บทที่ 4 พี่ไม่มีแฟน

ตอนที่ 4 พี่ไม่มีแฟน

ยืนต่อหน้าคนที่ไม่อยากเจอร่วมสิบนาทีได้ แต่รุ่นพี่หน้าหล่อเอาแต่เงียบ ทั้งยังใช้สายตาค่อนแคะมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเท้าจรดหัวอย่างกับไม่พอใจกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

ใคร ๆ ก็อยากดูดีในสายตาคนที่ตนแอบรัก แต่พอไม่ได้เป็นอย่างที่พายหวัง ความเจ็บกลางใจจึงเริ่มทำหน้าที่ของมัน 

ช่างมันเถอะ ๆๆๆๆๆ

ในหัวของโอเมก้ากลิ่นกุหลาบขาวเอาแต่พร่ำถ้อยคำซ้ำซากหวังให้มันกลบอะไรหลาย ๆ อย่างไว้ ทว่าไม่เกิดผลใด ๆ จึงต้องหาลู่ทางใหม่ 

กายบางลอบถอนหายใจขณะกวาดสายตามองคนอื่น ๆ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องต่างก็มีคู่สนทนาเป็นของตนเองทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่พายที่ยืนอยู่ต่อหน้าคุณ ใบหน้าสวยหันขวับมองคนที่นั่งอยู่ราวกับไม่อยากให้สิ่งที่คิดเป็นเรื่องจริง ก่อนจะถาม 

“พี่เป็นพี่รหัสพายเหรอ”

“คิดว่าไง”

“ไม่คิด…ครับ ใช่หรือไม่ใช่ขอแค่ตอบมา”

“มีอะไรมาแลก”

ความเบื่อจุดประกายจนต้องกลอกตามองบน สมองสั่งการให้เขารีบออกไปจากที่นี่ “ช่างเถอะครับ พายไม่มีอะไรมาแลกหรอก งั้นพายกลับนะ”

สีหน้าคนฟังเหลือจะเชื่อ รั้งรุ่นน้องดื้อด้วยคำพูดนี้ “พี่ยังไม่อนุญาตให้เธอไป”

“คนเดียวที่สั่งพายได้คือป๊า และพายไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ ในเมื่อมันยากนักพายไม่เอาก็ได้พี่รหัสน่ะ”

เดาไม่ผิดหรอก ถ้าไม่ใช่พี่รหัส คุณจะลีลาให้ได้อะไร พายหันหลังให้ก่อนจะยกมือกุมหัวใจ

พี่คุณอันตรายกว่าที่เขาจะประเมินได้ ความแน่วแน่ทั้งปวงปลุกปั้นความกล้ามาตลอดทั้งคืนสูญเปล่าจนไม่เหลือ เขาไม่ได้เรื่องสักอย่างจริง ๆ 

“ถ้าเธอก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว ไม่ต้องมาเป็นรุ่นน้อง เชิญเรียนคนเดียว”

ถึงอย่างนั้นไม่สำคัญเท่าความผิดที่อาจเกิดขึ้นหากเราใกล้กัน “ครับ ขอตัว” 

กลับมานั่งจมปลักอยู่ในห้องกว้างห้องเดิมตามลำพัง ต่อไปนี้เขาคงต้องตั้งใจเรียนกว่าคนอื่นมาก ไม่มีแนวทางจากพี่รหัส แต่อย่าลืมว่ายังมีมะปรางกับ‍น้ำ‍พี‍ อย่างไรเสียอาจไม่แย่อย่างที่คิด

“เอาละพาย เริ่มต้นด้วยการซักผ้าก็แล้วกัน” ตัดสินใจแล้วว่าจะทำทุกอย่างเอง ฉะนั้นจะล้มเลิกไม่ได้ 

พายเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทะมัดทะแมงขึ้น ออกมาพร้อมเสื้อยืดคอวีตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นเลยแก้มก้นนิดเดียว มายืนงงในดงกองเสื้อ

“ต้องเริ่มจากตรงไหนล่ะเนี่ย อันนี้ก่อนละกัน” โชคดีมากที่ปริ้นซ์ไฮเธียร์ไม่มียูนิฟอร์ม จะใส่อะไรก็ได้ไปเรียน เว้นน้อง ๆ ปีหนึ่งตอนเข้ากิจกรรมต้องเป็นเสื้อยืดสีดำเท่านั้น

ถือตะกร้าไปยังเครื่องซักผ้าที่อยู่นอกระเบียง พายดูยูทูปมาแล้ว ทว่าลงสนามจริงมันไม่ง่ายเลย “ใช้ยังไงล่ะเนี่ย” พยายามมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่สัมฤทธิ์ผลพานหงุดหงิดใจเอามาก ๆ 

หยิบมือถือออกมาถ่ายรูปเครื่องซักผ้าเฮงซวยมีตั้งหลายปุ่มชวนงง ก่อนจะกดแป้นยิก ๆ ถามน้ำพี รายนั้นซักผ้าเองต่างจากมะปรางที่จ้างเอา หากวันนี้เขาซักผ้าไม่ได้ต่อไปจะจ้างเท่านั้น ไม่ต้องใช้ชีวิตด้วยตนเองแล้ว

หงุดหงิด!

กดส่งไปไม่นานปลายทางตอบไลน์มาแบบงง ๆ ‘เปิดประตู’ พายขยับลูกตามองรูปโพรไฟล์เท่านั้นแหละ ลูกตาขยายใหญ่เท่าไข่เป็ด

“พี่คุณ! ได้ไงกันพายส่งให้น้ำพีจริง ๆ นะ พระเจ้าพายไม่ได้อ่อยเขา” เพราะรูปโพรไฟล์คล้ายกับน้ำพีและไม่รู้ด้วยว่าพี่คุณรัวสติกเกอร์มาตอนไหน เขาถึงหลงแชต

สาบานว่าไม่ได้อ่อย

ติ่งต่องงง ติ่งต่องง ติ่งต่องงง

เสียงออดเขย่าหัวใจพายให้เต้นอย่างน่ากลัว…กลัวเผลอใจทำผิดเพราะความใกล้ชิด ไม่นานไลน์ก็เด้งอีกครั้ง

คุณ : บอกให้เปิดประตู

พาย : พายส่งผิด พี่กลับไปเถอะพายทำเองได้

คุณ : จะเปิดดี ๆ หรือจะให้พี่พังเข้าไป 

พาย : แล้วพี่จะมายุ่งกับพายทำไม 

คุณ : จะเอาแบบนี้ใช่ไหม

พาย : อ่านที่พายส่งบ้างสิ ตัวเองมีแฟนแล้วจะเข้าห้องคนอื่นทำไม น่าเกลียด!

ข้อความถูกเปิดอ่านทันที หากแต่ไร้การตอบกลับ ต่อให้เจ็บก็ต้องยอมรับความจริงนะพาย ริมฝีปากระเรื่อขบเม้มเข้าหากันทอดสายตามองไปยังประตูที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ยังไงซะพี่คุณไม่มีทางเข้ามาได้หรอก

ลึก ๆ แล้วอยากเปิดให้พี่เขาเข้ามา…อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง 

กระนั้นความคิดผิด ๆ ที่ไม่อาจกลืนกินจิตสำนึกของพายได้ ก็เหมือนลมพัดเข้ามาแล้วก็ผ่านไปเท่านั้น พายละความสนใจก้มหน้าวุ่นวายกับเครื่องซักผ้าที่อาจทำให้เขาโตขึ้นอีกขั้นหากซักผ้าทั้งหมดได้ในวันนี้

ด้วยความที่ไม่เคยทำเลยแอบตื่นเต้นไม่น้อย มันคือความท้าทายในชีวิต ถ้าไม่มีความหงุดหงิดเข้ามาแทรกนะ

ยังไม่ทันเริ่มสานต่อ แจ้งเตือนแอปเขียวดังอีกหน ใจไม่รักดีเปิดอ่านไวไม่ทันหักห้ามใจ

คุณ : ไม่ใช่แฟน

คุณ : พี่ไม่มีแฟน

“โกหก” สวนตอบทันทีโดยไม่พิมพ์คุยกับผู้ชายกลับกลอก ใคร ๆ ก็รู้เรื่องสถานะพี่คุณกับมียูดี แต่เหมือนคนหลังประตูจะรู้ใจพายจึงส่งมาว่า

คุณ : เปิดประตู แล้วพี่จะยืนยันว่าพูดจริง

เกิดความชั่งใจชั่วขณะ คำตอบของคุณเข้าทางคนแอบรักอย่างพายให้คิดเข้าข้างตนเอง เขาเกลียดที่มีความคิดซับซ้อนแบบนี้ แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยไม่ให้เขาทำผิด 

ความรู้สึกทางใจไม่เคยซับซ้อน รักก็บอกรัก หากไม่มีความผิดชอบชั่วดีกดเอาไว้ หลาย ๆ อย่างในโลกนี้คงผิดเพี้ยนไปหมด แต่ทว่า ณ เวลานี้ความคิดพายกลับเสริมให้เขาเดินในเส้นทางที่ผิด

ก้าวเท้าไปเปิดประตู อยากรู้ว่าผู้ชายที่มอบหัวใจให้จริง ๆ แล้วเป็นคนเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เหมาะกับความรักตลอดหลายปีของเขาหรือเปล่า

ดีเหมือนกัน จะได้ตัดใจง่าย ๆ หากพี่คุณไม่เหมาะสม

“ไม่ให้เข้ามา” พลันเปิดประตูได้เตือนไว้ก่อน เพราะเห็นรุ่นพี่ทำท่าจะเบี่ยงตัวเข้ามาอย่างกับเป็นห้องของตนเอง

“จะคุยกันตรงนี้”

“อื้อ พายไม่อยากโดนด่าว่ายุ่งกับคนมีแฟน”

“บอกว่าไม่มี” สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเพราะความไม่ชอบใจ 

“อย่าโกหกหน่อยเลย ใคร ๆ ก็รู้ว่าพี่คบอยู่กับมียู” 

“เรียกดี ๆ มียูอายุมากกว่าเธอ”

ใครอยากเรียกศัตรูหัวใจว่าพี่กันเล่า! แถมยังมาปกป้องถึงห้องเขาเนี่ยนะ เกินไปแล้วพี่คุณ ความไม่ชอบใจในคำตอบที่ได้ ฉายชัดผ่านสีหน้าดื้อและรั้น 

“แค่นี้ใช่ไหมพายจะไปทำอย่างอื่นต่อ” หวังจะปิดประตูใส่หน้าคนใจร้ายแต่กลับถูกมือใหญ่ยักษ์ยื้อเอาไว้

“เปิดมาเพื่อพิสูจน์ไม่ใช่หรือไง”

“…” 

เสียงลมหายใจฟึดฟัดบอกถึงความไม่พอใจของคุณหนู

คุณไม่รู้ว่าตนเองมาทำบ้าอะไรที่นี่ เขาควรขึ้นห้องและเลิกสนใจเด็กนิสัยเสียตรงหน้า แต่ถึงอย่างนั้นคำสั่งถูกเมิน เพราะได้กระทำตรงกันข้าม หยิบมือถือต่อสายไปยังมียู 

รอไม่นานปลายสายถูกตอบรับ คุณสบตาที่มีแต่ความรั้นไว้นิ่ง ๆ

(ว่าไงคุณ) น้ำเสียงปลายสายร่าเริงมาก

“เธอรู้ใช่ไหมว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

มียูเงียบไปพักใหญ่ พอเห็นสีหน้าลุ้นของพาย คุณกลับรู้สึกแปลก ๆ (อื้อ เรารู้สิ คุณทำไปเพราะช่วยเราทั้งนั้น)

“งั้นต่อไปนี้ถ้าใครถามช่วยบอกให้คนอื่นเข้าใจด้วยว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน” 

(ทำไมเหรอ คุณมีอะไรหรือเปล่า)

“ไม่มี แต่ช่วยแก้ข่าวด้วย ยิ่งเร็วยิ่งดี” 

ตอนนั้นที่ออกปากปกป้องมียู ความคิดเด็กกว่านี้มาก คิดแบบเด็ก ๆ ไม่รอบคอบ และไม่คิดด้วยว่าการไม่พูดอะไรเลย เขาไม่พูด มียูไม่พูด ทำให้ทุกอย่างยืดเยื้อพานมีคนเข้าใจผิด…

นี่คงไม่ใช่อย่างที่ชนะพลเคยเตือนว่าเขากำลังดิ้นให้หลุดจากบ่วงที่เคยสร้าง…ไม่ใช่ แค่ไม่ชอบที่โอเมก้านิสัยเสียเอาแต่หลบหน้า ทำเหมือนเขาเป็นตัวเชื้อโรค ห้ามเข้าใกล้ ห้ามสัมผัส และห้ามพูดคุยด้วย

เป็นเพียงแค่สัญชาตญาณของอัลฟ่า เมื่อถูกโอเมก้าหลบหน้าหลบตา ไม่แปลก ถ้าอยากเอาชนะ เขาไม่ได้ดิ้นให้หลุดจากบ่วงอะไรทั้งนั้น

(ได้)

“อืม จะให้เข้าห้องได้หรือยัง” 

คุณวางสายไม่ไยดี ท้ายประโยคเอ่ยถามเจ้าของห้องที่มีสีหน้าดีขึ้น ไม่กังวลอย่างตอนเปิดประตู แรงที่ยื้อแย่งผ่อนลง เขาถึงได้โอกาสเบี่ยงเข้าห้องของพาย

ในจังหวะที่คนอายุน้อยกว่าหันหลังเดินหนี สายตาไม่รักดีหลุบมองเรียวขาขาวสวยชวนเมาตาจนต้องเสมองไปทางอื่น ไหนจะกลิ่นกุหลาบขาวที่แม้แต่เครื่องกรองอากาศก็กลบไม่มิด ไม่เหมือนโอเมก้าคนอื่น ๆ พอมาอยู่ในห้องไร้เครื่องเจ้าปัญหานั่น ฟีโรโมนของพายหอมละมุนชวนเคลิ้มไปหมด

ความหงุดหงิดที่สั่งสมมาตลอดสองเดือนหายวับไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย คุณอารมณ์ดีขึ้น เดินตามเจ้าของห้องเข้าด้านใน พลันต้องตกใจกับกองเสื้อผ้ามหาศาล

ใช้คำว่ามหาศาลไม่เกินจริง ตะกร้าที่วางเรียงนับสิบอันเต็มทุกใบ ไม่นับรวมกองผ้าที่วางเข้ามุมเรียบร้อย ไหนจะถุงแบรนด์เนมเป็นร้อย ได้ข่าวว่ายกให้คนอื่นไปเยอะแล้วนี่ ทำไมถึงยังเหลือขนาดนี้

เขาปรายตามองเจ้าของกองความหรูนั่น แทบไม่อยากประเมินราคา “ไม่เคยซัก?” 

คนถูกถามพยักหน้าแช่มช้ากะพริบตาปริบ ๆ เล่นเอาคำสั่งสอนไม่ว่าจะเป็น…

อย่าบอกนะว่าเธอไม่เคยซักผ้า จะใส่ทีซื้อที

ซื้อแต่ของแบรนด์หมดไปเท่าไร คิดบ้างไหมพ่อเธอต้องทำงานหนักแค่ไหนกว่าจะได้ราคาเสื้อร้อย ๆ ถุงที่เธอซื้อมา         

ใช้เงินสิ้นเปลืองเธอหาเงินเองได้หรือยัง

ใส่เสื้อตามตลาดไม่เป็นหรือไง หรือผื่นมันจะขึ้น

…ถูกกลืนลงท้องจนหมด แทนที่ด้วยประโยคนี้ “เดี๋ยวพี่สอน”

“จริงเหรอ! พี่คุณจะสอนพายจริง ๆ เหรอ”

นัยน์ตาสวยเป็นประกายระยิบระยับงดงามกว่าดวงดาวยามราตรี ราวกับเรื่องที่คุณพูดไปมีผลกับชีวิตพายมากขนาดนั้น พวงแก้มที่มีเนื้อนุ่มนิ่มยกขึ้นเป็นก้อนจนน่าบีบ รับกับรอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนน่าหลงใหล 

คุณเสมองไปทางอื่น “อืม”

“พี่คุณมาตรงนี้เครื่องซักผ้าพายอยู่ตรงนี้”

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณปล่อยให้เด็กนิสัยเสียและใช้ชีวิตไม่เป็นควงแขน ก่อนจะถูกลากมายังระเบียงที่มีเครื่องซักผ้าใหม่เอี่ยมวางอยู่ มุมปากยกสูงขึ้นและได้หายไปทันทีเมื่อพายหันกลับมาถาม

“มันซักยังไงเหรอพี่คุณ”

ร่าเริงเสียจนลืมไปหมดแล้วมั้งก่อนหน้านี้บรรยากาศมันตึงเครียดขนาดไหน

“ใส่ผ้าเยอะขนาดนั้นมันคงจะหมุนให้เธอหรอก”

“อ้าวว พายใส่เยอะไปเหรอ”

“อืม เอาออกครึ่งหนึ่ง”

“เปิดออก น้ำก็ไหลสิ”

“ให้มันไหล” 

คุณยืนกอดอกมองคนอายุน้อยกว่านั่งยองลงกับพื้น แต่ด้วยกางเกงขาสั้น เขาต้องเบนสายตาไปทางอื่นเป็นระยะ ๆ หันกลับมาอีกทีเสื้อผ้าเปียกน้ำกองอยู่กับพื้นแทนที่จะหาอะไรมาใส่

“หาอะไรมารองใส่ กองไว้แบบนั้นเสื้อราคาแพงของเธอได้สกปรกพอดี”

“ไม่เป็นไร พายกำลังจะซักผ้าเป็นนี่ไง”

ยังมีหน้าหันมายิ้มอีก ดูซิจะตื่นเต้นได้สักกี่น้ำ

กว่าจะสอนลูกคุณหนูใช้เครื่องซักผ้าได้ กินเวลาไปครึ่งชั่วโมง แค่ซักผ้า กดปุ่มไม่กี่ปุ่ม แล้วรอให้มันแห้ง ต่อด้วยยัดเข้าเครื่องอบแห้ง ไม่รู้ว่ามีอะไรยาก ถึงขนาดต้องหยิบสมุดโน้ตกับปากกามาจด 

ใบหน้าสวยที่บัดนี้มีแต่เหงื่อ แก้มสองข้างเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเพราะนอกระเบียงไม่มีเครื่องปรับอากาศ บวกกับกลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่ม…ยังหอมสู้กลิ่นฟีโรโมนประจำตัวของเด็กนิสัยไม่ดีไม่ได้ ไหนจะรอยยิ้มตลอดการเรียนรู้ 

ทั้งหมดทั้งมวลที่เป็นพาย คุณไม่อาจละสายตาไปทางอื่นได้ 

“พายจดเสร็จแล้ว รอบต่อไปพายทำได้แน่”

“อืม” 

คุณกลับไปนั่งรอบนโซฟาในห้อง แต่พายยังคงยืนมองเสื้อผ้าที่ยัดใส่เครื่องเองด้วยแววตาเปี่ยมสุข มุมปากหยักตีโค้งพร้อมประกายบางอย่างเกิดขึ้นในใจ

“มานั่งนี่ ยืนรอมันไม่เสร็จให้เธอหรอก”

“อื้อ!” 

หย่อนตัวนั่งลงไม่ถึงนาที กายบางผุดขึ้นวิ่งไปดูเครื่องซักผ้าอีกครั้ง และวิ่งกลับมานั่ง อย่าเรียกว่านั่งเลย ถ้าจะนั่งไม่ติดเบาะขนาดนั้น คุณที่นั่งหัวโด่อยู่ทั้งคนยังไม่ได้รับความสนใจเท่าเครื่องซักผ้านั่น

“มันมีความสุขขนาดนั้นเลย?”

“ใช่สิ พายฝันมานานมากเลยว่าจะได้ซักผ้าเอง ไม่คิดว่าจะทำเป็นด้วย”

ความฝันน่ารักดี

คุณมีรอยยิ้มเมื่อเห็นท่าทีดีอกดีใจไม่รู้จักสิ้น อะไรคือเอามือประสานไว้ตรงกลางอก กุมไว้ ขณะที่คอยชะเง้อหน้ามองเครื่องซักผ้า ยังไม่ทันไรก็วิ่งกลับไปดูเจ้าเครื่องนั่น แล้วกลับมาที่เดิม วนอยู่อย่างนี้จนเครื่องหยุดทำงาน 

“พี่คุณ! เครื่องหยุดทำงานแล้ว!” 

เกือบชั่วโมงที่ตั้งเวลาไว้ในความรู้สึกของคุณผ่านไปไวราวไม่กี่นาที เขาเดินไปสมทบยืนกอดอกมองคนตัวเล็กเอาผ้าที่ซักเสร็จแล้วออกจากเครื่อง ก่อนจะยัดเสื้อรอบใหม่เข้าไป

แต่ดันสะดุดกับมือขาวที่แดงก่ำอย่างน่ากลัว คุณโน้มไปกุมมือพายขึ้น ส่งผลให้อีกฝ่ายมองด้วยตาแป๋วไม่เหลือคราบโอเมก้านิสัยเสียคนนั้น แทบเป็นคนละคนกัน 

“พี่คุณมาขัดทำไม พายจะซักผ้า”

พายพยายามจะชักมือกลับ แต่ก็สู้แรงของคุณไม่ได้ แถมยังใช้น้ำเสียงดุปนเคืองอีก “ดูมือตัวเองก่อน”

คนถูกดุบึนปากแสดงความไม่พอใจ

กลับไปดื้อนิสัยเสียเหมือนเดิมแล้วสินะ ความร่าเริงก่อนหน้านี้หายไปจนเขารู้สึกไม่พอใจที่พายใช้ร่างนี้ พายคนเมื่อกี้น่ารักกว่าเยอะ

“ทำไมต้องดุพายด้วยล่ะ บอกดี ๆ ก็ได้นี่”

“เธอซักผ้าไม่ได้แล้ว แพ้ขนาดนี้”

“แต่พายจะซักผ้าก่อน รอบนี้พ่ายจะกดเอง”

“เธอไม่ฟังที่พี่พูดเลยหรือไง”

“แต่ว่า”

“พาย”

เสียงเย็นเตือนแค่นั้นก็ปราบพายไว้อยู่หมัด จูงมือกลับไปนั่งบนโซฟา ในห้วงอารมณ์ไม่พอใจเป็นตัวนำ แน่นอนว่าบรรยากาศระหว่างกันเป็นไปอย่างตึงเครียด กระนั้นคุณไม่สน หยิบหลอดยาขึ้นทาทั่วทั้งฝ่ามือ

“เสร็จแล้ว” จังหวะเงยหน้าเห็นพายน้ำตาคลอเบ้าตาสวย “แค่นี้ต้องร้องเลยเหรอ”

“ก็พายบอกว่าจะซักผ้าก่อนพี่คุณไม่ฟังนี่ แล้วยังดุพายอีก”

“เธอ แพ้” เขาเน้น

“ไม่เป็นไรพายแค่ซักผ้าเอง”

“เธอไม่เข้าใจตรงไหนพาย อย่าเอาแต่ใจ”           

พายลุกพรวดขึ้นด้วยความไม่พอใจ มองคนหน้าดุแล้วจ้องเขม็ง “มันเรื่องของพายหรือเปล่า นี่ห้องพาย แล้วนั้นก็เสื้อผ้าพาย ไม่เห็นเดือดร้อนพี่คุณตรงไหนเลย”

“เถียง?”

“พายกำลังอธิบายต่างหาก!”

“พูดดี ๆ” 

คราวนี้เป็นคุณที่ลุกขึ้นเผชิญหน้า ความสูงที่มีมากกว่าข่มคนที่สูงน้อยกว่าให้ปิดปากเงียบ กระนั้นรู้หรอกในใจของเด็กนิสัยเสียไม่ฟังความหวังดีของเขาเลยสักนิด เงียบที่ไม่ใช่ฟัง แต่แปลว่าต่อต้าน

ยังไม่ทันขาดคำแผ่นหลังสวยเดินกลับไปทางระเบียง คนใจร้อนกว่าไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นจึงคว้าข้อมือไว้ พายเผลอตวัดสายตามองคนพี่ด้วยความไม่พอใจ

“พายจะซักผ้า เห็นไหมว่าเสื้อพายเยอะแค่ไหน” 

“มือเธอมันจะหนักกว่านี้”

“ช่างมือพายสิ พี่ไม่ต้องมายุ่ง”

“…” 

พายรู้สึกผิดจับใจลดความเอาแต่ใจลงดื้อ ๆ “คือพาย ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น”

“อยากทำอะไรก็ทำ”

คุณเมินความรู้สึกผิดของพายก่อนจะเดินออกจากห้อง หวังให้มีเสียงเล็ก ๆ น่าฟังตามมาง้อ หาใช่เจ้าตัวมุ่งหน้าไปกดเครื่องซักผ้าหน้าตาเฉย! เขาไม่สนว่าตนเองจะเดินกลับไปด้วยเหตุผลอะไรก่อนจะพูดเสียงดุ

“เธอไปนั่งซะ พี่จะซักเอง!”

พายกะพริบตาปริบ ๆ ไม่รู้ถึงความผิดของตนเองสักนิด อะไรทำให้พี่เขาโกรธขนาดนั้น แต่ช่างมันเถอะ ค่อยซักผ้าวันอื่นก็ได้ ไม่อยากดื้อยั่วโทสะหรอก ดูท่าแล้วไม่คุ้มสักนิด

ทำไมต้องมาอยากซักเสื้อพายด้วย เสื้อตัวเองไม่มีหรือไง

“พายขอกดปุ่มเองได้ไหม” กระนั้นไม่อาจละทิ้งความตั้งใจเดิม ขอแค่มีส่วนร่วมก็พอใจแล้ว ถามเสียงอ้อมแอ้มเกรงจะถูกดุ

“อืม”

“เยส!!” แค่นี้แหละที่ต้องการ พายร้อนวิชา เรียนรู้มาก็อยากนำมาใช้ กันลืมเท่านั้นเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป