บทที่ 5 มีเวลาฟังทั้งชีวิต

ตอนที่ 5 มีเวลาฟังทั้งชีวิต

หากใจสุข ในฝันก็จะเต็มไปด้วยความสุข ไม่มีบุคคลที่สาม สี่ ห้า เข้ามาทำลายความสัมพันธ์ของพายกับพี่คุณ รอยยิ้มสวยเปื้อนหน้าก่อนกายผุดผาดจะซุกเข้าหาความอุ่นที่ถูกห่มด้วยผ้าผืนหนา 

‘ไม่มีแฟน’ 

เพียงคำนั้นคำเดียวทำเอาความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยุ่งกับพี่คุณอีก ต่อให้จะรักมากแค่ไหน รักมากี่ปีพายจะไม่ยอมตกเป็นมือที่สามได้ล้มเลิกง่าย ๆ ยอมเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้คนพี่เข้ามาในอาณาเขตหวงห้ามได้อย่างง่ายดาย

ไม่มีอะไรยาก ถ้าเขาโสด และพี่คุณโสด

กลิ่นน้ำอบขลัง ๆ ลอยโชยเข้าจมูกจนคนหลับถึงกับสูดเข้าเต็มปอดโดยไม่มีความละอายแก่ใจหักห้ามเอาไว้ เรียกเสียงปริศนาในลำคอดังขึ้น พร้อมสัมผัสอบอุ่นลูบหัวราวกับเอ็นดู คนกึ่งหลังกึ่งตื่นเคลิ้มจนหลับสนิทไปอีกครั้ง

รู้ตัวอีกทีเมื่อท้องร้องโครกคราก เรียวคิ้วสวยย่นรวมเป็นหนึ่งก่อนเปลือกตาสีสวยจะขยับเขยื้อนเผยดวงตาคู่สวยออกมา

ทัศนียภาพแรกเป็นแผ่นหลังเปลือยเปล่า กว้างพอที่พายจะสวมกอดแล้วจมหายไปกับเงาเจ้าของร่าง 

กำลังตั้งใจทำอะไรสักอย่างไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่พายนอนอยู่ เพ่งมองดี ๆ พี่คุณนั่งพับเสื้อผ้าที่เพิ่งเอาออกจากเครื่องอบแห้งนั่นเอง พายหยัดกายขึ้นมานั่งบนโซฟาที่เผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ ไหนจะมือแพ้น้ำยาเริ่มส่งอาการแสบ ๆ คัน ๆ กระนั้นเจ้าตัวไม่ได้สนใจเพราะถูกความสุขบดบังเอาไว้

ก่อนจะปรายตามองกองผ้าที่เคยสูงเท่าภูเขาบัดนี้ไม่เหลืออีกแล้ว รวมถึงถุงแบรนด์เนมเกือบร้อยถุง ถูกขนย้ายไปตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบเช่นกัน

ความเป็นระเบียบโดยมือพี่คุณส่งผลต่อหัวใจในอกพายเต้นระส่ำเป็นการตอบแทน

เขาช่วยแค่แป๊บเดียวจริง ๆ ช่วยกดเครื่องซักผ้า จากนั้นมานั่งรอนิ่ง ๆ ตามคำสั่งของคนอายุมากกว่า แล้วก็เพิ่งลืมตาตื่นในยามที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำกับห้องที่เรียบร้อยกว่าเดิม

“พี่คุณ”

“ตื่นแล้วเหรอ’

“อื้อ พี่คุณทำหมดนี่เลยเหรอ” 

“ใครใช้ให้เธอแพ้น้ำยา” 

เสียงติดดุว่าพลางหันมองคนบนโซฟาโดยที่ไม่มีอะไรปกปิดส่วนบนของร่างกายเลย ใจที่อ่อนแออยู่แล้วรวนจนโอเมก้ากลิ่นกุหลาบขาวทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ต้องวางสายตาไว้ตรงไหน แอบเห็นกล้ามหน้าท้องน่ามอง เล่นเอาวาบไหวคุมตัวเองไม่อยู่

“พี่คุณใส่เสื้อก่อนสิ ถอดทำไมเล่า แอร์มันเย็นนะ” มีอย่างที่ไหนมาถอดเสื้อในห้องของคนอื่น

“ขอดูมือหน่อย”

“พี่คุณ”

“ต้องได้เถียงต้องได้ดื้อใส่ตลอดเลยใช่ไหม”

“เอ๊ะ…” พายเตรียมหันไปแว้ดใส่พี่คุณที่เอาแต่คาดโทษกันอยู่นั่นแหละ ใครกันแน่ที่ดื้อที่เถียงคำไม่ตกฟากน่ะ หากพี่เขาไม่พูดแล้วเชื่อฟังกันสักนิด บทสนทนาระหว่างเราคงไม่ยืดยาว เป็นไปคนละทางแบบนี้หรอก

ใบหน้าสวยเหวี่ยงแซมดื้อรั้นพลันหันไปตามเสียงติดดุ แต่ทว่าความโป๊เปลือยจากเรือนกายอัลฟ่ายากจะต้าน คัดค้านการวีนของคุณหนูให้เหลือเพียงแมวดื้อหมดฤทธิ์ 

มือใหญ่จับข้อมือเล็ก ออกแรงดึงเพื่อดูรอยแดงบนฝ่ามือ ซึ่งแดงมากจนคุณหงุดหงิด “แสบไหม”

“อ อื้ม แสบนิดหน่อย”

“วันหลังไม่ต้องทำ”

“จะให้พายซื้อมาใส่ทีละตัวเหรอ” ดูเหมือนคำตอบที่ไม่ผ่านความคิดจะไม่เป็นที่น่าพอใจของคู่สนทนาสักเท่าไร

คุณตวัดสายตาดุดันหันมามอง “คิดแต่จะใช้เงินแก้ปัญหาอย่างเดียวหรือไง ไม่ต้องทำพี่ทำให้เอง”

คำตอบไม่เป็นไปตามสีหน้าหงุดหงิดติดรำคาญของพี่คุณเลย คล้ายเป็นห่วงมากกว่า แค่นี้คนไม่ชอบถูกดุก็ไม่กลัวแล้ว 

จะมาทำให้เอง หมายความว่าจะมาซักผ้าให้เขาอย่างงั้นเหรอ…ในฐานะอะไรล่ะ

ความหวังแทรกแซงเข้ามาทำให้พายอมยิ้มพอใจมาก ๆ เหมือนสองเรากำลัง…คบหาดูใจกันอยู่อย่างไรอย่างนั้น 

“ยิ้มอะไร”

“เปล๊าาา” เพื่อหนีสายตาคาดคั้นนั่น พายดึงมือกลับก่อนจะเหยียดยืน ยืนค้ำหัวคนอายุมากกว่า แล้วใครใช้ให้พี่คุณนั่งพื้นกันล่ะ โซฟาก็มี “พี่คุณหิวไหม พายทำกับข้าวให้กิน”

“อืม”

ซักผ้าให้ พับผ้าให้ และทานข้าวด้วยกัน เหมือนคู่แฟนที่อาศัยอยู่ด้วยกันเลยแฮะ

พายเดินเข้าห้องครัวใหม่เอี่ยมแทบไม่เคยหยิบจับอุปกรณ์ที่ม้ามี้ซื้อเข้ามา ใช้คุ้มสุดคงเป็นช้อน จาน และแก้วน้ำ อยู่สามอย่าง อย่างอื่นกลิ่นความใหม่ยังคงติดอยู่

เปิดตู้เย็นหยิบอาหารแช่แข็งออกมาสองอย่าง สะดุดตากับอาหารสดที่ถูกแช่แข็งร่วมสองเดือนมาแล้ว เกิดความรู้สึกอยากทำอาหารด้วยตนเอง

กิจวัตรของเขากับพี่คุณวันนี้ถึงจะสมบูรณ์ กระนั้นล้มเลิกความคิดในวินาทีต่อมา เพราะเขาทำอะไรไม่เป็นเลย ตอกไข่ใส่ชามยังเละ รักษาชีวิตของพี่คุณไว้เถอะ

โอเมก้ากลิ่นกายหอมส่ายหัวอมยิ้มเตรียมเอาอาหารแช่แข็งเข้าเวฟ อ่า…อย่างน้อยพายก็อุ่นอาหารเก่ง ยังไม่ทันได้โชว์ความสามารถหนึ่งเดียวที่เอาชีวิตรอดตลอดสองเดือนด้วยตัวคนเดียว ของในมือถูกแย่งชิงไปดื้อ ๆ 

พายมองตาม เป็นคุณที่กระชากมันไปพร้อมมองด้วยความไม่พอใจ และชำเลืองตาดูอาหารที่เจ้าของห้องตุนไว้ซะเยอะ

“กินแต่ของพวกนี้ ตัวถึงได้เหลือแค่นี้”

“อ้าววว พายไม่ได้ผอมสักหน่อย” มั่นใจมากเพราะมีทั้งพุงกะทิ แก้มยุ้ย ๆ แขนก็นุ่มยิ่งกว่าไดฟุกุอีก เอาอะไรมาตัวแค่นี้ พี่คุณพูดเกินความจริง

“ตัวนุ่มขนาดนี้ยังจะเถียง”

คนพูดไม่ว่าเปล่า ใช้ก้านนิ้วยาวจิ้มแก้มนุ่มจนบุ๋มตามแรงกด ทำอยู่อย่างนั้นราวกับหาทางออกไม่เจอ ทั้งที่ความตั้งใจแรกแค่อยากสั่งสอนลูกคุณหนูก็เท่านั้น

เป็นพายที่ต้องถอยห่างหนีนิ้วปองร้าย จิ้มซะแก้มระบมไปหมด นั่นแหละ “พายกินเยอะตัวถึงได้นุ่ม อาหารถึง”

“มีแต่อาหารไม่มีประโยชน์ ไม่ต้องกิน” 

พายอ้าปากค้างเมื่อคุณเล่นกวาดเสบียงประทังชีวิตออกจากตู้เย็นลงถังขยะจนไม่เหลืออาหารแช่แข็งสักกล่อง แถมยังเห็นกล่องเก่า ๆ ที่กินไว้ถูกล้างซ้อนกันเป็นหลักฐาน จึงตวัดสายตาดุกลับมาหาพาย

“เธอกินหมดนี่?”

แปลกตรงไหนกัน มีลมหายใจก็ต้องกินข้าว กระนั้นไม่คิดเถียงให้เสี่ยงโดนดุหรอก เพียงพยักหน้ายอมรับ มองคนสูงกว่าด้วยแววตาอ้อนวอน

คุณเหลืออดจะดุก็ดุไม่ลง พลันเบี่ยงไปทางอื่น เอากล่องอาหารแช่แข็งที่ล้างสะอาดวางซ้อนอย่างกับของสะสมลงถุงดำ จัดการไม่ให้ขัดหูขัดตาตนเอง 

“ห้ามกินของพวกนี้อีก”

“แล้วพายจะกินอะไร…” ท้ายประโยคแผ่วเพราะถูกคุณตวัดสายตามอง 

“ของสดมีเยอะแยะทำไมไม่ทำ” 

“พายทำไม่เป็น”

ไม่น่าถาม ดูจากกองผ้า คุณไม่สมควรมีคำถามใด ๆ ออกจากปาก

พายเป็นลูกคุณหนูกว่าที่คุณคิดไว้มาก แต่ยังดีที่อีกฝ่ายเป็นคนมีระเบียบ รักษาความสะอาด ไม่งั้นเขาต้องขัดใจพานหงุดหงิดมากกว่านี้เป็นแน่ ดันกายนุ่มหลบด้านข้างไม่ให้ขวางทาง ก่อนจะเอาของสดที่มีติดตู้เย็นออกมาโดยไม่พูดไม่จา

“เราจะกินอะไรกันเหรอ”

“กินของมีประโยชน์เธอรู้จักไหม”

“ชิ” 

คุณปรายตามองคนจีบปากจีบคอส่งผลให้คุณหนูเม้มปากแน่น แต่น่าจะโดนเพ่งเล็งนานไปหน่อย ความดื้อที่ซ่อนเอาไว้เลยเผยออกมา 

“พี่คุณประชดพายก่อนนี่”

“มันจริงอย่างที่พี่พูดหรือเปล่า” พ่อครัวอาสาส่ายหัวหันมาสนใจของสดที่เตรียมทำเป็นของสุก เน้นประโยชน์มากกว่าอิ่มท้อง

“มันกินได้นะ ไม่งั้นเขาจะขายทำไมล่ะ”

“หลอกขายลูกคุณหนูอย่างเธอไง”

“เอ๊ะ”

“...” ปากหยักตีโค้งขึ้นข้างหนึ่งโดยที่พายไม่เห็น

“พายไม่ใช่ลูกคุณหนู”

“ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง”

“ไม่จริง พายทำอะไรเป็นตั้งหลายอย่าง”

พอถูกรุ่นพี่หันมารอคำตอบ ความมั่นใจในคราแรกเริ่มไขว้เขว ต้องย้อนนึกข้อดีของตนเอง ประกาศให้พี่คุณได้รู้เสียทีว่า พายไม่ใช่ลูกคุณหนู!

“ดูดฝุ่น กวาดห้อง ถูห้อง ล้างจาน แล้ว…” เพิ่งรู้ก็วันนี้แหละทักษะใช้ชีวิตของตนเองต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ไหน

“แล้ว?”

“ก็เยอะแยะ พูดวันนี้ไม่หมดหรอก”

“พี่มีเวลาฟังเธอพูดทั้งชีวิต”

ตึกตึกตึก ไม่รู้ว่าคนพูดคิดอะไรในรูปประโยคนั้นหรือเปล่า ว่าจบก็หันไปสนใจสิ่งที่อยู่ในมือราวกับมันเป็นถ้อยคำที่ใช้ทั่วไป ใช้กับคนอื่นไม่ใช่แต่กับเขาคนเดียว แต่ทว่าคนฟังคิดมาก คิดเพ้อฝันอย่างห้ามไม่อยู่

…มีเวลาฟังทั้งชีวิต… ความหมายนี่มัน

แต่ก่อนจะกู่ไม่กลับ พายส่ายหัวไล่ความคิดเข้าข้างตนเองพลางตบเท้าไปนั่งหลังเคาน์เตอร์ไอซ์แลนด์ นั่งมองพ่อครัวที่พยายามหนี แต่ไม่รู้หนีอีท่าไหนใจถึงได้เต้นตุบตับยิ่งกว่าเดิม

แผ่นหลังกว้างเปลือยกับการทำอาหารให้เขาทาน ยังไงซะไม่พ้นคู่แฟนที่เพ้อฝันไว้ก่อนหน้านี้สักนิด แต่เป็นคู่แฟนที่เมียไม่ต้องทำอะไรเลย ผัวลงมือทุกอย่าง

คิดสุข ใบหน้าจึงเผยความสุขออกมา จากความรักที่พอหลบหน้าหนีได้บ้าง หักห้ามใจในบางครั้ง กลายเป็นความอยากได้ อยากครอบครองอัลฟ่ากลิ่นน้ำอบไว้คนเดียว…ความรู้สึกเห็นแก่ได้พอกขึ้นโดยที่พายไม่รู้ตัว

พายนั่งหน้าบูดเข่นเขี้ยวรุ่นพี่อายุมากกว่าแค่ปีเดียว แต่กลับออกคำสั่ง ห้ามโน่น ห้ามนี่ เสียยิ่งกว่าป๊า ไม่ให้เขาช่วยล้างจาน ทั้งที่บอกไปแล้วว่าไม่แพ้ ๆ กระทั่งแกงจืดหอมน่ารับประทานเสร็จไปหนึ่งถ้วย

คุณที่รู้แก่ใจว่ามีคนไม่พอใจ จึงเรียกเด็กนิสัยเสียมาทำให้จบ ๆ เพราะรู้สึกไม่ชอบที่โดนหมายหัวแบบนี้ “ลุกขึ้น”

“ไม่”

“ไม่ทำแล้ว?” เท่านั้นเจ้าของห้องพรวดขึ้นยืนยิ้มแฉ่งด้วยตาเป็นประกาย “จะดีใจอะไรขนาดนั้น” คุณตีหน้านิ่งไม่ให้รอยยิ้มเล็ดลอดให้เด็กมันได้ใจ

“พี่คุณให้พายทำจริง ๆ เหรอ”

“มาตอกไข่ทำไข่เจียว”

“ทำ ๆ” เสี้ยววินาทีพายรีบรุดมายืนข้างคนตัวสูง ได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ตามที่ตั้งใจไว้สร้างความตื่นเต้นไม่น้อย ป๊าต้องภูมิใจแน่ ๆ ถ้ารู้ว่าวันนี้พายทั้งซักผ้าและกำลังจะทำกับข้าว

“เคยทำหรือเปล่า”

“ไม่เคย”

“แค่ไข่เจียว”

“ใช่ แต่พายรู้ว่าต้องทำยังไง” ลบล้างสีหน้าราวกับไม่อยากเชื่อว่าบนโลกนี้มีคนทำไข่เจียวไม่เป็นออกจากหน้าพี่คุณ พายหยิบไข่และตอกใส่ชาม

ฟองแรกไข่แดงแตกแถมเปลือกยังหล่นใส่อีกด้วย ได้เสียงสบประมาทผ่านลำคอหนาสองฮึ แต่ถึงอย่างนั้นคนอย่างพายถ้าได้ตั้งใจไว้แล้วจะไม่มีทางถอนตัวง่าย ๆ

“ยังไงต้องตีไข่ให้เข้ากันอยู่แล้ว พายตั้งใจให้ไข่แดงแตกต่างหาก”

คุณยกยิ้มกอดอกมองคนน้องลงมือทำต่อไป จังหวะเหยาะน้ำปลา ไม่สิ ต้องเรียกว่าเท เกือบเบรกไว้ไม่ทัน

“ใส่เยอะขนาดนั้นอยากเป็นไตหรือไง”

“พี่คุณรอดูเลย อร่อย”

“อยากเอาชนะให้ได้” 

คุณยืนมองต่อไปโดยไม่ห้าม ลีลาตีไข่ให้เข้ากันจากปริมาณไข่สองฟอง ตอนนี้น่าจะเหลือแค่ฟองเดียวแล้วมั้ง ตีแรงจนกระฉอกเลอะเสื้อ เลอะแก้มไปหมด

เกิดมาทำอะไรเป็นบ้าง?

เว้นแต่กระทะที่คุณอาสาช่วย ก้าวชิดเพื่อซ้อนหลังประคองมือนุ่มจนอยู่ในท่าโอบกอดเตรียมเทไข่ลงกระทะ ขืนปล่อยให้ทำขั้นตอนนี้เองมีหวังโดนน้ำมันร้อนลวกมือแน่

“พี่คุณ พายทำเองได้”

“ถ้าไม่อยากเสียโฉมก็อยู่นิ่ง ๆ” 

“เวอร์ แค่ทอดไข่เจียว”

“รอดู” พลันเทไข่ที่คนแล้วลงน้ำมันร้อน เท่านั้นแหละ คุณหนูอวดดีถอยกรูแผ่นหลังสวยชิดแผงอกกำยำ “เป็นไง ทีนี้ยังอยากปากดีอยู่ไหม”

“ไม่ ๆ พี่คุณพายไม่ทำแล้วกลัวน้ำมันกระเด็น”

พายหลับตาปี๋ เบือนหน้าหนีความโหดร้ายตรงหน้า มาถึงจุดนี้อดชื่นชมม้ามี้ไม่ได้ แค่ทอดไข่เจียวยังหวาดเสียวขนาดนี้ ทีม้ามี้ทอดไก่ทุกครั้งที่ลูกคนนี้งอแง จะต้องหวาดเสียวขนาดไหน

“อยู่เฉย ๆ ไม่กระเด็น”

“ไม่เอาแล้วพายไม่ทำ” ขืนตัวมากเท่าไรก็สู้อ้อมกอดดั่งเหล็กของพี่เขาไม่ได้หรอก “โอ๊ย!” กระทั่งความเจ็บจากหยดน้ำมันเล็ก ๆ กระเซ็นมาโดนแขน 

คุณตกใจดึงพายมาหลบด้านข้างก่อนจะตรวจดูว่าผิวสวย ๆ มีตำหนิตรงไหนหรือเปล่า

“เจ็บตรงไหน” ไม่คิดว่าน้ำมันจะกระเซ็นใส่ 

“ตรงนี้” พายจิ้มบอก

ยังดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ใจของอัลฟ่าหนุ่มโล่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้มันหนักหนาประหนึ่งเกิดอุบัติเหตุสิบล้อชนเข้าให้ ทั้งที่จริงเป็นเพียงน้ำมันร้อนหยดเล็ก ๆ แทบไม่บาดผิวสวย หากพายมีแผลขึ้นมาเขาคงไม่ให้อภัยตนเอง

แค่นี้…ความคิดคุณชะงักค้างหลุบตามองใบหน้าสวย ไม่คิดว่าจะรู้สึกมากมายขนาดนั้น พลอยทำให้หงุดหงิด

ไร้สาระสิ้นดี เขาไม่ชอบลูกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างอย่างคนตรงหน้า

“แค่นี้ทำเป็นเรื่องใหญ่”

พายฉงน คนที่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่คือคนพูดไม่ใช่เหรอ เมื่อโดนอะไรแสบ ๆ กัดผิว ร้อยทั้งร้อยก็ต้องมีหลุดตกใจกันบ้างแหละ มาดุทำไม ไหนจะสีหน้าหงุดหงิดนั่นอีก

“ยังไม่ไปอีก อยากให้ผิวสวย ๆ มีแผล?”

“อะไรของเขา” พึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนจะกลับมานั่งรอที่เดิม

บรรยายกาศที่เปลี่ยนไปกะทันหันเป็นผลให้ความเงียบโรยตัวลงมา ไม่นานไข่เจียวหอม ๆ พร้อมเสิร์ฟ ทว่าหน้าตาไข่เจียวน่าทานถูกแทนที่เพราะเสียงแจ้งเตือนไลน์จากเครื่องสื่อสารของพี่คุณดังรัวเข้ามา มือถือราคาแพงเจ้าปัญหาถูกหยิบออกมาก่อนจะวางไว้บนโต๊ะ โดยที่เจ้าของไม่คิดเปิดอ่าน

มาถึงตอนนี้พายอดคิดเข้าข้างตนเองไม่ได้ว่าเขาสำคัญกว่าคนในห้องแชตนั่น พี่คุณถึงไม่ตอบกลับทันที 

“เอาข้าวเยอะไหม”

“นิดเ…” แต่แล้วยังไม่ทันอ้าปากบอกความต้องการ จู่ ๆ ข้อความเด้งเป็นคำว่า SOS จากใครพายไม่ทราบ แต่คงมีความสำคัญในระดับหนึ่ง ถึงทำให้คุณรีบรุดออกไปไม่ลาสักคำ 

ปัง เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมความจริงเข้ามากระแทกหน้าว่าอย่าคิดไปเองอีก กี่ร้อยกี่พันเหตุผลที่พยายามปลอบใจไม่อาจสู้ตัวอักษร SOS สามตัว 

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ฉุกเฉินขอความช่วยเหลือ เป็นใครก็ต้องรีบไป แต่ไม่วายน้อยใจอยู่ดี อย่างน้อยก็ควรบอกลากันสักนิดสิ บอกเหมือนที่บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกับมียู แค่นี้ก็พอ 

ดวงตาล้นไปด้วยบ่อน้ำตามองกับข้าวบนโต๊ะ ต่อให้ท้องจะร้องขอสารอาหาร เจ้าตัวกลับไม่ขยับไปไหน มีหวังสักนิดว่าพี่คุณจะกลับเข้ามาทานด้วยกัน…เหมือนที่วาดฝันไว้

เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ จนแกงจืดที่ส่งควันขาวลอยขึ้นกลางอากาศดับสนิท พายถึงจะได้สติว่าไม่ควรนั่งเสียใจแบบนี้อีก ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่สามารถปลุกใจให้‍มูฟ‍ออน‍จากเหตุการณ์ทำร้ายจิตใจก่อนหน้านี้ได้เหมือนทุกที

เพียงแค่ไม่ใช่มือที่สาม ความหวังผุดเป็นดอกเห็ด 

กระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พายได้สติพลางหยิบเครื่องสื่อสารมาดู ปรากฏว่าเป็นป๊าติดต่อมา ก่อนจะกดรับโดยไม่ลังเล ประคองความร่าเริงไม่ให้ผิดสังเกต

“ป๊าาา” พลางเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟา

(ป๊าอยู่ข้างล่างกำลังจะขึ้นไป น้องพายอยู่ห้องใช่ไหม)

เดิมทีเหี่ยวเฉาทั้งใจทั้งกายนั่งไหล่ตก หลังค่อม ก็กระเด้งตัวนั่งหลังตรง พายเบิกตาโตเพราะกลิ่นฟีโรโมนน้ำอบของอัลฟ่าลอยคละคลุ้งทั่วห้อง ขืนป๊าขึ้นมามีหวังจับได้แน่ 

(เจอกันค่ะ) แล้วสายก็วางไปโดยไม่ทันปฏิเสธ

พายเดินวนไปวนมาพร่ำเอ่ยแต่คำว่า “ทำไงดี ๆ” ราวกับแอบอยู่กินกับผู้ชายอย่างนั้นแหละ จะเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ ไม่ควรอยู่ในหัวเขาตอนนี้

วิ่งไปหยิบสเปรย์ ฉีดกลบกลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่า แต่ก็ยังไว้กลิ่น พายหันรีหันขวางมองหาตัวช่วยอื่นก่อนจะสะดุดเข้ากับขวดน้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นเวลาเหมาะเจาะกับกริ๊งหน้าห้องทำงานพอดี บอกว่าป๊าเดินทางมาถึงแล้ว

สองเท้าจ้ำอ้าวหยิบขวดน้ำยาปรับผ้านุ่มก่อนจะเทกลางห้องจนหมดขวด และรีบวิ่งแจ้นไปเปิดประตูห้องเชิญป๊าเข้ามา

“ป๊าาา” พายโผเข้ากอดบิดา เผยแพร่รอยยิ้มไปถึงอากวินคนสนิทของป๊าด้วย

“กลิ่นอะไรคะ”

หัวใจในอกเต้นดั่งกลองชุด หากป๊ารู้เข้ามีหวังความตั้งใจอยากใช้ชีวิตเองได้พังแน่ ๆ ป๊าไม่ปล่อยให้ลูกคนนี้อยู่ข้างนอกต่อ เสี่ยงอัลฟ่าเข้ามายุ่มย่ามใกล้ ๆ หรอก ต้องหาทางแยกเขาออกจากพี่คุณ…ซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้น แม้จะน้อยใจอยู่ แต่เชื่อว่าจะจัดการกับความคิดของตนเองได้

ฟลินน์ไม่รอคำตอบจากลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เพราะตนได้กลิ่นที่ไม่ควรอยู่ในห้องนี้ มาถึงกลางห้องเจอเข้ากับสาเหตุ จึงปรายตามองลูก…ยังดีที่เป็นกลิ่นน้ำยา ไม่ใช่อย่างที่คิด

“แหะ พายทำหกเองแหละ”

คำตอบไม่น่าตกใจเท่าสิ่งที่ตาเห็น ฟลินน์กวาดสายตามองรอบ ๆ เจอกองเสื้อที่ถูกพับเรียบร้อย ไหนจะ…อาหารบนโต๊ะ “อะไรคะ หนูพายทำเองเหรอคะ”

“ค่ะ” 

ในหัวสมองของคนเป็นพ่อที่เลี้ยงดูลูกไม่เคยต้องหลั่งเหงื่อกับงานหนัก นัยน์ตาสีเดียวกับบุตรหลุบมองมือก่อนเป็นสิ่งแรก กุมขึ้นมาก่อนจะเผยความไม่พอใจผ่านสีหน้า

“วันหลังไม่ต้องทำหนูพายเข้าใจไหมคะ มือแดงหมดแล้ว”

“แค่นี้เองป๊า” 

“หนูซักผ้าเยอะขนาดนั้นได้ยังไงคะ ป๊าจะจ้างแม่บ้านมา”

“ไม่นะ!” 

ฟลินน์ขมวดคิ้วมองลูกชายคล้ายกับเสียดายบางอย่าง และถูกต้องเพราะพี่คุณบอกว่าหลังจากนี้จะช่วยซักผ้าให้เอง ฉะนั้นจะปล่อยให้ป๊าจ้างแม่บ้านมาไม่ได้เด็ดขาด

“ป๊าขาาา หนูพายอยากลองเอง” 

“แต่…”

“ป๊าไม่ภูมิใจเหรอ ดูผลงานหนูสิ นี่มีไข่เจียวด้วย” จึงหลอกล่อป๊าด้วยวิธีอื่น 

ฟลินน์ถอนหายใจพรืด “ภูมิใจแต่เป็นห่วงหนู” 

“ไม่เป็นไรเลย วันไหนที่หนูพายไม่อยากทำจะโทรบอกป๊าคนแรกเลยดีไหม ป๊ามาชิมไข่เจียวฝีมือหนูดีกว่า” ถึงจะไม่ทั้งหมด แต่เขาเป็นคนปรุง! 

“แกงจืดด้วยเหรอคะ”

ก่อนจะโพล่งตอบแบบไม่คิด ดีที่พายยั้งไว้ก่อนไม่งั้นความลับที่ต้องรักษา พังไม่เป็นท่าแน่ ป๊าคงไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือเขา ดูได้จากสีหน้าที่ขมวดคิ้วเป็นปม

“แหะ หนูแค่ฝึกทอดไข่เจียว แต่แกงจืดซื้อเอาค่ะ อากวินมาทานด้วยกันนะ” พายชวนกวินที่ยืนน้ำตาคลอเพราะคุณหนูที่เลี้ยงดูมาไม่ต่างจากลูกแท้ ๆ ทำทุกอย่างด้วยตนเอง ทั้งภูมิใจและเป็นห่วงไม่ต่างจากนายท่านฟลินน์

“ครับ”

พายยิ้มแฉ่งมองผู้ใหญ่ตัวโตสองคนทานไข่เจียวทั้งน้ำตา ปากก็บอกว่าอร่อยทุกคำที่ตักเข้าปาก พายรู้ว่ามันเค็ม แอบชิมบ้างแล้วเหมือนกัน กระนั้นคำชมที่ออกจากปากผู้ใหญ่ก็มาจากใจจริง ไม่มีความฝืนทนกล้ำกลืนทานสักนิด 

มันเต็มไปด้วยความภูมิใจในตัวลูกหลานคนนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป