บทที่ 1 นิสัยเสียเหมือนเดิม

ตอนที่ 1 นิสัยเสียเหมือนเดิม

“ป๊า หนูพายไม่อยากเรียนที่นี่ได้หรือเปล่าคะ”

จนวินาทีสุดท้ายพาย มิลเลอร์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของฟลินน์ มิลเลอร์ นายกรัฐมนตรีที่เปลี่ยนมาจากหัวหน้าองค์กรแมงป่องดำก็ยื้อสุดทาง 

“เป็นมหาลัยที่ดีที่สุดที่ป๊าจะหาให้หนูได้แล้ว ไม่ดื้อนะคะ” มือหนาลูบศีรษะลูก

มันไม่ใช่เพราะความดีเด่หรืออะไรก็ตามที่ทำให้พายไม่อยากร่ำเรียนที่แห่งนี้ แต่เป็นเพราะ…เขาคนนั้น หนุ่มวัยสิบแปดปีบริบูรณ์หูลู่หางตกปากเบะคว่ำเหมือนชามข้าวครั้นความต้องการไม่เป็นไปตามหมาย ก่อนจะสวมกอดบิดาและปรายตามองมารดาอย่างพลับ มิลเลอร์ ที่ส่ายหัวหน่ายให้แก่เหตุผลของลูกชาย

ม้ามี้คนเดียวที่รู้ความลับของพาย หากป๊ารู้ละก็…ไม่ใช่ผลดีแน่ เขาควรหยุดต่อรองและจำนน ก้มหน้าเรียนที่นี่อย่างสงบ 

ในรั้วภายใต้ชื่อสถานศึกษายูนิเวอร์ซิตี้ปริ้นซ์ไฮเธียร์ มันคงไม่แคบที่จะเดินไปทางไหนก็เจอเขาคนนั้นหรอก อยู่โรงเรียนยังหลบหน้าได้ตั้งสามปี และเป็นสามปีที่พายมั่นใจว่าความรู้สึกที่เคยมีให้รักแรกไม่เหมือนเดิม ฉะนั้นไม่มีอะไรต้องกลัว

“พนูพายไม่ดื้อแล้วค่ะ” ใบหน้าสวยถอดแบบมารดาทุกกระเบียดนิ้วจะมีก็แต่สีดวงตาที่เหมือนบิดามาก ๆ ช้อนตามองต้นแบบที่เริ่มทำหน้าบูดเป็นตูดลิง 

จนภรรยาทางด้านหลังถึงกับยกมือกุมขมับ คนลูกงอแงเสร็จต่อด้วยคนพ่อ ก็มีอยู่เรื่องเดียวทำให้ฟลินน์กระวนกระวายใจอยู่ไม่สุข

“ป๊าอย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ”

“หนูพายคิดดูอีกรอบดีไหมคะ ป๊าสัญญาว่าจะมาส่งหนูทุกเช้า”

“ป๊าาา ให้หนูอยู่คอนโดเถอะนะคะ ที่นี่ป๊าหามาให้เองไม่ใช่เหรอ ปลอดภัยแน่นอน”

“ป๊ารู้ แต่มัน..”

“ไม่เอาค่ะ ป๊าไม่เครียดนะ เราคุยกันแล้ว น้องพายสิบแปดแล้ว สิบแปดในเมืองไฮเธียร์ถือว่าบรรลุนิติภาวะน้า ลูก ๆ สามารถออกจากบ้านใช้ชีวิตเอง และทำธุรกรรมโดยไม่ต้องมีผู้ปกครอง เห็นไหมหนูโตแล้วจริง ๆ ดูสิ หนูจะสูงเท่าม้ามี้แล้วด้วย” จำเป็นต้องยกกฎหมายอันยาวเหยียดกอปรคำพูด

“ป๊าจะไปยกเลิกกฎหมายนั่น” กฎหมายที่เซ็นผ่านมากับมือ เพราะเด็กสมัยนี้โตและมีความคิดไวกว่าเด็กรุ่นก่อน ๆ บ้างก็เป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยความเปลี่ยนแปลงนี้จึงต้องปรับให้เข้ากับสังคม

พายหลุดเสียงผ่านลำคออย่างน่ารัก ยิ่งเห็นว่าลูกชายเพียงคนเดียว แถมเป็นถึงโอเมก้า ใจคนเป็นพ่ออย่างฟลินน์ไม่อาจปล่อยลูกเติบโตเองได้ ก็ดูข้อตกลงที่ลูกขอแต่ละอย่าง 

ย้ายออกมาอยู่ข้างนอกคนเดียว

ห้ามส่งคนติดตาม

ไม่มีคำว่าปลอดภัยเลยสักนิด

“ป๊าว่าให้กวินอยู่เป็นเพื่อนหนู” กวินก็คือมือขวาคนสนิทที่ไว้ใจ 

“คุณ”

นายกที่ใคร ๆ ต่างก็เคารพนับถือ เป็นนายกที่ประชาชนเลือกให้อยู่มานาน ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับฝ่าบาทสารพัด เป็นอันหัวหดหยุดคำโต้เถียงลงดื้อ ๆ เมื่อภรรยาคนสวยแทรกบทสนทนาระหว่างพ่อลูก

พายยิ้มกว้าง “ป๊าไม่ต้องเป็นห่วงหนู หนูดูแลตัวเองได้จริง ๆ ”

ฟลินน์ชั่งใจมองหน้าลูกชายสลับกับภรรยาที่ยืนกอดอกมองตอบ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับอย่างจำนน “ค่ะ อย่าลืมโทรหาป๊า 5 เวลา ป๊าโทรทุกครั้งหนูต้องรับสาย”

เป็นข้อตกลงที่พายเองถึงกับยิ้มกรุ้มกริ่ม “ได้คับ! หนูจะทำตามข้อตกลงอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง”

“อำลากันเสร็จแล้ว ไปครับก่อนจะสาย”

ม้ามี้ย้ำเตือน แต่ละวันของป๊าเต็มไปด้วยงาน งาน แล้วก็งาน นี่มาส่งแค่หน้าคอนโดเท่านั้น พายสวมกอดร่ำลาบิดามารดา ก่อนจะโบกมือลาพวกท่านจนท้ายรถลับสายตา 

รอยยิ้มที่ค้างไว้หุบลงทันตา เขาแหงนหน้ามองตึกคอนโดที่แพงที่สุดในเมืองไฮเธียร์ซึ่งอาไรอันเป็นเจ้าของ ด้วยหัวใจที่ว้าเหว่ เอาเข้าจริงกลับไม่ยินดียินร้ายกับอิสระที่โหยหามานาน ไม่มีบอดีการ์ด ไม่มีพี่เลี้ยง ไม่มีม้ามี้ ไม่มีป๊า ราวกับขาดอวัยวะสำคัญในร่างกายอย่างใดอย่างหนึ่ง

คิด ๆ แล้วน้ำตาก็รื้นออกมา “ไม่ได้สิพาย เราโตแล้วนะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องอยู่ได้”

อีกอย่างที่นี่สะดวกสบาย ภายในเขตรั้วเคหสถานมีร้านค้าครบครันแบบไม่ต้องขับรถออกไป ความปลอดภัยสูงลิ่วตามราคาที่ควักเงินจ่ายไม่ต่ำกว่าร้อยล้านต่อหนึ่งชั้น แล้วป๊าจะซื้อคอนโดที่แพงขนาดนี้ให้พายทำไมเนี่ย ทั้งนี้ทั้งนั้นเข้าใจบิดาดีเพราะที่นี่ไม่เป็นอันตรายแม้จะเป็นโอเมก้าผู้อ่อนแอก็ตาม

กลางดึกภายในห้องสุดหรูและกว้างมาก กว้างพอ ๆ กับพุงกะทิที่พากันร้องโครกครากจนพายนอนไม่หลับ พลิกทางนั้นทีทางนี้ทีหวังให้มันหายหิว แต่ไม่เป็นผล

กายผุดผาดหยัดขึ้นพร้อมตบเท้าไปยังห้องครัวใหม่เอี่ยม อุปกรณ์ไฟฟ้าพร้อมใช้งานครบครัน ทว่าเจ้าของห้องไร้ความสามารถ แม้แต่ไข่ยังทำให้สุกไม่ได้ ตอนเด็ก ๆ จำได้อยู่หรอกว่าช่วยม้ามี้ทำกับข้าวบ่อยครั้ง วิชาเอาตัวรอดพวกนั้นหายไปตั้งแต่ตอนไหน?

พายส่ายหน้าเปลี่ยนทิศทางไปทางตู้เย็น ปรากฏความว่างเปล่า มีเพียงน้ำเปล่า นม และของสด “เฮ้อ ม้ามี้จะซื้อทำไมกัน น้องพายทำไม่เป็นสักกะอย่าง”

กำชับมารดาเป็นอย่างดีให้เน้นอาหารแช่เแข็ง ไม่รู้ว่าเขากับม้ามี้ใครดื้อกว่ากัน!

สุดท้ายต้องลงมาฝากท้องร้านสะดวกซื้อใต้คอนโด

พายเดินกลับขึ้นห้องพร้อมเคี้ยวไส้กรอกแก้มตุ้ย ในมือมีขนมเป็นสิบ ๆ ถุง เลือกไม่ได้หรอก พายอยากกินมันทุกอย่าง หมดไม่หมดค่อยว่ากันอีกที

ในขณะแตะคีย์การ์ดผ่านประตู สายตาสะดุดเข้ากับแผ่นหลังหนาที่หายเข้าไปในลิฟต์ กระตุกของในมือในร่วงหล่นพร้อมหัวใจของพาย แผ่นหลังนั่นเขาจดจำเป็นอย่างดี…

แผ่นหลังที่ถวิลหาในทางเดียวกันก็วิ่งหนีสุดความเร็ว

แผ่นหลังของรักแรกที่คิดว่าลืมไปแล้ว แต่ทว่าหัวใจซึมซับความสุขได้ดีเพียงแค่เห็นแว็บเดียว

สามปีที่ผ่านมาความพยายามจะไม่รัก ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจมันไม่มีประโยชน์เลยสักนิด ถ้าหัวใจไม่รักดีจะระส่ำขนาดนี้

ที่เขาต้องหักห้ามใจก็เพราะแผ่นหลังเมื่อครู่เป็นแผ่นหลังของ...แฟนคนอื่น 

จำไม่ผิดแน่ คนนั้นคือพี่คุณ และเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่อยากเข้าเรียน‍ปริ้นซ์‍ไฮเธียร์

“ซวยแล้วพาย ไม่เจอกันในโรงเรียน แต่มาเจอกันที่นี่เนี่ยนะ” 

ชั่งน้ำหนักดูแล้ว พักคอนโดเดียวกันซวยกว่าเป็นไหน ๆ เขาลืมคิด พี่คุณเป็นถึงองครักษ์ของเจ้าชายคามาล ฐานะการเงินสูงกว่าเขามาก ไม่พักที่นี่แล้วจะพักที่ไหน เล่นเอาอาการหิวกลางดึกลดฮวบพานนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน

เช้าวันใหม่ของการเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวไม่สดใสเอาเสียเลย กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวและพาตัวเองมาถึงคณะได้ เหนื่อยยิ่งกว่าแบกหินสิบกิโลกรัม 

การรับน้องใหม่มีอยู่ทุกเมือง พายกลอกตามองบนเมื่อมาถึงคณะ ต้องลงชื่อก่อนเข้าไปรวมตัวกับปีหนึ่งคนอื่น ๆ พยายามชะเง้อหามะปราง น้ำพี แล้วแต่ก็หาไม่เจอ

เขาไม่อยากเป็นแกะดำ ไม่อยากเป็นจุดสนใจของคนหมู่มาก แม้ว่าสถานศึกษานี้จะมีแต่คนรวย ๆ ก็เถอะ กระนั้นคนรวยทุกคนไม่ได้เป็นลูกนายกอย่างเขา

และเป็นนายกที่อยู่มาสิบ ๆ ปี เดิมทีฝ่าบาทจะเป็นคนแต่งตั้งหัวหน้าองค์กร ทว่าช่วงหลังปรับเปลี่ยนให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือกบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นไม่จำกัดวาระ 

‘แก นั่นลูกนายกปะ ดูคุณหนู๊คุณหนูตั้งแต่เส้นผม’

เบื่อการตกเป็นขี้ปากชาวบ้านที่เหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดี แฝงไปด้วยคำเหน็บแนมเต็มไปหมด คนดี ๆ ที่ไหนจะพูดถึงคนอื่นต่อหน้าแบบนี้ล่ะ คิดว่าหูหนวกหรือไง เพราะสาเหตุนี้ถึงมีเพื่อนแค่สองคนมาทั้งชีวิต

‘อยากเป็นเพื่อนกับลูกคุณหนูจัง’

‘อย่างแกเทียบเขาไม่ติดหรอก ออกมานี่’

คำว่าลูกคุณหนูได้ยินมาทั้งชีวิต มันอะไรนักหนา ทุกคนในที่นี้ก็เป็นคุณหนูกันหมดไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นคงไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมแพงแสนแพงหรอก

นั่งคอตกเพราะถูกความเซ็งกดบ่าพักใหญ่ ก่อนเสียงรุ่นพี่สุดโหดจะตะคอกขึ้น พายสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เขาไม่ชอบเสียงดุ ไม่ชอบโดนดุ ไม่ชอบคนหน้าดุ แต่แล้วรุ่นพี่ปีสองเป็นประธานรุ่นมีครบทุกอย่างที่พายไม่ชอบ

ทว่าไม่เท่ากับเจ้าของดวงตาคู่คมที่กำลังจับจ้องมาทางนี้ อย่าบอกนะว่าพี่คุณก็เรียนอยู่คณะนี้…

การสบตาตรง ๆ ในรอบสามปีที่เอาแต่หลบหน้า และสี่ปีที่เขาพยายามลืม ไอ้ความตั้งใจพังครืนลงมาราวกับกำแพงที่สร้างจากตัวต่อโดมิโน ไร้การยึดติด เพียงแค่ดีดนิ้วก็ทลายลงในพริบตา

ในใจกู่ร้องตึกตักราวกับมีงานเลี้ยง ปฏิเสธไม่ได้ว่าลึก ๆ พายดีใจ แต่ถึงอย่างนั้นความไม่ชอบเข้ามาแทรกในทันท่วงที

ทำไมต้องมองพายด้วยแววตาดุขนาดนั้นด้วย

เขาหลบตา ตั้งใจฟังพี่ประธานรุ่นพูดต่อ 

“ผมให้เวลาหนึ่งนาที วิ่งไปดูล็อกเกอร์ใต้คณะ ย้ำดูให้ตรงหมายเลขของตัวเองเท่านั้น เก็บของและกลับมานั่งรวมตัวกันที่นี่! เริ่ม!!”

นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อนึกถึงระยะห่างจากตรงนี้ไปถึงล็อกเกอร์ที่ว่า แค่หนึ่งนาทีเนี่ยนะ! บ้าไปแล้วหรือไง

พายวิ่งพรวดพราดตามคนหมู่มากไปยังจุดหมายปลายทาง ไม่สนใจสายตาที่จ้องเขาอยู่ และไม่สนใจเพื่อนในรุ่นที่มีอาการหน้าซีด พยายามแตะแขนของเขาราวกับขอความช่วยเหลือ

ไม่ได้ใจดำแล้งน้ำใจหรอก คำถามคือทำไมเขาต้องช่วยคนที่นินทากันด้วย การเห็นแก่ตัวไม่ใช่เรื่องดี แต่ในบางครั้งเป็นเครื่องมือเอาคืนได้ดี

คนตั้งมากมายไม่มีใครสนใจ แล้วทำไมต้องเป็นเขา

พายสะบัดมือให้หลุดจากพันธนาการก่อนจะวิ่งกลับไปรวมตัว ทว่าไม่ทันระวังก็ได้ชนเข้ากับเครื่องกรองอากาศเข้าให้

เพล้งงงง ไม่นานกลิ่นฟีโรโมนของคนที่ขอความช่วยเหลือก่อนหน้าฟุ้งกระจายเต็มอากาศ

เธอกำลังฮีทสินะ

ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีกลิ่นเพราะมีเครื่องกรองอากาศติดอยู่ และจะมีเครื่องตัวนี้ทั่วมหาลัย ฉะนั้นการเรียนรวมกันระหว่างโอเมก้าและอัลฟ่าจึงไม่ใช่ปัญหา อย่างที่ป๊าบอก มหาลัยนี้ไม่ได้เด่นเรื่องเรียนอย่างเดียว ต้องควบคู่ความปลอดภัยไม่เช่นนั้นป๊าไม่มีทางส่งมาแน่

พายยืนตัวสั่น ขยับออกจากเครื่องกรองอากาศที่ทำพังมาหลบด้านหลังของโอเมก้ากำลังฮีทที่ทรุดตัวลงกับพื้น เธอหน้าซีด ตัวสั่นราวไข้จับ เหงื่อไหลท่วมตัว และปล่อยกลิ่นฟีโรโมนแรงมาก จนทำให้อัลฟ่าบางคนที่ทนกลิ่นไม่ไหวและอาจรัทถึงกับหนีจากบริเวณนั้น 

ทว่าก็มีคนวิ่งหนีไม่ทัน เกิดอาการรัท ขาดสติและการยั้งคิดหวังแค่ได้ผสมพันธุ์โอเมก้าเท่านั้น

พายเบิกตาโตเมื่ออัลฟ่าคลุ้มคลั่งกระโจนเข้ามาหาเพราะกลิ่นฟีโรโมนกุหลาบขาวของเขา ซึ่งจะแรงกว่าโอเมก้าที่กำลังฮีท 

ตั้งแต่เกิดม้ามี้เล่าให้ฟังว่าตัวเขาเริ่มส่งกลิ่นตั้งแต่อายุไม่ถึงห้าขวบ กระนั้นกลับไม่มีผลต่ออัลฟ่า ณ วัยเด็กช่วงนั้น ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนกัน เขาโตแล้ว ด้วยความพิเศษนี้ป๊าจึงเป็นกังวลมาก 

แต่ก่อนอัลฟ่าจะจู่โจมมาถึงตัว ได้มือปริศนากระชากเขาหลบมาทางด้านหลัง ก่อนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพร้อมรุ่นพี่ที่เป็นเบต้ากรูเข้ามาทำหน้าที่ อย่างแรกเปิดเครื่องกรองอากาศสำรอง และคุมตัวอัลฟ่าคลั่งคนนั้น

ไม่นานความชุลมุนกลับคืนสภาพเดิม พายยืนตัวสั่นอยู่หลังแผ่นหลังกว้าง เกือบไปแล้วไหมล่ะ

“พ พี่เป็นยังไงบ้างครับ” เพราะอีกฝ่ายเป็นอัลฟ่าแน่นอนว่าต้องได้รับผลกระทบต่อฟีโรโมน

“กลับไปนั่งที่ซะ” 

สุ้มเสียงพานใจสั่นยังคงเดิม “ขอบคุณที่ช่วยพาย” 

การหาคนผิดเกิดขึ้นหลังความวุ่นวายสงบลง เสียงตวาดสนั่นพานให้น้องปีหนึ่งงุดหน้าคางชิดอก “ผมถามว่าใครเป็นคนชน!!” 

“…” เงียบกริบ

“ผมเพิ่งรู้ว่าปีนี้มีแต่พวกขี้ขลาดตาขาว!! แค่ยอมรับผิดยังไม่กล้า! ได้!! ในเมื่อหาตัวการไม่เจอผมไม่สนว่าเป็นอุบัติเหตุหรือไม่ แต่พวกคุณต้องลุกนั่งหนึ่งร้อยครั้งปฏิบัติ!”

“…” จนวินาทีสุดท้ายไม่มีการเผยตัวยอมรับผิดจากคนใดคนหนึ่ง แม้แต่คนทำผิดเองนั่งก้มหน้าก้มตาทำเฉยไม่สำนึก และการไร้ความรับผิดชอบ เก็บปากเงียบพลอยทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องพลอยถูกลงโทษไปด้วย 

“นิสัยเสียเหมือนเดิม” คุณเห็นกับตาใครเป็นคนชน และไม่ได้เห็นเป็นครั้งแรก

ครั้งแรกตอนเด็กนิสัยเสียอยู่ม.3 ชนเข้ากับแจกันราคาไม่แพงมาก ยังไงซะไม่พ้นกำลังจ่ายของตระกูลมิลเลอร์ ทว่าเด็กนั่นเก็บปากเงียบจนโอเมก้าที่เป็นเด็กทุนอย่างมียูถูกใส่ความแทน นอกจากจะถูกทำโทษแล้ว มียูยังต้องหาเงินจำนวนมากหากเทียบกับฐานะจ่ายสิ่งที่ตนเองไม่ได้ทำ

หน้าตาออกจะน่ารักช่างสวนทางกับนิสัย

คุณมองเด็กนิสัยเสียที่ชื่อพายด้วยแววตาไม่ชอบใจ ไม่เคยชอบ จนเด็กนั่นเริ่มตัวสั่นด้วยกลัวความผิด และบทลงโทษครั้งนี้ทำเอาคนเป็นลมเป็นแล้งไปหลายคน

“เพราะเธอคนเดียว” เกลียดเข้าไส้ ไอ้พวกสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นหน้าตาเฉย

พายเดินออกจากคณะด้วยขาที่ปวดระบม ขยับทีถึงกับเบ้หน้า “เจ็บไม่ใช่เล่นเลยแฮะ” 

ยิ่งกับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายอย่างเขา ความเจ็บคูณสิบไปเลย ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้ามีแต่อาการใจสั่น พายไม่อาจสลัดแววตาเย็นเยียบของพี่คุณได้ 

“เกลียดอะไรพายขนาดนั้น ตอนนั้นไม่เห็นจะเกลียดเท่าตอนนี้” พึมพำพลางบึนปาก

ในขณะที่เขามีแต่ความรู้สึกดี ๆ ให้ อีกฝ่ายตอบแทนด้วยความเกลียดชัง แหงละ…มีแฟนแล้วนี่ เรื่องนี้ใคร ๆ ก็รู้ดีว่าพี่คุณคบกับพี่มียูมาตั้งแต่ม.4 จนตอนนี้ยังไม่มีข่าวว่าเลิกกัน

“ช่างเถอะ อย่าคิดร้ายกับความสัมพันธ์ของคนอื่นเลย ไม่เห็นเกี่ยวกับเรา”

“ไง”

พายสะดุ้งเฮือกก่อนจะมองตามเสียงปริศนา พอเห็นว่าเป็นพี่คุณ ใจส่งสัญญาณทั้งรักทั้งกลัว ดีใจที่เห็นหน้าพี่คุณและกลัวสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนคลื่นใต้น้ำพร้อมเปลี่ยนเป็นคลื่นยักษ์พัดเขาจมสู่ใต้สมุทร

“เธอนิสัยเสียเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน”

“…” ถ้อยคำแรกพ่นออกมาทำเอาขอบตาคนฟังร้อนผ่าว นิสัยเสียงั้นเหรอ…เรื่องอะไร เขาก็อยู่ของเขาไม่สนใจใครมันไปเดือดร้อนคนอื่นยังไง

“เงียบคือ”

พอเห็นเขาเงียบ ร่างสูงเข้ามาประชิดหวังเอาคำตอบที่ไม่รู้จะหาจากไหนมาตอบเช่นกัน นอกจากคำถามที่มีเต็มหัว

“ทำไมต้องว่าพาย” เพราะอะไรกัน มีสักครั้งไหมที่พี่คุณจะพูดดีกับพาย จะไม่ทำหน้าดุเสียงดุใส่กัน

“หึ ฉันต้องถามเธอมากกว่า กล้าทำทำไมไม่กล้ารับ”

ที่แท้ก็เรื่องเครื่องกรองอากาศสินะ “ทำไมพายต้องรับ” 

“เธอไม่เข้าใจคำว่ารับผิดชอบสินะ”

“ทำไมพายจะไม่เข้าใจ ส่วนหนึ่งก็เป็นเงินของพายไม่ใช่เหรอ” จะตะคอกให้เป็นเรื่องใหญ่ทำไม พูดกันดี ๆ ก็ได้นี่ การยอมรับผิดม้ามี้เคยสอน แต่ไม่เคยใช้เสียงราวกับเขาไปฆ่าใครตาย ทั้งตะคอกทั้งดุด่า กิริยาแบบนั้นกระดากที่จะยกมือยอมรับผิด

พายผิด แต่ไม่ได้ผิดขนาดนั้น…ขนาดที่ใช้เสียงให้ดูผิดมาก ๆ และอาจเป็นจุดสนใจ จุดวางสายตาของคนอื่น เท่านั้นไม่พอ อาจมีการเหม็นหน้าเขาและพูดนินทาลับหลังอีกมากเพียงเพราะเขาทำเครื่องกรองอากาศพังอย่างนั้นเหรอ

เงินก็เงินเขาที่จ่ายค่าเทอม รายชื่อครอบครัวที่บริจาคให้มหาลัยนี้ ป๊าเขาขึ้นเป็นที่หนึ่ง มันสมควรแล้วเหรอที่จะหาคนผิดด้วยการตวาด

“…” 

“อะไร” พี่คุณดูไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจนเขาต้องเอ่ยถาม ไหนจะสันกรามกระตุกเป็นพัก ๆ บ่งบอกว่ากำลังข่มอารมณ์อยู่

“เธอหันไปดู มีกี่คนต้องเดือดร้อนเพราะเธอ”

“…”

“ตอบ” น้ำเสียงเข้มขึ้นพอ ๆ กับน้ำในหน่วยตาของคนน้อง

“พี่มาบังคับพายให้ได้อะไร คนพวกนั้นก็สมควรโดนไม่ใช่เหรอ” คนที่นินทาคนอื่นกรรมควรสนองสิ เขาไม่รู้สึกผิดหรือเห็นใจสักนิดที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน

“เธอนี่มัน… ความคิดน่าเหลือเชื่อไร้จิตสำนึก ไม่มีใครคบก็ไม่แปลก” 

“พายเลือกคบคนต่างหาก” แม้ใจจะหน่วงรัดเพราะคำพูดดูหมิ่นจากคนที่พายแอบรัก กระนั้นต้องทำหน้านิ่งเข้าสู้ 

“หึ งั้นเหรอ โตจนป่านนี้เธอยังหลอกตัวเองด้วยชุดความคิดเดิม ๆ พิสูจน์ไหมล่ะต่อให้เธอเลือกหรือไม่เลือกไม่มีใครอยากคบเด็กนิสัยเสียอย่างเธอ”

“…” 

“น้องครับ มาทางนี้หน่อย ช่วยพาเพื่อนไปส่งแทนพี่ได้ไหม เขาดูเดินไม่ไหว”

พี่คุณกวักมือเรียกเพื่อนในคณะเดียวกันมาทางนี้ สองคนนั้นปรายตามองพายก่อนจะหันรีหันขวางเหมือนคนทำตัวไม่ถูกและรีบปฏิเสธ

“เอ่อ พวกเราต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ มีธุระต้องไปทำเหมือนกัน”

“งั้นไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ เป็นไง ถ้าเป็นเพื่อนในรุ่นคนอื่นพวกเขาคงไปส่ง แต่นี่เป็นเธอ” 

“…” ท้ายประโยคพี่คุณหันมาย้ำกับเขา เราสบตาผ่านม่านน้ำตาที่ก่อตัวหนาเตอะ

ใจร้ายมาก ทำไมต้องใจร้ายกับพายขนาดนี้ พายอยู่ของพายดี ๆ ถ้าไม่ชอบหรือเหม็นหน้า และตัดสินพายเหมือนคนอื่น ๆ ก็ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว ทำเหมือนพายเป็นอากาศยังรู้สึกดีมากกว่านี้

“อยากมีเพื่อนคบก็เปลี่ยนนิสัยซะ ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ ไม่มีใครเขาตามใจตลอดเวลา”

“คุณ คุยกับใครอยู่เหรอ” 

เป็นเสียงของมียู…แฟนของพี่คุณเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ขณะปรายตามาทางนี้ด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

“ไม่มีอะไร”

“เราไปกันเถอะ”

“อืม”

คล้อยหลังกว้าง น้ำตาเจ้ากรรมรินไหลเพราะความใจร้ายที่พี่คุณ ผู้ซึ่งเป็นรักแรกฝากเอาไว้

บทถัดไป