บทที่ 3 เจ้าเล่ห์
เช้าวันต่อมา
แสงแดดอ่อน ๆ ของวันใหม่ทอดผ่านผืนผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาภายในห้องพักสุดหรู เมเบลตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ ใบหน้าสวยเฉี่ยวเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสะใจ เพราะแผนการที่เธอร้อยเรียงไว้กำลังเดินหน้าไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด เธอรีบหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาต่อสายหาผู้จัดการส่วนตัวคนสนิททันที เพื่อย้ำเตือนแผนการเด็ดที่เธอเพิ่งคิดสด ๆ ร้อน ๆ
"พี่เทียน่าคะ... เบลตัดสินใจแล้ว เบลจะขอเปลี่ยนบทค่ะ" เสียงหวานเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด
ปลายสายอย่าง เทียน่า ถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง เพราะบทบาทที่เมเบลได้รับมาตลอดคือการเป็นนางเอกเบอร์ต้น ๆ ของช่องที่ไม่เคยตกกระป๋อง [ "เอ่อน้องเบลคะ... ทำไมอยู่ ๆ ถึงอยากเปลี่ยนบทกะทันหันล่ะคะ ปกติน้องเบลก็เหมาะกับบทนางเอกเจิดจรัสที่สุดแล้วนี่หน่า อีกอย่าง ละครเรื่องนี้ก็สร้างขึ้นมาจากบารมีของทางฝั่งคุณพ่อด้วยนะจ๊ะ" ]
"เบลแค่อยากลองเปลี่ยนแนวดูบ้างน่ะค่ะพี่เทียน่า คนดูอาจจะชินตาที่เห็นเบลเล่นแต่บทนางเอกเจิดจรัสแสนดีแล้ว ครั้งนี้เบลขอพลิกคาแรกเตอร์มารับบทเป็น 'ตัวร้าย' ร้ายลึกแบบพริกสิบเม็ด ส่วนบทนางเอกใส ๆ น่าสงสาร พี่เทียน่าโยนบทนั้นไปให้ยัยแพรพรรณรับเล่นแทนได้เลยค่ะ เบลอนุญาต!"
[ "หหา?! จริงเหรอคะน้องเบล! แพร... แพรพรรณเนี่ยนะจะได้เล่นเป็นนางเอก?" ] เทียน่าอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ไม่คิดว่าคุณหนูตระกูลใหญ่จะใจกว้างยอมสละบัลลังก์นางเอกให้คู่กรณีตัวแสบแบบนี้
ในขณะเดียวกัน ทางด้านของ แพรพรรณ ที่นั่งลุ้นผลการแคสติ้งอยู่ภายในห้องพักของเธอ เมื่อจู่ ๆ ได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการส่วนตัวแจ้งข่าวดีว่าตนเองจะได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นนางเอกละครฟอร์มยักษ์ประกบคู่พระเอกชื่อดัง หล่อนก็กรีดร้องออกมาด้วยความดีใจจนแทบคลั่ง ลืมตัวกระโดดโลดเต้นไปรอบห้องพักจนข้าวของกระจัดกระจาย
[ "กรี๊ดดด~~ จริงเหรอคะพี่เทียน่า! แพรได้เล่นเป็นนางเอกจริง ๆ เหรอคะเนี่ย!" ] แพรพรรณกรกรีดเสียงกรี๊ดลั่นสายด้วยความลิงโลดจนเทียน่าต้องรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูแทบไม่ทัน
"ค่ะ... ตามนั้นแหละจ่ะน้องแพร" เทียน่าตอบรับด้วยน้ำเสียงเอือมระอาปนระอาใจ
[ "แล้ว... บทตัวร้ายที่ว่านั่น ใครเป็นคนมารับเล่นแทนแพรเหรอคะพี่เทียน่า?" ] แพรพรรณเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนอยากรู้อยากเห็น เพราะตอนแรกทางสปอนเซอร์รายใหญ่และผู้จัดยังคงปิดเงียบไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อนักแสดงสมทบฝ่ายร้ายเลยสักคน
"ถึงวันบวงสรวงเปิดกล้อง เดี๋ยวหนูก็รู้เองแหละค่ะคุณแพรพรรณ... งั้นแค่นี้ก่อนนะจ๊ะ พี่มีธุระต้องเคลียร์ต่อ" เทียน่ารีบตัดบทแล้วกดวางสายทันที ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับผู้หญิงมักใหญ่ใฝ่สูงคนนี้ให้ปวดหัวเล่น
เมื่อวางสายจากผู้จัดการส่วนตัว เมเบลก็แค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "หึ... ติดกับดักที่ฉันขุดไว้เต็ม ๆ เลยสินะยัยแพรพรรณ... เดี๋ยวพวกเธอสองคนจะได้รู้ซึ้งถึงนรกบนดินที่แท้จริงว่าเป็นยังไง" หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย
หลังจากนั้นไม่นาน เมเบลก็ต่อสายตรงหา เอแคร์ ผู้จัดการส่วนตัวมือฉมังอีกคนทันที [ "พี่เอแคร์คะ ส่งบทละครเรื่องใหม่ให้ยัยแพรพรรณคืนนี้เลยนะคะ เอาบทที่แซ่บที่สุด ร้ายกาจที่สุด และโดนตบฉากใหญ่ ๆ เยอะ ๆ หน่อยนะ ให้สมกับความอยากเป็นนางเอกของหล่อน" ]
[ "รับรองว่าจัดให้ชุดใหญ่ไฟกระพริบเลยจ่ะลูกสาว... บทเรื่องนี้มันถึงพริกถึงขิงสะใจคนดูแน่นอน พี่จัดการให้เรียบร้อย ไม่ต้องห่วง!" ] เอแคร์ หัวเราะคิกคักชอบใจในความแสบสันของเด็กในสังกัด
ตัดภาพกลับมาฝั่งของสามีผู้โง่เขลาอย่าง กวินท์ หลังจากที่เขาเพิ่งไล่แพรพรรณออกไปจากห้องรับแขกเมื่อคืนเพื่อตามง้อภรรยา แต่กลับพบว่าเมเบลได้เก็บกระเป๋าบินหนีกลับฮ่องกงไปเสียแล้ว ชายหนุ่มพยายามต่อสายโทรศัพท์หาหญิงสาวนับร้อยสาย แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงเสียงสัญญาณรอสายที่ยาวนาน และตามด้วยเสียงตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
"เว้ยเอ๊ย! เมื่อไหร่จะรับสายสักทีวะเมเบล!" กวินท์สบถออกมาด้วยความหัวเสียสุดขีด ดวงตาแดงก่ำด้วยความเครียด มือหนาเขวี้ยงโทรศัพท์ราคาแพงลงกับพื้นห้องนอนจนหน้าจอแตกละเอียดกระจายเต็มพื้น
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะตะโกนเรียกเลขาคนสนิท "สมยศ! เข้ามาพบผมเดี๋ยวนี้!"
เพียงไม่กี่วินาที สมยศ เลขานุการส่วนตัวก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาภายในห้อง "ครับท่านประธาน มีอะไรให้ผมรับใช้ด่วนหรือเปล่าครับ"
"ไปสืบประวัติทุกอย่างของเมเบลมาให้ผมใหม่ทั้งหมด เอาแบบละเอียดยิบทุกซอกทุกมุม ห้ามพลาดแม้แต่รายละเอียดเดียว!" กวินท์สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและเกรี้ยวกราด
"รับทราบครับท่านประธาน ผมจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุดครับ" สมยศโค้งรับคำสั่งแล้วรีบหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปทันทีเพื่อจัดการสืบหาความจริงตามคำบัญชา
เมื่อเลขาหนุ่มออกไปแล้ว กวินท์ก็เดินทอดน่องด้วยความเครียดจัดเข้าไปเยี่ยมมารดาภายในห้องนอนส่วนตัวของท่าน คุณหญิงสิลินเพิ่งจะฟื้นจากอาการเป็นลมล้มพับไปเมื่อคืน หลังจากได้ล่วงรู้ความจริงอันน่าตกใจเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของลูกสะใภ้
"ม๊า... อาการดีขึ้นบ้างหรือยังครับป้าแจ่ม" กวินท์เอ่ยถามแม่บ้านเก่าแก่ที่กำลังคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ผู้เป็นมารดาด้วยความห่วงใย
"ดีขึ้นมากแล้วค่ะคุณกวินท์ แต่ท่านยังคงนอนร้องไห้คิดถึงคุณหนูเมเบลอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ" ป้าแจ่มตอบด้วยน้ำเสียงสลดใจ
กวินท์เดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเตียงนอน มือหนายื่นไปกุมมือเหี่ยวย่นตามวัยของมารดาเบา ๆ "ม๊าครับ... ผมขอโทษนะครับที่ทำให้ม๊าต้องเสียใจ"
คุณหญิงสิลินลืมตาขึ้นช้า ๆ แววตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอาลัยอาวรณ์ "กวินท์... ตามหาน้องกลับมาให้ม๊าทีนะลูก น้องคงจะเสียใจมากที่แกทำกับน้องแบบนั้น... ฮรึก... ม๊ารักและเอ็นดูหนูเบลเหมือนลูกสาวแท้ ๆ เลยนะ"
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกผิดบาป "แล้ว... ม๊ายังอยากให้ผมหย่ากับน้องอยู่ไหมครับ" เขาเอ่ยถามเสียงสั่น เพราะเขายังพอจำแววตาเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นของเมเบลในวินาทีสุดท้ายก่อนจะก้าวขึ้นเครื่องบินได้เป็นอย่างดี ปากเธอบอกว่าจะหย่า แต่แววตานั้นกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
คุณหญิงสิลินส่ายหัวช้า ๆ ทั้งน้ำตา "แกยังไม่ได้เซ็นใบหย่าใช่ไหมกวินท์... ถ้ายัง งั้นก็รีบไปตามง้อเมเบลกลับมาซะ อย่าปล่อยให้เพชรเม็ดงามหลุดมือไปเด็ดขาด!"
เวลาล่วงเลยผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง สมยศก็รีบกลับเข้ามาายงานผลการสืบสวนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและเหงื่อท่วมกาย
"ท่านประธานครับ... ดูเหมือนว่าเรากำลังเล่นกับไฟกองใหญ่เข้าให้แล้วครับ" สมยศละลำละลักพูดรายงาน
"แกหมายความว่ายังไงสมยศ พูดมาให้เคลียร์!" กวินท์จ้องเขม็ง
"จากข้อมูลลับที่ผมพยายามเจาะลึกเข้าไปดู... ประวัติส่วนตัวของภรรยาคุณ ถูกปกปิดเอาไว้อย่างแน่นหนาด้วยระบบความปลอดภัยระดับสูงสุด มีเพียงข้อมูลผิวเผินว่าเป็นนักแสดงสาวชื่อดังชาวฮ่องกงที่ย้ายมาพักผ่อนและทำงานในไทยได้เกือบปีแล้ว แต่แท้จริง เป้าหมายที่เธอเข้ามาตีสนิทกับครอบครัวเรา..." สมยศกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะพูดต่อ "เธอย้ายเข้ามาเพื่อเป้าหมายเดียวคือการแต่งงานกับคุณครับ!"
กวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "แต่งงานกับฉันเนี่ยนะ? ทำไมเธอต้องทำแบบนั้นด้วย?"
"ยิ่งไปกว่านั้นครับ... ทุกช่องทางและเส้นสายงานในวงการบันเทิงของเธอ ถูกอำนาจมืดบางอย่างปิดบังเอาไว้ทั้งหมด ไม่มีข่าวหลุดรอดออกมาเลยแม้แต่น้อย และนี่คือภาพจากกล้องวงจรปิดหลังคฤหาสน์ของเราเมื่อคืนก่อนครับ" สมยศยื่นแท็บเล็ตให้เจ้านายดู ภาพในจอแสดงให้เห็นกลุ่มชายชุดดำรูปร่างกำยำนับสิบคน ที่เข้ามาช่วยขนกระเป๋าเดินทางของคุณหนูเมเบลขึ้นรถหรูขบวนใหญ่
กวินท์จ้องมองภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง "นี่มัน... กลุ่มบอดี้การ์ดชุดเดียวกันกับที่มาขนของเธอเมื่อคืนก่อนไม่ใช่เหรอ หรือว่า..."
"ใช่ครับท่านประธาน... มีความเป็นไปได้สูงมาก และข่าวลือที่เธอบอกก่อนจะบินกลับฮ่องกง น่าจะเป็นความจริงครับ... เธอคือ 'ลูกสาวคนเล็กของท่านติณภพ' เจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลศิริพันธ์วราธรครับ!" สมยศเอ่ยสรุปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
กวินท์ถึงกับทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ สมองตื้อตันขาวโพลน นึกไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงอ่อนหวานที่เขาเคยคิดว่าเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาไม่มีหัวนอนปลายเท้า จะมีเบื้องหลังและอำนาจมืดที่ยิ่งใหญ่ค้ำคออยู่เหนือหัวเขาขนาดนี้!
ตัดฉากมาที่ฝั่งของคลังอำนาจมืดอีกฟากหนึ่ง ภายในห้องประชุมลับของ แก๊งมังกรดำ (ตระกูลหลิว) บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึมและกลิ่นอายแห่งความตาย
"คุณหนูเมเบลเดินทางกลับมาถึงฮ่องกงอย่างปลอดภัยแล้วครับนาย และจากสายข่าวที่เราส่งไปซุ่มดู... อีกไม่นาน เราน่าจะได้เบาะแสสำคัญในการตามหา 'ทายาทคนสุดท้ายแห่งแก๊งมังกรเพลิง' ที่หายสาบสูญไปอย่างแน่นอน!" ลูกน้องคนสนิทรายงานต่อหน้าผู้นำตระกูล
หลิวหยาง (ฟอลคอน) หัวหน้าแก๊งมังกรดำผู้เหี้ยมเกรียม นั่งไขว่ห้างพ่นควันซิการ์สีเทาออกมาอย่างใจเย็น "แล้วเรื่องที่กูสั่งให้มึงไปสืบเชิงลึกเกี่ยวกับประธานบริษัท KVN กรุ๊ป มึงแน่ใจแคไหนว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้"
"ครับนาย จากประวัติและการเคลื่อนไหวของนายกวินท์ มีแนวโน้มสูงมากที่เขาอาจจะมีสายเลือดเชื่อมโยงกับทายาทคนสุดท้ายของมังกรเพลิง แต่ปัญหาคือ ตัวไอ้หนุ่มนั่นเองก็ดูเหมือนจะยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเบื้องหลังชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเองคือใคร"
หลิวเหว่ย (อีคอน) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนผู้เลือดร้อน เอ่ยแทรกขึ้นมาทันที "ไม่น่าล่ะ... ทำไมอยู่ ๆ ลูกสาวคนเล็กของแก๊งมังกรขาว (ตระกูลศิริพันธ์วราธร) ถึงได้จงใจเดินเข้าไปพัวพันกับครอบครัวไอ้หนุ่มนั่น ที่แท้พวกมันก็คงระแคะระคายเรื่องนี้เหมือนกันสินะป๊า!"
"ไม่ใช่แค่เข้าไปพัวพันธรรมดาหรอกอีคอน..." ฟอลคอนหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์ "นังเด็กผู้หญิงคนนั้นแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับไอ้กวินท์มาได้ห้าเดือนกว่าแล้ว ทุกอย่างมันถูกจัดฉากขึ้นอย่างประจวบเหมาะจนน่าสงสัย"
"งั้นเราควรจะจัดการเก็บมันซะเลยดีไหมครับป๊า! ตัดไฟเสียแต่ต้นลมจะเป็นการดีที่สุด เพราะถ้าเกิดไอ้หนุ่มนั่นหรือตระกูลมันรู้ตัวตนที่แท้จริงขึ้นมาเมื่อไหร่ พวกมันคงไม่ยอมปล่อยให้แก๊งเราลอยนวลแน่" อีคอนเสนอความเห็นด้วยความกระหายเลือด
ฟอลคอนยกมือขึ้นห้ามปรามลูกชายด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ใจเย็น ๆ ลูกรัก... การตายของปู่พวกมันเมื่อหลายสิบปีก่อน ยังไงเสียพวกมันก็ต้องชดใช้ด้วยเลือด! แต่ตอนนี้ เรายังเก็บยัยคุณหนูเมเบลไว้เป็นตัวประกันหรือเครื่องมือต่อรองไม่ได้ จนกว่าเราจะได้ตัวทายาทคนสุดท้ายแห่งมังกรเพลิงมาอยู่ในกำมือเพื่อคุมเกมทั้งหมด!"
ในเวลาเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลักของ แก๊งมังกรขาว (ตระกูลจาง) บรรยากาศเต็มไปด้วยความโล่งอกและรอยยิ้ม ติณภพผู้เป็นพ่อกำลังนั่งจิบชาพูดคุยอยู่กับลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งบินกลับมาถึงบ้านอย่างอารมณ์ดี
"ไงล่ะลูกสาวตัวแสบของป๊า กลับมาฮ่องกงแล้วรู้สึกยังไงบ้าง หื้ม? แผนการที่ป๊าช่วยจัดฉากให้ ถูกใจลูกรักคนนี้หรือเปล่าล่ะฮึ" ติณภพเอ่ยหยอกลยลูกสาวด้วยความเอ็นดู
"ถูกใจที่สุดในโลกเลยค่ะป๊า! ขอบคุณป๊ะป๋าคนหล่อที่สุดในสามโลกเลยนะคะที่ช่วยสนับสนุนหนูเต็มที่" เมเบลโผเข้ากอดแขนพ่อแน่นออดอ้อนยกใหญ่
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดผางเข้ามาอย่างรวดเร็วโดย อัคคี มือขวาคนสนิทฝีมือดีของมาเฟียใหญ่ สีหน้าของเขาง่อนแง่นและเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดจนติณภพต้องวางถ้วยแบล็กทีลง
"มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่าอัคคี ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้น" ติณภพเอ่ยถามเสียงเข้ม
"ท่านครับ... จากผลการสืบสวนเชิงลึกที่เราเพิ่งได้รับมาสด ๆ ร้อน ๆ ปรากฏว่า อดีตสามีของคุณหนูเมเบลอย่างนายกวินท์ มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดโดยตรงกับ 'ท่านเฟยเจิน' ผู้นำตระกูลมังกรเพลิงในอดีตครับ! และมีแนวโน้มสูงมากด้วยว่า 'เฟยหรง' ทายาทคนสุดท้ายที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ลอบสังหาร พร้อมกับนายหญิงเฟยหง... อาจจะกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ใกล้ตัวเรานี่เองครับ!"
ดวงตาคมกริบของติณภพเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ "ฮ่า ๆ ๆ... ช่างเป็นเรื่องที่ประจวบเหมาะอะไรปานนี้! ถ้าหากว่าเฟยหรงกลับมารับตำแหน่งผู้นำตระกูลมังกรเพลิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ สงครามแย่งชิงอำนาจระหว่างสามแก๊งใหญ่ก็จะยุติลงโดยปริยาย และจะไม่มีการนองเลือดอีกต่อไป!"
"แล้วเราควรจะเริ่มเคลื่อนไหวอย่างไรดีครับท่าน" อัคคีเอ่ยถาม
"อดใจรอก่อน... รอจนกว่าทางฝั่งโน้นจะฟื้นความทรงจำหรือรู้ตัวตนที่แท้จริงเสียก่อน เราถึงจะเริ่มแผนการขั้นต่อไปเพื่อตัดหน้าพวกตระกูลหลิว (มังกรดำ)" ติณภพสั่งการเสียงเฉียบขาด ก่อนจะหันไปสั่งกำชับมือขวาคนสนิท "อัคคี... จัดการคัดเลือกบอดี้การ์ดฝีมือดีที่สุดในองค์กรสักยี่สิบคน ไปคอยสลับสับเปลี่ยนอารักขาความปลอดภัยให้ลูกสาวฉันทุกฝีก้าว ห้ามให้คาดสายตาเด็ดขาด เพราะฉันสังหรณ์ใจว่า... ไอ้หมาบ้าอย่าง หลิวหยาง (ฟอลคอน) มันอาจจะฉวยโอกาสส่งคนลอบเข้ามาฉุดตัวยัยเบลไปเป็นเครื่องมือเมื่อไหร่ก็ได้!"
"รับทราบครับท่าน ผมจะจัดกำลังพลชุดที่ดีที่สุดไปคุ้มกันคุณหนูเมเบลทันทีครับ!" อัคคีโค้งคำนับรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด
ตัดภาพกลับมาที่ความสัมพันธ์อันดุเดือดข้ามประเทศ ระหว่างอดีตสามีและภรรยาตัวแสบ ภายในห้องนอนกว้างขวางของเมเบล สมาร์ทโฟนราคาแพงบนโต๊ะข้างเตียงสั่นครืนติดต่อกันไม่หยุดเนื่องจากมีข้อความแชทส่งตรงมาจากประเทศไทยโดยฝีมือของอดีตสามีที่กำลังร้อนรนจนแทบคลั่ง
Kavin: กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ทำไมเธอถึงหนีพี่มาฮ่องกง! ทำไมไม่ยอมรับสายพี่!
เมเบลนอนเอกเขนกดูซีรีส์เกาหลีเรื่องโปรดบนเตียงนอนนุ่มอย่างสบายใจเฉิบ เธอเหลือบสายตาไปมองข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างสมเพช แล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยความเยือกเย็น
Zhang Mei Lin (Mabel): ฉันไม่มีเรื่องอะไรจะต้องพูดคุยกับคุณอีกแล้วค่ะ... เชิญไปเสวยสุขกับชู้รักนัมเบอร์วันของคุณให้พอใจเถอะค่ะ อดีตสามี!
Kavin: พี่จะบินตามไปฮ่องกงเดี๋ยวนี้! พี่จะไม่ยอมหยุดตามจนกว่าเราจะได้เคลียร์กันต่อหน้า!
Zhang Mei Lin (Mabel): ก็ตามใจสิคะ... เชิญมาให้ไวเลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะส่งพิกัดโลเคชั่นบ้านพักตากอากาศสุดหรูของครอบครัวฉันไปให้คุณเตรียมตัว... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าพี่มีชีวิตรอดกลับประเทศไทยไปได้ ค่อยมาคุยกันอีกทีนะคะ! 🪓🔥
Kavin: ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรพี่ก็จะไม่ยอมปล่อยเธอไปเด็ดขาด! พี่เพิ่งรู้หัวใจตัวเอง... พี่รักเธอเมเบล!
Zhang Mei Lin (Mabel): ฮ่า ๆ ๆ... เพิ่งจะมาสำนึกรักตอนที่สายเกินไปเนี่ยนะคะ? น่าสมเพชชะมัดเลยค่ะคุณกวินท์... ในเมื่อตอนที่คุณมีฉันอยู่ข้างกาย คุณไม่เคยคิดจะเห็นค่าหรือดูแลฉันดี ๆ เลยสักนิด งั้นก็เตรียมตัวรับบทเรียนราคาแพงจากฉันได้เลยค่ะ!
เมื่อส่งข้อความบลัฟอดีตสามีจนหนำใจแล้ว เมเบลก็กดปิดหน้าจอสมาร์ทโฟนคว่ำลงบนเตียงนอนอย่างไร้เยื่อใย รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่มสวย
ในอดีต... เธอเคยเป็นผู้หญิงโง่เขลาที่ต้องคอยวิ่งตามก้นผู้ชายใจร้ายคนนี้ ยอมลดตัวลงไปทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองความรักจอมปลอม แต่วันนี้... เกมมันพลิกกลับตาลปัตรหมดแล้ว! ในเมื่อเขาตกเป็นของเธอตามกฎหมายและพินัยกรรมอำมหิตของเธอเรียบร้อยแล้ว ต่อให้เขาจะดิ้นรนสักแค่ไหน เธอก็ไม่มีทางยอมเซ็นใบหย่าปล่อยให้เขาหลุดมือไปมีความสุขกับคนอื่นง่าย ๆ แน่นอน
เธอจะทำให้เขาต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาวิ่งตามง้อเธอจนกระอักเลือด จะทำให้เขาคลั่งตายด้วยความทรมานทางใจ เหมือนกับที่เธอเคยเจ็บปวดมาตลอด 5 เดือนเต็ม... คอยดูสิ!
