากแบบนี้ เดี๋ยวป๊าจับคลุมถุงชนแต่งงานกับลูกชายเพื่อนสนิทป๊าเสียเลยนี่!" ติณภพขู่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำทีจะต่อสายหาคู่หมั้นในจินตนาการ ทั้งที่ในใจไม่ได้คิดจะทำจริง เพราะตระกูลนี้ยึดมั่นในความรักอิสระ ไม่นิยมการคลุมถุงชนเด็ดขาด บทเรียนราคาแพงจากรุ่นพ่อแม่สอนให้รู้ว่า หากแต่งงานโดยปราศจากความรัก ชีวิตคู่จะมีแต่ความวุ่นวาย

"ป๊าอ่ะ! ป๊าคิดว่ายัยเบลคนนี้จะดูแลตัวเองไม่ได้หรือไง ป๊าคิดผิดถนัดแล้วนะ! บอกไว้เลยว่าหนูน่ะ... คาสโนวี่ตัวแม่เลยเหอะ!" เมเบลเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ

ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังของ ตริน พี่ชายคนโตของบ้าน ก็ดังแทรกขึ้นตรงหน้าประตูห้องทำงาน "นี่ ยัยเฟย์... อย่ามาทำโม้หน่อยเลย หน้าตาอย่างเธอน่ะเรอะจะไปสยบใครเขาได้ แค่ผู้ชายตามจีบแล้วเปย์กระเป๋าแบรนด์เนมให้หน่อยทำเป็นดีใจจนเนื้อเต้น" ตรินเดินเข้ามาใกล้ พลางยื่นมือหนาไปยีผมน้องสาวจนยุ่งเหยิงด้วยความหมั่นไส้

"พี่คริส! อย่ามาใส่ร้ายเฟย์ย่านะ! ป๊ะป๋าดูพี่คริสแกล้งหนูสิคะ!" เมเบลหันไปซบหน้าลงกับอกแกร่งของผู้เป็นพ่อ ทำทีเป็นฟ้องร้องเสียงกระเง้ากระงอด เรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอจากมาเฟียใหญ่ได้เป็นอย่างดี

"พอได้แล้วทั้งสองคน... แกจะไปไหนต่อล่ะตริน?" ติณภพเอ่ยปราامลูกชายคนโต

"ผมจะไปบริษัทก่อนครับ วันนี้มีประชุมเครียดเรื่องสัมปทานท่าเรือ" ตรินก้มลงหอมแก้มมารดาและน้องสาวลวกๆ ก่อนจะหันมาบอกลาบิดา แล้วเดินผิวปากสบายใจเฉิบออกจากห้องไป

เมื่อพี่ชายตัวดีเดินพ้นประตูกไป เมเบลก็หันกลับมาเกาะแขนบิดาต่อทันที ดวงตากลมโตฉายแววออดอ้อนแบบสุดฤทธิ์ "นะคะป๊ะป๋า... ช่วยเบลหน่อยนะ เบลอยากแต่งงานกับผู้ชายคนนี้จริงๆ นะคะ นะๆๆๆ" เธอยกแขนแกร่งของบิดามาเขย่าไปมาอย่างเอาแต่ใจ จนคนเป็นพ่อที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมในวงการมืด ถึงกับต้องยอมจำนนด้วยการถอนหายใจเฮือกใหญ่ยาวเหยียด

"เฮ้อ... ตามใจแก อยากทำอะไรก็ทำ แต่อย่าเจ็บกลับมาก็พอ ถ้ามันกล้าทำลูกป๊าเสียใจแม้แต่หยดเดียว ป๊าจะส่งมันไปนอนคุยกับรากม่วงใต้ดินแน่" ติณภพเอ่ยอนุญาตด้วยความจำนนต่อลูกสาว

และตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา เมเบลก็เริ่มใช้เส้นสายและอิทธิพลมหาศาลของตระกูลศิริพันธ์วราธร ปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเธอไว้จนมิดชิด เธอถอดคราบคุณหนูไฮโซผู้สูงศักดิ์ทิ้งไป แปลงโฉมตัวเองเป็นหญิงสาวธรรมดาที่แสนจะอ่อนหวานและน่าสงสาร เพื่อเข้าไปตีสนิทและเข้าหาครอบครัวของกวินท์อย่างแนบเนียน จนกระทั่งสามารถบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วยได้สำเร็จในเวลาต่อมา

ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ภายในห้องนอนส่วนตัวของเมเบลที่ฮ่องกง หลังจากที่เธอเพิ่งเดินทางกลับมาถึงด้วยเครื่องบินส่วนตัว เธอก็ไม่รอช้าที่จะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาต่อสายหาผู้จัดการส่วนตัวคนสนิททันที เพื่อเริ่มแผนการแก้แค้นที่เธอวางเอาไว้

รอดาวเทียมเสียงรอสายดังอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ปลายสายจะกดรับ

[ "ฮัลโหล ว่าไงจ๊ะคุณดาราสาวตัวแม่ หายหัวไปแต่งงานกับสามีไฮโซตั้งหลายเดือน เพิ่งจำทางโทรศัพท์หาพี่ได้รวดเร็วขนาดนี้เชียวเหรอ" ] เสียงแซวจาก พี่เอแคร์ ผู้จัดการส่วนตัวคนสนิทดังลอดออกมา

"แหม พี่เอแคร์คะ อย่าเพิ่งแซวเบลสิคะ... ว่าแต่ งานละครเรื่องใหม่ที่พี่เคยติดต่อไว้ ช่วงนี้ได้นักแสดงครบหรือยังคะ" เมเบลเอ่ยถามเข้าประเด็นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

[ "ยังเลยจ้ะ กำลังปวดหัวอยู่พอดี วันนี้พี่เพิ่งติดต่อน้องแพรวามาเซ็นสัญญาเล่นบทร้ายพอดี เห็นว่าอยากลองฝีมือ" ]

"ดีเลยค่ะ! งั้นเบลขอรับเล่นละครเรื่องนี้ด้วยตัวเองเลยค่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะ... เบลขอเล่นเป็นตัวร้าย นางเอกร้ายลึก ส่วนบทนางเอกใสๆ โยนให้ยัยแพรวาไปได้เลยค่ะพี่เอแคร์ เบลยกให้ด้วยความยินดี!" คำพูดทีเล่นทีจริงแต่แฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตของเมเบล ทำให้ผู้จัดการสาวทางฝั่งโน้นถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย

[ "อ้าว... เอาจริงดิ? แล้วยัยแพรวาจะเล่นได้เหรอหนูเบล เพราะเท่าที่รู้มา ยัยนั่นไม่เคยแสดงเป็นนางเอกแถวหน้ามาก่อนเลยนะ ฝีมือก็งั้นๆ แถมพี่ก็ไม่อยากมีปัญหากับท่านติณภพด้วย เพราะคุณพ่อหนูเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของช่องไม่ใช่เหรอ" ]

เมเบลแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "หึ... ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เอแคร์ เรื่องคุณพ่อเบลจัดการเคลียร์เองได้ พี่แค่ทำตามที่เบลสั่งก็พอ ยังไงก็เอาแพรวามาเล่นเป็นนางเอกให้ได้นะคะ" แพรวาผู้หญิงคนนี้คือคนที่แอบส่งสายตาให้ท่าและพยายามจะเต้าไต่ขึ้นไปเป็นนางเอก โดยการแอบไปอ่อยท่านติณภพพ่อของเธอเมื่อสามวันที่ผ่านมา คิดจะเล่นเกมสูงแต่ดันไม่ดูตาม้าตาเรือ งานนี้เธอจึงต้องจัดฉากต้อนรับความพินาศให้ยัยชะนีนางนี้ด้วยตัวเอง

[ "เอ่อ... ก็ได้จ้ะ ในเมื่อคุณหนูอยากเล่นสนุก พี่ก็ตามใจ" ] ผู้จัดการสาวรับคำอย่างว่าง่าย เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอรักและเอ็นดูเมเบลเหมือนน้องสาวแท้ๆ มาโดยตลอด

"ขอบคุณนะคะพี่เอแคร์ งั้นเอาไว้เจอกันที่กองถ่ายฮ่องกงนะคะ... จุ๊บ!"

[ "จ้าๆ กลับมาถึงฮ่องกงแล้วต้องเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้พี่ฟังด้วยนะ โอเคไหม" ]

"ค่ะ แม่~" เมเบลลากเสียงยาวใส่ปลายสายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกดตัดสายไป แล้วทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวนุ่มในห้องพักส่วนตัวบนเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ผู้เป็นพ่อจัดเตรียมไว้คอยรับรอง

"ถ้าไม่มีธุระอะไรด่วนจริง ๆ ห้ามใครมารบกวนฉันเด็ดขาด เพราะฉันต้องการพักผ่อน" เธอเอ่ยสั่งลูกน้องเสียงเข้ม หลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวันกับการจัดการหย่าขาดจากอดีตสามีเฮงซวย

"รับทราบครับคุณหนู" ไคอาร์โค้งศีรษะรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด

เมื่อเครื่องบินส่วนตัวแลนดิ้งลงสู่สนามบินฮ่องกงอย่างปลอดภัย รถหรูคันยาวหลายคันก็เคลื่อนตัวมารับตัวคุณหนูคนเล็กแห่งตระกูลศิริพันธ์วราธรทันที ทันทีที่รถเคลื่อนมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬาร เมเบลก็รีบวิ่งลงจากรถด้วยความดีใจ พุ่งตรงเข้าไปสวมกอดมารดาสุดที่รักทันที

"หม่ามี๊จ๋า~~~ คิดถึงจังเลยค่ะ!" เมเบลซุกหน้าลงกับอ้อมกอดอุ่น พร้อมกับหอมแก้มซ้ายขวาฟอดใหญ่หลายฟอด

ฟอด! ฟอด!

"คิดถึงที่สุดในโลกเลยค่ะคนนี้"

"ฮั่นแน่... กลับมาถึงก็ออดอ้อนแม่ใหญ่เลยนะ แล้วไม่คิดจะกอดป๊าคนนี้บ้างเหรอหื้ม" ติณภพผู้เป็นพ่อแสร้งทำเป็นตีหน้ายุ่ง น้อยอกน้อยใจลูกสาวคนสวยที่วิ่งไปหาแต่แม่

"โถ่ป๊ะป๋า... กอดสิคะ! ก็ป๊ะป๋าก็เป็นผู้ชายที่รักที่สุดในดวงใจของหนูเหมือนกันนั่นแหละค่ะ" สาวสวยรีบผละจากอ้อมแขนแม่ วิ่งเข้าไปสวมกอดเอวหนาของพ่อแน่น พร้อมกับใช้มารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนออดอ้อนจนผู้เป็นพ่อใจอ่อนยวบ

"เข้าบ้านกันดีกว่าลูก เดินทางมาเหนื่อยๆ แบบนี้ ม้าเตรียมของโปรดไว้รอเพียบเลย ไปอยู่ที่นู่นเป็นยังไงบ้างล่ะหื้ม คนเก่งของแม่" ประมุขของบ้านและภรรยาคนสวยช่วยกันจูงมือลูกสาวสุดที่รักเดินเข้าสู่ตัวบ้านด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่น

ทว่า ทันทีที่เข้ามาด้านใน ติณภพก็หันไปสบตากับมือขวาคนสนิท

"ไคอาร์... ตามฉันมาที่ห้องทำงานด่วน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆ แต่เฉียบขาด

เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง ติณภพก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ แววตาคมกริบฉายแววความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "รายงานเรื่องความเป็นอยู่ของลูกสาวฉันตลอด 5 เดือนที่ผ่านมาให้ฉันฟังทั้งหมดอย่างละเอียด ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวินาทีนี้"

ไคอาร์โค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนจะเริ่มรายงาน "คุณหนูแต่งงานกับนายกวินท์ได้ 5 เดือนกว่าแล้วครับตลอดเวลาที่ผ่านมา นายคนนั้นไม่ได้ใส่ใจคุณหนูเลย แถมยังแอบติดต่อกับแฟนเก่าที่ชื่อแพรพรรณไปมาหาสู่กันลับหลังอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นเพิ่งจะขนกระเป๋ามาย้ายเข้ามาอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เพราะคิดว่าคุณหนูจะยอมแพ้หย่าขาดไปเองครับ"

กรามแกร่งของติณภพขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านออกมาจากร่างของมาเฟียใหญ่จนห้องทั้งห้องแทบจะเย็นเฉียบ "แล้วลูกฉันทำไมถึงยอมปล่อยให้มันทำแบบนั้น!"

"คุณหนูตั้งใจยอมเปลี่ยนตัวเองทุกอย่างเพื่อสร้างครอบครัวครับ แต่ก็โดนสองคนนั้นกลั่นแกล้งและดูถูกอยู่บ่อยครั้ง เวลาที่ผมส่งคนจะเข้าไปจัดการพวกมัน คุณหนูมักจะห้ามไว้เสมอ... คุณหนูบอกว่า 'ปล่อยไว้ก่อน เดี๋ยวฉันจะจัดการด้วยตัวเอง' และการกลับมาในครั้งนี้ คุณหนูตั้งใจจะเดินเกมเอาคืนสาสมด้วยตัวเองทั้งหมดครับนาย"

ติณภพกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ถ้ารู้ว่าลูกสาวสุดที่รักต้องไปทนลำบากตกระก้ำกระลำยากในบ้านเฮงซวยหลังนั้น ป่านนี้พวกมันสองคนคงได้ไปนอนเน่าอยู่ในหลุมศพใต้ทะเลลึกไปนานแล้ว "ดื้อรั้นเหมือนแม่ไม่มีผิด... แล้วผู้หญิงคนนั้นที่เป็นชู้รัก มันคือใคร?"

"ผู้หญิงคนนั้นคือคนเดียวกับที่แอบมาอ่อยเหยื่อหวังจะจับนายเมื่อสามวันก่อนครับ และตอนนี้คุณหนูก็เพิ่งสั่งการให้คุณเอแคร์จัดการจ้างมันมาเล่นละครเรื่องใหม่ โดยให้รับบทเป็นนางเอก ส่วนคุณหนูจะขอเล่นเป็นตัวร้ายคอยตบมันคืนครับนาย"

ติณภพฟังแล้วก็ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ ความโกรธในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความทึ่งในความเจ้าเล่ห์ของลูกสาว "อืม... ถ้าอย่างนั้นก็ยังไม่ต้องลงมือจัดการอะไร ปล่อยให้พวกมันเล่นละครตบตากันไปก่อน ฉันเชื่อว่าเมเบลต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยวิธีของเธอเองได้แน่ๆ ถ้าลูกฉันไม่มีแผนการเด็ดขาดอยู่ในหัว ลูกคงไม่ยอมลดตัวลงไปเล่นบทนางร้ายในละครหรอก" ใช่... เขาเชื่อมั่นในตัวลูกสาวคนนี้เสมอ

"แล้วเรื่องประวัติของไอ้กวินท์ สืบมาให้ฉันใหม่อยีกรอบหรือยัง ฉันยังไม่เชื่อว่ามันจะเป็นแค่นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ประสบความสำเร็จธรรมดาๆ แน่ มันต้องมีเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่อีกมาก"

"กำลังให้คนเร่งสืบเชิงลึกอยู่ครับนาย น่าจะได้เรื่องเร็วๆ นี้"

"ส่วนเรื่องงานเปิดกล้องละครเรื่องใหม่ เพิ่มกำลังคนคอยอารักขาคุณหนูให้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เพราะฉันได้ข่าวมาว่า... 'พวกมังกรดำ' กำลังส่งคนสะกดรอยตามเพื่อชิงตัวยัยเบล" แววตาสีเข้มของมาเฟียใหญ่ฉายแววความกังวลอย่างเห็นได้ชัด หัวหน้าแก๊งมังกรดำคู่อริเก่าต้องการตัวลูกสาวคนเล็กของเขาไปเพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองและผูกพันธมิตร ยิ่งพวกมันแสดงท่าทีคลั่งไคล้และต้องการตัวเมเบลมากเท่าไหร่ เธอกยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากเท่านั้น

หลายปีที่ผ่านมา พวกมันไม่เคยกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับทายาทคนอื่นในตระกูลเลยสักคน ยกเว้น... เมเบล! นับตั้งแต่ที่เธอเดินเข้าไปพัวพันกับครอบครัวของกวินท์ ดูเหมือนว่าพวกมังกรดำจะเคลื่อนไหวและต้องการตัวเธอมากกว่าครั้งไหนๆ ในประวัติศาสตร์

"ไปสืบเรื่องของ 'ทายาทคนสุดท้ายแห่งแก๊งมังกรเพลิง' มาให้ฉันโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะฉันสังหรณ์ใจเหลือเกินว่า... เรื่องนี้มันต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับไอ้หนุ่มกวินท์หรือเบื้องหลังครอบครัวของมันอย่างแน่นอน!"

ในอดีต ก่อนที่สามพันธมิตรมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จะร่วมกันสาบานตนสร้างอาณาจักร ได้แก่ แก๊งมังกรขาว (ของตระกูลเขา) แก๊งมังกรดำ และ แก๊งมังกรเพลิง ผู้สืบทอดรุ่นก่อนเคยถูกลอบสังหารยกครัวจนเกือบสูญพันธุ์ เหลือเพียงนายหญิงและทายาทตัวน้อยคนเดียวที่หนีรอดไปได้ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสามารถตามหาตัวทายาทคนนั้นพบ เพื่อกลับมานั่งแท่นรับตำแหน่งผู้นำตระกูลที่แท้จริง

ทว่า ต่อมาไม่นาน เมื่อเกิดการขัดผลประโยชน์ครั้งใหญ่ จู่ๆ หัวหน้าแก๊งมังกรดำรุ่นปู่ก็เสียชีวิตอย่างปริศนา ท่ามกลางความระแวงว่าถูกลอบสังหารโดยแก๊งพันธมิตรที่เหลือ ส่งผลให้แก๊งมังกรดำพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่อีกครั้ง และนั่นคือเหตุผลที่พวกมันพยายามจะดองญาติหรือจับคู่แต่งงานกับเมเบล ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยชายตามองเลยด้วยซ้ำ! ทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นอย่างประจวบเหมาะ หลังจากที่เมเบลเข้าไปพัวพันกับคนในตระกูลของกวินท์พอดิบพอดี

"ครับนาย ผมจะเร่งสืบสวนทุกอย่างให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด" ไคอาร์รับคำสั่งอย่างเคร่งครัด

หากพวกเขาสามารถตามหาทายาทคนสุดท้ายแห่งแก๊งมังกรเพลิงพบ ปัญหาความขัดแย้งทั้งหมดก็จะถูกคลี่คลายลง และเมื่อถึงเวลานั้น... เมเบลลูกสาวคนเล็กของเขาก็จะปลอดภัยจากการตามล่าของพวกมังกรดำเสียที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป