บทที่ 4 เพลย์บอย

เมื่อสิ้นสุดข้อความสนทนาอันดุเดือดและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันจากภรรยาตัวแสบ กวินท์ถึงกับกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์หงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใคร ไม่เคยต้องมานั่งก้มหัวหรือวิ่งตามง้อผู้หญิงคนไหนรุนแรงขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต

"คอยดูก็แล้วกันเมเบล... ต่อให้เธอจะหนีไปสุดขอบโลก หรือต่อให้พ่อของเธอจะเป็นมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่มาจากไหน พี่ก็จะไม่ยอมจำนนหรอกนะ! พี่จะเอาตัวเธอกลับมาเป็นของพี่อีกครั้งให้ได้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!" ชายหนุ่มคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างเจ็บใจ

ทว่า... ความคิดที่จะบุกดลบันดาลข้ามน้ำข้ามทะเลไปพังคฤหาสน์ตระกูลจางเพื่อฉุดตัวภรรยากลับมาตามสัญชาตญาณดิบเถื่อนของเขาก็ต้องมลายหายไปในพริบตา เมื่อสมองหวนนึกถึงคำเตือนของเลขาฯ และชาติกำเนิดที่แท้จริงของเธอ ติณภพ มาเฟียใหญ่แห่งตระกูลมังกรขาวไม่ใช่คนที่ใครจะเข้าไปลูบคมได้ง่าย ๆ หากขืนเขาทำอะไรบุ่มบ่าม มีหวังคงได้ไปนอนคุยกับรากม่วงใต้ทะเลลึกก่อนจะได้เห็นหน้าเมเบลเสียอีก

กวินท์ทิ้งตัวลงนั่งแผ่หลาบนอนหงายอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องทำงาน มือหนายกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบ ๆ ด้วยความเครียดจัด "แม่งเอ๊ย! แล้วกูจะง้อยังไงดีวะเนี่ย! เรื่องมันถึงบานปลายกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงวะเนี่ย!" เขาพึมพำสบถออกมาด้วยความจนปัญญา เพราะผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นแค่เด็กสาวแสนหวานไร้พิษภัยคนนั้น แท้จริงแล้วกลับซ่อนเขี้ยวเล็บและอำนาจมืดมหาศาลเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม

ในความอึดอัดคับข้องใจนั้นเอง นิ้วแกร่งจึงกดเข้าไปในแอปพลิเคชันสนทนายอดฮิต เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจให้กลุ่มเพื่อนสนิทมิตรสหายสายเพลย์บอยฟัง

กลุ่มไลน์: Playboy Godfather Tiger (เจ้าพ่อเสือเพลย์บอย)

Kavin: หิวเหล้าว่ะ... คืนนี้เจอกันที่ผับไอ้เลโอ ด่วน ๆ เลยพวกมึง!

Gear: หึ้ย... อกหักรักคุดมาจากไหนวะไอ้คุณประธาน? ได้ข่าวว่าเมียทิ้งไม่ใช่เหรอ, ฮ่า ๆ ๆ

Payu: ฮั่นแน่... ไหนตอนนั้นปากดีบอกว่าเสืออย่างมึงไม่มีวันยอมเอาคอไปแขวนไว้กับห่วงโซ่ครอบครัวไงวะ? จู่ ๆ กลับคำยอมแต่งงานแถมโดนเมียเขี่ยทิ้งแบบนี้ มันน่านับถือชะมัด!

Meca: เออ... เป็นเพลย์บอยลอยชายตัวพ่อมาทั้งชีวิต สุดท้ายดันมาตกม้าตายเพราะผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียว ถุย! เสื่อมเสียชื่อเสียงแก๊งเราหมดไอ้กวินท์

Kavin: พวกมึงนี่นะ... ถ้าไม่มีเรื่องจะเสือกเรื่องของกู ปากพวกมึงจะอมตะเกียบตายกันหรือไงวะ!

Leo: โทษทีว่ะเพื่อน... พวกกูไม่ถนัดเรื่องปลอบใจคนอกหักเว้ย แต่ถ้าเรื่องซ้ำเติมขยี้แผลเนี่ย ถนัดนักโดยเฉพาะมึงเนี่ยแหละ!

Lio: ใช่ ๆ... โทษทีว่ะเพื่อนรัก เน้นซ้ำเติมไม่เน้นเยียวยา

Kavin: ไอ้คู่แฝดนรก! กวนตีนทั้งพี่ทั้งน้องเลยนะพวกมึงสองคนเนี่ย เดี๋ยวปัดเหนี่ยวให้คว่ำคากลุ่มหรอก!

Leo (ลีโอ): สมน้ำหน้า... อยากโง่ปล่อยเพชรหลุดมือไปเอง ช่วยไม่ได้ว่ะ

Gear: 5555 กูชอบใจวะไอ้ลีโอ อยู่เงียบ ๆ นิ่ง ๆ แต่ทีเด็ดแต่ละดอกทำเอาเพื่อนไปไม่เป็นเลยว่ะ

Kavin: คืนนี้พวกมึงเตรียมตัวรับตีนกูที่ผับได้เลย! เจอกันเที่ยงคืนห้ามเบี้ยวเด็ดขาด!

ย้อนรอยอดีต: เส้นทางหัวใจของกวินท์

หากย้อนกลับไปมองเส้นทางชีวิตของกวินท์ หลายคนคงมองว่าเขาคือชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและน่าอิจฉาที่สุดคนหนึ่งในสังคม ทายาทนักธุรกิจหนุ่มหล่อไฟแรง หน้าตาคมคาย โปรไฟล์ระดับท็อปที่สาว ๆ ต่างพากันหมายปองอยากจะก้าวเข้ามาอยู่เคียงข้าง

ถ้ามีคนตั้งคำถามว่า แก๊งเพลย์บอยตัวพ่อเจ็ดคนอย่างพวกเขา (ประกอบด้วย เลโอ, ไลโอ, พายุ, เมฆา, เกียร์, และตัวเขาเอง) มารวมตัวเป็นเพื่อนสนิทกันได้อย่างไร คำตอบก็ง่ายแสนง่าย... เพราะพวกเขามีดีเอ็นเอของความเจ้าชู้ เลือดร้อน และความ "เหี้ย" ในเรื่องความสัมพันธ์ไม่ต่างกันเลยตั้งแต่สมัยเรียนปีหนึ่งจนกระทั่งเรียนจบ ต่างคนต่างก้าวขึ้นมาบริหารธุรกิจพันล้านของครอบครัว แต่สันดานรักสนุกและรักอิสระไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย กลุ่มของพวกเขามีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะแก๊งหนุ่มฮอตที่เดินไปทางไหนก็มีสาว ๆ พร้อมจะเสนอตัวเข้าหาไม่เว้นแต่ละวัน แต่พวกเขาก็ไม่ใช่ผู้ชายมักง่ายที่นอนกับคนแปลกหน้าไปทั่วอย่างไร้ริกเดรัจณ พวกเขามีรสนิยม เลือกสรรเฉพาะคนที่ถูกใจจริง ๆ เท่านั้น

คติประจำใจของกวินท์ในตอนนั้นคือ "รักสนุกแต่ไม่ผูกพัน" การมีเซ็กส์โดยไม่ต้องผูกพันทางใจคือกฎเหล็ก น้ำแตกแล้วแยกทาง ใครทางมัน แฟร์ ๆ จบกันในคืนเดียว ไม่มีพันธะผูกมัดรุงรังให้ปวดหัว เสืออย่างเขาไม่เคยคิดจะมอบหัวใจหรือสร้างครอบครัวกับใครหน้าไหนทั้งสิ้น เพราะเขาเชื่อมั่นมาตลอดว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนบนโลกใบนี้หรอกที่จะสามารถสยบเสือร้ายอย่างเขาให้อยู่หมัดได้

จนกระทั่งโชคชะตาเล่นตลก ส่งผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่าง "เมเบล" เข้ามาในชีวิต...

การแต่งงานเกิดขึ้นเพราะความจำเป็นและแรงกดดันบางอย่าง โดยที่นิสัยสันดานดิบของความเป็นเสือเจ้าชู้ไม่ได้ลดน้อยลงเลย แม้เธอจะเข้ามามีสถานะเป็นภรรยาตามกฎหมายและพินัยกรรม แต่กวินท์ก็ยังคงทำตัวระยำ นอกใจและนอกกายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แอบไปมาหาสู่กับแพรพรรณแฟนเก่าผู้มักใหญ่ใฝ่สูง หรือไม่ก็ออกไปเที่ยวเตร่หาเศษหาเลยวันไนท์สแตนด์กับผู้หญิงอื่นอย่างไร้ความสำนึกผิด เขาเห็นเมเบลเป็นเพียงอากาศธาตุ เป็นภรรยาในนามที่เขาไม่ได้แคร์ความรู้สึกแม้แต่น้อยนิด

เขาไม่เคยสนใจเลยว่าเบื้องหลังความเป็นมาของครอบครัวเธอคืออะไร ไม่เคยใส่ใจว่าเธอมาจากไหน รู้เพียงแค่ว่าเธอคือเด็กสาวดื้อรั้นที่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตเขา และเขาอยากจะผลไสไล่ส่งเธอออกไปให้พ้นทางเร็ว ๆ เพื่อจะได้กลับไปใช้ชีวิตอิสระเสรีตามใจชอบ

แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะว่า... วันหนึ่ง ผู้หญิงที่แสนอ่อนแอ ยอมอดทนให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมาตลอด 5 เดือนเต็ม จะระเบิดความอดทนและลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลตัว เปลี่ยนเป็นคนละคนราวกับฟ้ากับเหว! การหายตัวไปอย่างไร้เยื่อใยพร้อมกับความจริงที่ว่า เธอคือลูกสาวมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งฮ่องกง ทำให้กวินท์ตาสว่างวาบ

เขากลายเป็นฝ่ายที่ติดกับดักเกมรักที่ตัวเองเป็นคนเริ่มขึ้น เธอเข้าหาเขาเพราะความรักความหลงใหล แต่เขาผลไสเธอออกไปเพราะความโง่เขลาและความเจ้าชู้ระยำของตัวเอง และตอนนี้... เมื่อเธอเดินจากไปพร้อมกับรอยแผลเป็นที่เขาฝากไว้ เธอก็กระชากเอาหัวใจและวิญญาณของเขาติดตัวข้ามฟ้าไปด้วย

ไม่มีสมาธิทำงาน ไม่เหลือความสุขในการใช้ชีวิต ทุกลมหายใจมีแต่ภาพใบหน้าสวยเฉี่ยวและแววตานิ่งสนิทที่มองเขาอย่างสมเพช

ใช่... กูรักเมเบลเข้าไปเต็มหัวใจแล้ว

เขารักเธอทั้งที่ปากแข็งมาตลอด คิดมาตลอดว่าตัวเองคือเสือที่ไม่รู้จักความรัก แต่พอวันที่เสือโดนล่าและสูญเสียเหยื่ออันล้ำค่าไป เขากลับเพิ่งรู้ซึ้งว่า ตัวเองไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้หากปราศจากเธอ และตอนนี้... ผู้หญิงคนเดิมที่เคยอ่อนแอ ร้องไห้ฟูมฟายยอมให้เขาทำร้าย ได้ตายหายไปจากโลกนี้แล้ว เหลือเพียงแต่นางพญามาเฟียผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา ที่จะกลับมาเอาคืนเขาอย่างสาสม และเขานี่แหละที่จะต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามหัวใจตัวเองกลับคืนมาให้จดได้!

ตัดภาพมาที่ฝั่งของหญิงสาวผู้กุมเกม

ณ เพนต์เฮาส์หรูใจกลางฮ่องกง เมเบลกำลังนอนเอกเขนกดูซีรีส์เกาหลีแนวแก้แค้นสุดโปรดบนโซฟาตัวนุ่มอย่างเพลิดเพลินอารมณ์ เธอกำลังเอร็ดอร่อยกับการกินป๊อปคอร์นเคลือบคาราเมลอย่างสบายใจ จนเกือบลืมสนิทไปเลยว่า... พรุ่งนี้เธอมีนัดสำคัญระดับชาติที่เลื่อนไม่ได้เด็ดขาด!

ทันใดนั้น เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขัดจังหวะความสุข

เมเบลเหลือบตาไปมองหน้าจอ ปรากฏชื่อของคนที่เธอเคยแอบปลื้มและคลั่งไคล้อย่างหนักสมัยเรียนมหาวิทยาลัยกำลังโทรเข้ามา เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงปรับให้เป็นปกติที่สุด

[ "น้องเบลครับ... พรุ่งนี้อย่าลืมตื่นมาตามนัดสำคัญของเราเด็ดขาดเลยนะ ห้ามเบี้ยวเด็ดขาดเหมือนครั้งก่อนนะรู้ไหม" ] ปลายสายเอ่ยทักท้วงด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลเชิงแง่งอนเล็กน้อย เพราะครั้งก่อนเธอเคยผิดนัดเขาไปรอบหนึ่งด้วยเหตุผลธุระด่วน

เมเบลรีบคลี่ยิ้มหวานออกมาโดยไม่รู้ตัว "ค่ะ... เบลไม่ลืมสัญญาแน่นอนค่ะพี่หยางซี พรุ่งนี้เจอกันตามเวลานัดหมายเลยค่ะ" เธอตอบรับเสียงใส

คนที่เธอพูดคุยด้วยในตอนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ไกลบ้าน แต่เขาคือผู้ชายที่เธอเคยแอบชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย และความพีคในพีคก็คือ... พี่ชายคนนี้ แท้จริงแล้วมีศักดิ์เป็นถึงลูกชายของเพื่อนสนิทคุณพ่อเธอเอง! โลกใบนี้มันช่างกลมเสียจนน่าเหลือเชื่อ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น

[ "ดีมากครับเด็กดี... งั้นคืนนี้ฝันดีนะน้องเบล พักผ่อนเยอะ ๆ พรุ่งนี้เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว" ] ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็นกันเอง จนจู่ ๆ ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของเมเบลก็เกิดอาการเต้นรัวกระหน่ำขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

หญิงสาวรีบยกมือเรียวขึ้นมาทาบอกตัวเองด้วยความตกใจ [ 'บ้าหน่า... ฉันคงไม่ได้กลับไปใจเต้นแรงกับผู้ชายคนนี้หรอกมั้ง! ตั้งสติหน่อยสิยายเมเบล แกเพิ่งหย่าร้างกับสามีมาหมาด ๆ นะ!' ] เธอแอบนึกด่าตัวเองในใจ พลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อข่มอาการประหม่า

"ค่ะ... พี่หยางซีก็ฝันดีเหมือนกันนะคะ" เธอตอบกลับปลายสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุด

[ "ครับ... แล้วอย่าลืมฝันถึงพี่ด้วยล่ะ" ] น้ำเสียงทุ้มเอ่ยหยอกเย้าติดตลกเชิงหยิกแกมหยอก เพื่อแกล้งให้เธอเขินเล่น

เมเบลหมั่นไส้เล็กน้อยแต่ก็แอบอมยิ้ม "ค่ะ... พี่ก็เหมือนกันนะคะ ฝันถึงเบลด้วยล่ะ ห้ามฝันถึงคนอื่นเด็ดขาด!" เธอตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ ชนิดที่เรียกว่าฟาดมาฟาดกลับไม่โกง

[ "ฮ่า ๆ ๆ ครับผม... ตกลงตามนี้ เจอกันพรุ่งนี้ครับ" ] ปลายสายหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีก่อนจะกดตัดสายไป

เช้าวันใหม่: เปิดฉากสงครามครั้งใหม่

6:35 AM ตามเวลาท้องถิ่นอันเร่งรีบของมหานครฮ่องกง

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกใสบานใหญ่เข้ามาภายในห้องแต่งตัวสุดหรู เมเบลลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจไล่ความง่วง ก่อนจะเดินตรงไปหยุดยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าแบรนด์เนมใบใหญ่ที่มีเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์แขวนเรียงรายละลานตา

"อืม... วันนี้ควรจะใส่ชุดไหนไปออกงานดีนะ เลือกไม่ถูกเลยแฮะ ชุดนั้นก็เรียบร้อยเกินไป ชุดนี้ก็เปรี้ยวเกิน..." เธอบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างจริงจัง เพราะวันนี้เธอมีนัดสำคัญในการประชุมและเปิดตัวโปรเจกต์ละครฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่ที่เธอยอมพลิกบทบาทครั้งประวัติศาสตร์มารับบทนางร้าย

ผู้จัดการส่วนตัวอย่างเอแคลร์เคยกระซิบเตือนเธอไว้ว่า 'งานนี้ต้องสวย แซ่บ เผ็ดร้อน แต่ต้องมีความเรียบง่ายดูแพงสมฐานะคุณหนูตระกูลใหญ่'

เมเบลแย้มยิ้มมุมปากอย่างมั่นอกมั่นใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความมุ่งมั่น เธอจะไม่ยอมอ่อนข้อหรือยอมแพ้ให้กับยัยหน้าซิลิโคนอย่างแพรพรรณเด็ดขาด การที่เธอยอมถอยก้าวหนึ่ง ยอมสละบัลลังก์นางเอกให้ยัยนั่นไปครอง ก็เพื่อจะได้ตีตั๋วแถวหน้าเข้าไปตบสั่งสอนและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมันให้จมดินคาจอโทรทัศน์ต่อหน้าแฟนละครทั่วประเทศต่างหากล่ะ!

"คอยดูเถอะยัยแพรพรรณ... ความฉิบหายที่แท้จริงของเธอ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้แหละ!"

หญิงสาวหยิบเดรสเข้ารูปดีไซน์หรูหราสีดำสนิทขับผิวผ่องขึ้นมาทาบกับลำตัว หน้ากระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ ผู้หญิงที่ผู้ชายโง่ ๆ อย่างกวินท์ไม่มีวันได้ครอบครองหัวใจที่แท้จริงอีกต่อไปแล้ว!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป