บทที่ 13 Ep. 13
“คือว่าลุงกำนันเสนอจะยกหนี้ให้ ถ้าหยกจะแต่งงานกับคุณทรงเทพลูกชายหม้ายของแก เพราะแกเห็นหยกเป็นเด็กดี ขยันเรียนขยันช่วยงาน หน้าตาก็สวยตรงใจคุณทรงเทพน่ะจ้ะ อีกอย่างแกอยากใช้หยกไปคอยกันพวกผู้หญิงจอมดูดเลือดดูดเนื้อที่คุณทรงเทพคบหาอยู่ นอกจากจะต้องคอยควักเงินให้แล้วก็รังแต่จะทำให้ชื่อเสียงพ่อเทพเสียหายไม่ดีกับการจะลงสมัครน่ะ”
“อะไรนะแม่!!!”
พลอยหยกตกใจไม่น้อยกับข่าวนี้ ส่วนกรองแก้วก็รีบเปิดปากพูดในสิ่งที่คิดเอาไว้อีกทันที
“หรือถ้าหยกไม่อยากแต่งงานกับคุณทรงเทพไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม หยกก็คงจะต้องออกปากบอกพ่อปริญเพื่อขอเงินมาไถ่ที่สวนของเราแล้วล่ะทีนี้ ไม่งั้นเดือนหน้าลุงกำนันจะยึดจริงๆ เราจะไม่มีที่อยู่ไม่มีที่ทำกินก็คราวนี้ล่ะหยกเอ๊ย”
พลอยหยกตกใจจนพูดอะไรไม่ออก มองหน้าแม่ก็มีน้ำตาไหลรินออกมานั่นแปลว่าแม่คงจะทุกข์เพราะเรื่องนี้ไม่น้อย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตาเองก็คงมีสภาพไม่ต่างกันนัก เธอไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมาได้เพราะมันอัดแน่นอยู่ในอกเท่านั้น ไม่รู้ว่าจะอ้าปากบอกปัญหาที่มีกับแฟนหนุ่มยังไง และตอนไหน
“หยกเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่ค่อยคุยกับเราเลยล่ะ หรือไม่อยากไปงานนี้ เราแอบหนีไปเที่ยวที่อื่นก็ได้นะ ไว้เรารับหน้ากับทุกคนที่บ้านเอง”
จนกระทั่งวินาทีนี้พลอยหยกก็ไม่อาจจะเอ่ยปากบอกปัญหากับแฟนหนุ่มได้ ด้วยละอายใจเกินกว่าจะเล่าความจำเป็น ความอับจนหนทางที่มีได้ ความเห็นใจความเข้าใจนั้นรับรองว่าเขามีให้อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ยังไงๆ เขาก็จะต้องไปเอ่ยปากขอเงินจากทางบ้านต่ออยู่ดี แล้วทีนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ลำพังทุกวันนี้สายตาของคนทั้งสามที่จ้องมองมาหาเธอก็เต็มเปี่ยมไม่ด้วยความไม่เป็นมิตรให้อยู่แล้ว
นี่จะต้องให้ถึงกับเอ่ยปากขอหยิบยืมเงินตั้งสามล้าน คุณค่าและศักดิ์ศรีที่มีอยู่น้อยนิดคงจะหมดไปในพริบตาเป็นแน่ ยิ่งคิดพลอยหยกก็ยิ่งกลัดกลุ้ม
ครั้นจะตกปากรับคำแต่งงานกับลูกชายกำนันนั้นเป็นอะไรที่ไม่อยู่ในความคิดเอาเสียเลย ถึงแม้จะเคยเห็นหน้า เคยพูดคุยด้วยแต่ก็นับครั้งได้ ไหนจะต้องรับมือกับลูกสาวแฝดวัยไม่กี่ขวบของทรงเทพอีก
“หยก! ฟังเราอยู่หรือเปล่า”
พลอยหยกสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีมืออุ่นๆ ของแฟนหนุ่มเอื้อมมากุมมือไว้หลังจากจอดรถในรั้วอันสูงตระหง่านของคฤหาสน์หรูหรา
“เอ่อ! ไม่เป็นไรปริญ พอดีคิดอะไรเพลินๆ น่ะ”
“เหรอ อย่าให้รู้นะว่าเผลอคิดถึงหนุ่มไหน ไม่งั้นมีเรื่องแน่ เราเข้างานกันดีกว่า”
ว่าแล้วปริญก็รีบออกจากบีเอ็มดับบลิวอ้อมไปเปิดประตูให้คนรัก แล้วประคองมือเดินไปยังสนาม ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานวันเกิดของคุณย่า ต่างเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เขาเองรู้จักไม่หมดด้วยซ้ำ ยิ่งแฟนสาวแล้วเขาก็รู้ดีว่าไม่รู้จักใครนอกจากเขาและคนในบ้าน
“ราฟฟ์มาแล้วเหรอ ลุงชัยยะกับหนูไข่มุกมาถึงตั้งนานแล้ว นั่งคุยอยู่โต๊ะคุณย่าแน่ะ มาเร็วแม่จะพาไปไหว้ท่าน”
ดวงกมลไม่สนใจท่าทีไม่ยอมของลูกชายสักนิด รีบรั้งแขนลูกเดินไปอย่างรวดเร็ว แถมไม่สนกับพลอยหยกที่ยังคงยืนอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว และเดียวดาย ไม่รู้จักใคร ไม่รู้จะคุยกับใครในงาน
ไหนจะถูกมองมาหาด้วยสายตาแปลกๆ อีก นั่นทำให้พลอยหยกตัดสินใจเดินออกจากสนามไปเรื่อยๆ คิดอะไรไปเรื่อยๆ
กระทั่งมาถึงสระว่ายน้ำขนาดมหึมาที่ไม่มั่นใจว่าคนในบ้านได้ลงมาแหวกว่ายบ้างไหม หรือทำไว้เพื่อประดับบารมีให้คฤหาสน์แห่งนี้มีความหรูหราเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
“ผมเชื่อว่าตอนนี้คุณคงจะเห็นความจริงแล้วว่าคุณกับหลานผมไม่เหมาะกันโดยสิ้นเชิง”
ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าเสียงนี้ใครเป็นเจ้าของ พลอยหยกเลยยืนนิ่งๆ ไม่ตอบโต้หรือไม่ทำอะไรทั้งนั้น หรือถ้าทำก็มีหนทางเดียวคือเดินออกจากคฤหาสน์นี้ไปซะ
เพื่อจะได้ไปให้พ้นๆ กลุ่มคนที่แตกต่างจากตัวเธอเองคนละฟาก ปลัมน์เป็นฝ่ายเดินอ้อมไปเผชิญหน้ากับเด็กสาวทรงผมเรียบกับเดรสราคาถูกเสมอๆ ในสายตาเขา
“ผมอยากให้คุณรู้จักเสียสละเพื่อคนที่คุณรักบ้าง อย่าดึงราฟฟ์ลงไปอยู่ในระดับเดียวกับคุณ ปล่อยให้เขาอยู่ในที่ของเขาและกับคนที่เหมาะสมอย่างไข่มุกที่เป็นถึงลูกของท่านอัครราชทูตที่ปรึกษา คุณคงจะเห็นแล้วว่าพวกเขาเหมาะสมกันมากน้อยแค่ไหน”
แม้เขาจะไม่ชอบคำพูดพวกนี้ของตัวเองสักแค่ไหน แต่ก็พูดมันออกไป เพื่อจบปัญหานี้ลง เขาจะได้ไม่ต้องมาทนเห็นหลานทะเลาะกับแม่และพี่สะใภ้เพราะเรื่องแฟนเรื่องเรียนเรื่องแต่งงานให้ระคายสายตาอีก
“คุณเอาอะไรมาวัดว่าความเหมาะสมอยู่ตรงไหน ใครต่ำใครสูง กรุณาอย่าดูถูกกันให้มากนักนะ”
เมื่ออดทนมานานก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องระเบิดใส่เขาบ้าง
“ปกติแล้วผมไม่ใช่คนปากจัดอย่างนี้ แต่ผมอยากให้คุณได้คิดและลงมือทำเพื่อคนที่คุณรักด้วยการเดินจากเขาไปเร็วๆ บอกตรงๆ ว่าผมเบื่อที่จะต้องมาเห็นหลานทะเลาะกับแม่กับย่าเพราะเรื่องจะแต่งงานกับคุณก่อนไปเรียนเต็มทีละ หลานผมรักคุณมาก จนยอมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อคุณ แล้วคุณล่ะรักเขามากพอที่จะเดินหนีเขาไปเพื่อให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ บ้างหรือเปล่า”
“ฉันคงเป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นคนที่แย่ สำหรับพวกคุณสินะ”
ไม่รู้ทำไมกำแพงความเข้มแข็งทั้งหมดที่เคยมีถึงได้ถูกความน้อยเนื้อต่ำใจเข้ามาทำลายลงได้ในตอนนี้ น้ำตาของพลอยหยกแทบจะร่วงออกมาให้ได้ หากไม่รีบหักห้ามไว้เพราะไม่อยากให้คนตรงหน้าเห็น
