บทที่ 1 ยอดนักรัก

เสียงเพลงยอดฮิตติดท็อปชาร์ตที่ได้ปรับเปลี่ยนเป็นจังหวะอีดีเอ็มโดยดีเจมืออาชีพระดับประเทศถูกเปิดจนดังกระหึ่มอยู่ภายในไนต์คลับขึ้นชื่อย่านสถานบันเทิงใจกลางกรุงอย่างดิอาเมอร์ สถานที่ซึ่งคนหนุ่มสาว และวัยทำงานรู้จักกันดีเสียยิ่งกว่าดี

ที่นี่มีทุกอย่างทั้งอาหาร บาร์เหล้า ห้องพักชั้นบนเกรดเดียวกับโรงแรมห้าดาว ไม่เว้นแม้กระทั่งสิ่งผิดกฎหมายอย่างการพนัน และสารเสพติด แต่ใครจะกล้าแจ้งจับ หรือบุกทลายกันล่ะ ก็ในเมื่อเจ้าของดันเป็นลูกชายนักการเมืองแนวหน้าของประเทศที่มีทั้งอำนาจ และอิทธิพลล้นมือ

นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองบรรดาเหล่านักท่องราตรีส่ายสะบัดอวดลวดลายความเซ็กซี่แพรวพราวก่อนจะวนกลับมายังโต๊ะของตัวเองอีกครั้งด้วยความเบื่อหน่ายอย่างถึงที่สุด

“มาเจอเพื่อนแป๊บเดียวมึงจะอะไรนักหนาไอ้ศึก ทำหน้าเหมือนจะตาย”

“เออ กูจะตายละ ปล่อยกูกลับได้ยัง”

“ยังว่ะ ฮ่า ๆ”

เสียงหัวเราะดังลั่นจากกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่ขัดใจไอ้เพื่อนตัวดีได้สำเร็จ ช่วงนี้จะชวนออกมาเที่ยวแต่ละทียากเย็นเสียเหลือเกิน ไม่รู้เอาเวลาไปทำอะไรนักหนา 

“ไอ้พวกเหี้ยนี่แม่ง”

แอลกอฮอล์สีเข้มถูกกระดกดื่มรวดเดียวจนหมดแก้วเหลือเพียงน้ำแข็งที่กระทบกันเกิดเป็นเสียงแผ่วเบา ความร้อนวูบวาบเฉพาะตัวของเครื่องดื่มดีกรีแรงค่อย ๆ ไหลผ่านลำคอหนายามเจ้าตัวกลืนลงไป

วันนี้ขุนศึกต้องมาสังสรรค์กับแก๊งเพื่อนสมัยเรียนมัธยมอย่างเลี่ยงไม่ได้ด้วย เพราะตนนั้นปฏิเสธนัดหมายมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้จึงจำเป็นต้องมา

…เฮ้อ อยากไปนอนกกกอดน้องคนสวยขาที่คอนโดจะแย่ พวกเหี้ยนี่แม่งก็เร้าจังเลย

มือหนายกเสยขึ้นเสยผมสีดำขลับระบายความหงุดหงิดในใจ ต้องยอมรับว่าคลับแห่งนี้มีแต่คนหน้าตาดีเข้ามาใช้บริการจริง ๆ หันไปทางไหนก็เจอแต่คนถูกใจเขาเต็มไปหมดจนอดระบายรอยยิ้มออกมาไม่ได้ในที่สุด

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เสียงเพลงแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นจังหวะที่ฟังสบายจนทำให้ขุนศึกคลายความหงุดหงิดลงไปได้ไม่น้อย เขาเริ่มหันไปคุยกับกลุ่มเพื่อนด้วยหัวข้อความแสบสันสมัยเพิ่งแตกหนุ่มอีกครั้ง

“กูจำได้เลยไอ้ศึกแม่งอะไรนักหนากับไอ้โซ่ก็ไม่รู้ กัดกันมาตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้” โจฮันพูดขึ้นพลางยิ้มขัน นึกถึงสมัยนั้นแล้วทุกอย่างล้วนดีไปหมดแม้จะมีเรื่องต่อยตีกันตามประสาวัยรุ่นแทบทุกวันจนโดนพ่อด่าหูชาก็ตามที

“ก็มันชอบกวนตีนกู แค่เห็นหน้าก็หงุดหงิดแล้ว”

“แต่มึงเรียนที่เดียวกันมาตลอดเลยนะ” 

“เรื่องบัดซบที่สุดในชีวิตกูเลย! หนีกันไม่พ้นสักรอบ จองล้างจองผลาญกูฉิบหาย” เสียงทุ้มสบถหยาบยามนึกถึงคนที่ตนนั้นไม่เคยรู้สึกถูกชะตา หรือชอบขี้หน้าเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่ามีมันต้องไม่มีเขาเลยก็ว่าได้ …แค่นึกถึงหน้าไอ้ห่านั่นเหล้าก็ไม่อร่อยแล้ว

“ไม่ได้เจอกันที่นี่นานเลยนะครับคุณศึก”

ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามเสียงเรียกทันทีที่ได้ยินชื่อของตน ชายหนุ่มมองร่างอรชรตรงหน้า ความสนอกสนใจฉายชัดในดวงตาอย่างปิดไม่มิด เรียวคิ้วเข้มเรียงตัวสวยเลิกขึ้นเล็กน้อยเป็นการทักทาย เบต้าหนุ่มเค้นสมองอย่างหนักเพื่อนึกชื่อเจ้าของเสียง ทว่านึกอย่างไรก็นึกไม่ออกเสียที

“อัยย์ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ”

“เอาสิครับ” ...อ๋อ ชื่ออัยย์นี่เอง

เสียงทุ้มละมุนตอบกลับพร้อมรอยยิ้มบาดใจ วงแขนแกร่งกวาดพาดไปยังพนักพิงโซฟาตัวยาวติดผนังด้วยท่วงท่าที่ถูกคิดมาดีแล้วว่ามันจะออกมาดูดีในสายตาคนสวยขาตรงหน้า ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากที่คาด เมื่อหนุ่มหน้าหวานแสดงอาการเก้อเขินออกมาอย่างเห็นได้ชัด

จะไม่ให้เขินได้อย่างไร แบบนี้ไม่เท่ากับว่าขุนศึกอ้าแขนเพื่อโอบกอดเขากลาย ๆ หรอกเหรอหากเขานั่งลงไปในตำแหน่งนั้น

เมื่อได้โอกาสร่างเล็กจึงไม่รีรอที่จะรีบนั่งเบียดกระแซะเข้าใกล้คนที่ตนหมายปองในคืนนี้ทันที ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนายตำรวจยศใหญ่สายเปย์ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก ไม่แปลกหรอกที่จะเป็นที่ถูกตาต้องใจของใครหลายคนที่นี่

แม้บรรยากาศรอบข้างจะดูวุ่นวายหากทว่าตอนนี้เหมือนจะไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าดวงหน้าจิ้มลิ้มกับริมฝีปากอวบอิ่มนี้อีกแล้ว ขุนศึกมองหนุ่มร่างบางตรงหน้าอย่างพิจารณา ปลายนิ้วเรียวปัดเกี่ยวเกลี่ยเครื่องประดับบนปลอกคอสำหรับโอเมก้าเล่นไปพลาง ๆ ขณะเดียกันก็รับเครื่องดื่มจากเพื่อนมากระดกรวดเดียวจนหมดอย่างที่ชอบทำจนติดเป็นนิสัย

โลกนี้มีประชากรที่มีเพศโดยกำเนิดอยู่สองประเภทคือชาย และหญิง ในจำนวนผู้คนเหล่านั้นจะถูกแยกย่อยเพศรองออกเป็น อีนิกม่า อัลฟ่า เบต้า และโอเมก้า ลักษณะเหล่านี้จะแสดงออกมาอย่างชัดเจนตั้งแต่เกิดโดยการตรวจสอบโครโมโซมจากสูตินรีแพทย์ โดยอีนิกม่า และอัลฟ่าจัดเป็นจุดสูงสุดของห่วงโซ่นี้ พวกเขามีทั้งร่างกายที่แข็งแกร่ง ฟื้นตัวได้เร็วยามเจ็บไข้ได้ป่วย อีกทั้งฟีโรโมนที่แสนจะภาคภูมิใจ เพียงแค่เกิดมามีเพศรองนี้ก็เท่ากับว่าอยู่เหนือคนอื่นไปก้าวหนึ่งแล้ว

แน่นอนว่ามีจุดสูงสุดก็ต้องมีจุดต่ำสุดนั่นคือโอเมก้า ในสมัยก่อนหากเกิดเป็นโอเมก้าก็จะถูกปฏิบัติเยี่ยงทาส หรือแม้กระทั่งถูกมองเป็นเพียงเครื่องบำเรอความใคร่ แม้ปัจจุบันจะมีกฎหมายคุ้มครองหลายอย่าง และถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมแล้วก็ตาม หากแต่ในสังคมนั้นยังคงมีการกดข่มโอเมก้าให้เห็นอยู่ตามเขตพื้นที่ต่าง ๆ

ทว่าเบต้าอย่างขุนศึกนั้นจัดเป็นประชากรที่มีมากที่สุด ชนกลุ่มนี้ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากฟีโรโมนเลยแม้แต่น้อย ไม่มีช่วงรัท หรือฮีทอย่างที่อัลฟ่า และโอเมก้าต้องเผชิญ ซึ่งสำหรับเขานั้นนั่นนับเป็นความโชคดี แม้เบต้าจะถูกมองว่าแสนธรรมดาที่สุดในบรรดาเพศรองทั้งหมด แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสำหรับคนที่เกิดมามีพร้อมทุกอย่างแบบขุนศึก

“คุณศึกจ้องอัยย์ทำไมเหรอครับ หน้าอัยย์มีอะไรติดอยู่หรือเปล่า”

“สวยก็ต้องมอง มันเรื่องปกติอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“พูดแบบนี้อัยย์เขินนะครับ”

แก้มใสขึ้นสีระเรื่อลามไปถึงใบหูเล็กน่าเอ็นดูไม่น้อย คนตัวเล็กไม่อาจทานทนต่อสายตาเร่าร้อนนั้นได้ เจ้าตัวเบนหน้าหนีไปอีกทาง มือเล็กเอื้อมรับเครื่องดื่มจากหนึ่งในใครสักคนมาดื่มแก้เก้อก่อนจะค่อย ๆ เอนตัวลงพิงซบอกกว้างอย่างถือวิสาสะ

ฟีโรโมนกลิ่นวานิลลาถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหวังกระตุ้นคนตรงหน้าที่ตัวเองนั้นเข้าใจว่าเป็นอัลฟ่าทั้งยังกักเก็บฟีโรโมนได้อย่างดีเยี่ยม

ทว่าความจริงฟีโรโมนนั้นทำอะไรเบต้าอย่างขุนศึกไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เขาไม่ได้กลิ่นมันเสียด้วยซ้ำ หากแต่กลิ่นนั้นกลับส่งผลต่ออัลฟ่าคนอื่นภายในโต๊ะแทน

“คืนนี้คุณศึกไปต่อที่ไหนอีกไหมครับ”

“ไม่รู้สิ ไม่แน่ว่าอาจจะต้องอยู่กับไอ้พวกนี้ยาวจนถึงเช้าเลย”

“เสียดายจังเลยนะครับ”

ปลายนิ้วเรียวกรีดกรายไปบนความกำยำหนั่นแน่นตรงหน้า อัยย์วราช้อนสายตาหวานเชื่อมขึ้นทีละน้อยอย่างมีจริตจนมาบรรจบเข้ากับความลุ่มลึกราวราตรีกาลของอีกฝ่าย

…เสียดาย เสียดายมากหากไม่ได้ไปต่อ

ขุนศึกเองก็ใช่ย่อย แม้ปากจะบอกว่าไม่อาจไปสานสัมพันธ์ต่อกับโอเมก้าตรงหน้าได้ครั้นมือใหญ่กลับลูบไล้เอวคอดกิ่วเล่นพร้อมทั้งขย้ำสะโพกกลมกลึงอย่างมันเขี้ยวอยู่ในที แน่นอนว่าอัยย์วราเองก็คอยท่าอยู่ก่อนแล้ว 

“เหมือนอัยย์จะเมาเลย คุณศึกช่วยพยุงอัยย์ไปเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหมครับ จะไปเองก็กลัวล้ม” เสียงใสกระซิบพร่า

“ตามแต่บัญชาเลยครับคนสวย เฮ้ย! พวกเหี้ย เดี๋ยวกูมานะ พาน้องเขาไปเข้าห้องน้ำก่อน”

“เออ อย่าช้านะมึง”

“อึก อื้มม”

ทันทีที่ประตูห้องน้ำถูกปิดสนิทหนึ่งเบต้าหนึ่งโอเมก้าไม่รีรอที่จะพุ่งเข้าใส่กันทันที คนตัวเล็กถูกดันชิดติดกับประตูห้องน้ำสีเข้ม ขุนศึกโน้มคนตรงหน้าบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างแม่นยำแม้ว่าภายในห้องน้ำโซนที่พวกเขาเข้ามาใช้บริการนั้นจะไม่ได้สว่างมากนักก็ตาม

ปลายลิ้นชื้นตวัดซอกซอนดื่มด่ำรสชาติความหวานล้ำอย่างป่าเถื่อนสลับอ่อนหวานจนร่างในอ้อมแขนรู้สึกวาบหวิวระทดระทวยตัวอ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง หัวใจดวงน้อยเต้นเป็นจังหวะรุนแรงจนเจ้าตัวคิดว่าหากมันจะกระเด้งออกมาจากอกก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ฟีโรโมนกลิ่นวานิลลาลอยเอื่อยเฉื่อยไปทั่วบริเวณนั้นหากแต่เบต้าหนุ่มกลับไม่ได้รับรู้ถึงมัน มีเพียงกลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังเท่านั้นที่เขาสัมผัสถึง

“คุณศึกครับ อื้มมม”

อัยย์วราครางเรียกร่างหนาตรงหน้าเสียงสั่นสะท้านยามที่อีกฝ่ายยอมละผละริมฝีปากออก สติสตังเตลิดเปิดเปิงอีกครั้งยามฝ่ามือเร่าร้อนขยับรุกรานเข้าไปในเสื้อครอปตัวจิ๋วสีหวาน ขุนศึกเลิกเสื้อขึ้นจนเหนือเนินนมเล็ก นัยน์ตาคมจ้องมองยอดอกเม็ดจิ๋วตรงหน้าอย่างหื่นกระหาย

ด้วยความรู้งาน คนตัวเล็กแอ่นอกเชื้อเชิญชายหนุ่มตรงหน้าอย่างมีจริต ฟันซี่เล็กขบกัดริมฝีปากบวมเป่งจากรสจูบเร่าร้อน ก่อนจะช้อนนัยน์ตาหวานสั่นระริกจ้องมอง ในใจนึกตื่นเต้นจนควบคุมฟีโรโมนแทบไม่ได้

ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงพัวพันกับหน้าอกหน้าใจเนียนนุ่มขาวอมชมพูทันที ปากหยักอ้างับดูดดึงจูบซับทิ้งรอยเลือดจาง ๆ เอาไว้อย่างมันเขี้ยว อีกข้างก็ไม่ได้เว้นว่างให้น้อยเนื้อต่ำใจ ก้านนิ้วแกร่งออกแรงสะกิดยอดถันรัวเร็วจนร่างเล็กได้แต่ส่งเสียงครางวาบหวามในยามที่ทั้งนิ้ว และลิ้นร้อนละเลงหนักหน่วง

โอเมก้าคนงามบิดเร้าอย่างทรมานเมื่อความเสียดเสียวกระหน่ำเข้าถาโถมอย่างจัง อัยย์วรากัดริมฝีปากของตนแน่น กลิ่นฟีโรโมนประจำตัวลอยฟุ้งจนฉุนกึกทั่วบริเวณหากแต่เจ้าตัวไม่คิดจะสนใจ ด้วยเพราะมั่นใจในฟีโรโมนของตัวเองในระดับหนึ่งว่ามันหอมหวนชวนให้หลงได้ไม่ยาก

แก้วตาหวานฉ่ำปรือ หอบหายใจระรัวจนอกเล็กสะท้อนขึ้นลงถี่ยิบ เสียงครางหวานวิงวอนผะแผ่ว ไม่นานร่างอ้อนแอ้นก็กระตุกเกร็งปลดปล่อยความสุขสมออกมาทั้งทางด้านหน้า และด้านหลังเสียจนฉ่ำแฉะ

อัยย์วราสุขสมได้เพียงเพราะชายหนุ่มตรงหน้าบำเรอหน้าอกให้เพียงเท่านั้น เก่งเป็นบ้าเลย!

“อ่า เสียวจังครับ”

“เชื่อครับว่าเสียว ฮึ”

เสียงทุ้มละมุนกลั้วหัวเราะชอบใจในลำคอ ไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า เขาผ่านมาเยอะทั้งหญิงทั้งชาย ประสบการณ์ที่สั่งสมมาก็ไม่ใช่น้อย ๆ หากอีกฝ่ายไม่เสียวจนเสร็จสิแปลก

โอเมก้าหนุ่มน้อยกอบกู้สติที่กระเจิดกระเจิงปลิดปลิวให้กลับมาที่ตัวเองอีกครั้ง มือเล็กออกแรงผลักเพียงแผ่วเบาจัดแจงให้ขุนศึกนั่งลงตรงบริเวณที่ว่าง

“อัยย์ขอดูดไอติมแท่งนี้ได้ไหมครับ”

แก้วตาหวานจ้องมองท่อนลำขนาดเขื่องที่บัดนี้พองตัวดุนดันอยู่ภายใต้กางเกงยีนสีซีดแต่งขาดราคาแพง เข็มขัดหนังแบรนด์ดังถูกปลดออกอย่างชำนาญพร้อมทั้งกระดุมกางเกง อัยย์วราย่อตัวลงตรงกึ่งกลางหว่างขาแกร่ง ดวงหน้าจิ้มลิ้มอิงแอบแนบซบความเป็นชายราวกับลูกแมวกำลังออดอ้อน

“อื้ม ตัวเล็ก”

ขุนศึกยกมือขึ้นเสยผมที่ร่วงหล่นลงมาปรกหน้า แก้วตาสีนิลวาวสะท้อนความตื่นเต้นออกมาเมื่อหนุ่มน้อยตรงหน้าเริ่มกระทำการอุกอาจ ลิ้นเล็กแลบเลียริมฝีปากบวมช้ำเล็กน้อยก่อนเจ้าตัวจะค่อย ๆ ใช้ฟันเกี่ยวรั้งหัวซิปทองเหลืองรูดลงมาทีละนิด มือเล็กปลดปล่อยท่อนลำขนาดไม่ต่ำกว่าห้าสิบแปดออกจากปราการด่านสุดท้ายจนมันดีดผึ่งขึ้นมาฟาดแก้มเนียนอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ใหญ่จัง”

เสียงหวานเอื้อนเอ่ยชมจากใจจริง ทั้งขนาดความใหญ่โต รูปทรงที่สวยงาม เส้นเลือดที่พันรอบลำนั้นก็เซ็กซี่ยิ่งกว่าที่เคยพานพบ นี่ยังไม่รวมถึงกลิ่นที่สะอาดสะอ้านจนร่างเล็กอยากกลืนกินมันเสียตอนนี้เดี๋ยวนี้หากแต่ทำอย่างนั้นมันก็คงจะดูกระเหี้ยนกระหือรือจนเกินงาม โอเมก้าหนุ่มค่อย ๆ บรรจงจูบแผ่วเบาไปที่ปลายหัวบานบวมเป่ง ลิ้นร้อนตวัดเลียร่องบุ๋มชิมรสชาติความเค็มปร่าที่ปริปริ่มออกมา ...รสชาติดีกว่าของคนอื่นเป็นไหน ๆ

“อึก”

ขุนศึกขบกรามแน่นขณะก้มลงมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย ความต้องการดิ้นเร่า ๆ จนเขาปวดหนึบ ใจนึกอยากกระชากร่างเล็กอัดติดกำแพงแล้วจ้วงแทงตามสัญชาตญาณเอาให้เด็กหนุ่มหวีดร้องลั่นให้มันรู้แล้วรู้รอดไป หากแต่เขาไม่ใช่เดียรัจฉานที่นึกถึงแต่ความต้องการของตนขนาดนั้น

“อื้อ อื้ม”

อัยย์วราเปล่งเสียงครางอื้ออึง เป็นเขาเองที่อดรนทนไม่ไหวจับความคับตึงยัดเข้าปากเสียเองจนปวดกรามไปหมด มือเล็กขยับรูดรั้งท่อนลำในส่วนที่เหลือแผ่วเบา ความอุ่นร้อนภายในโพรงปากสร้างความพึงพอใจให้ขุนศึกไม่น้อย

“อืม อึก”

มือใหญ่เอื้อมลูบกลุ่มผมนุ่มสีอ่อน ต้องยอมรับว่าโอเมก้าตรงหน้าใช้ปากเก่งไม่น้อย ก้านนิ้วหนาปัดเกลี่ยปรอยผมขึ้นทัดหูเพื่อให้เห็นดวงหน้าสวยหวานชัด ๆ

เสียงพูดคุยภายนอกของผู้ที่มาใช้บริการห้องน้ำไม่ได้ทำให้พวกเขาตกใจจนผละออกจากกันได้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าห้องน้ำตามสถานบันเทิงล้วนเป็นมากกว่าห้องน้ำด้วยกันทั้งนั้น ริมฝีปากเล็กขยับขึ้นลงเป็นจังหวะเร่งเร้า ความตื่นเต้นท่วมท้นเป็นเท่าทวีเมื่อรู้ว่าด้านนอกมีคนอยู่ อัยย์วราอยากทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าสุขสมจนครางออกมาให้คนอื่นรับรู้

“เดี๋ยวก่อนอัยย์ ผมอยากเสร็จในตัวคุณมากกว่านะ”

ขุนศึกดึงรั้งร่างบางให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง ปลายจมูกโด่งกดหอมแก้มนิ่มมอบให้เป็นรางวัล ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มรุกซุกไซร้ซอกคอขาวอีกครั้ง ขบเม้มทิ้งร่องรอยสีจางเอาไว้เล็กน้อย 

ขณะที่มือหนารูดรั้งกางเกงผ้าเนื้อนิ่มของร่างในอ้อมแขนลงมากองบริเวณข้อขา เขาจับอัยย์วราหันหลังแล้วจึงรั้งสะโพกสวยขึ้นจนเผยให้เห็นรูจีบขมิบอ้าอย่างเชื้อเชิญ น้ำหวานใสไหลเยิ้มเรียวขาสวย

“หืม” …กลิ่นวานิลลามาจากไหน

เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่น จำได้ว่ากลิ่นนี้ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่หนุ่มน้อยประโคมฉีดมาในคราแรก หรือจะเป็นของคนด้านนอกที่มาเข้าห้องน้ำ

“คุณศึก อัยย์ไม่ไหว ใส่เข้ามาเลยได้ไหมครับ”

ร่างบางไม่อาจทานทนต่อความกระสันซ่านได้อีกต่อไป เสียงหวานวิงวอนร้องขอความอวบใหญ่ให้ตอกอัดมอบรสรักแบบถึงอกถึงใจเข้ามาเสียที

“ขอใส่ถุงยางแป๊บหนึ่งนะคนสวย”

แม้ปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่เบต้าหนุ่มไม่อาจมีสมาธิกับช่องทางฉ่ำเยิ้มตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย เมื่อกลิ่นวานิลลาจาง ๆ นั้นเริ่มเข้มขึ้นจนเขาจำต้องยกมือขึ้นมาบีบจมูกปิดกั้นกลิ่น

…ไม่ใช่ว่ามันไม่หอม แต่มันหอมจนฉุนเลยต่างหาก

“เหี้ย!!”

บทถัดไป