บทที่ 4 คู่แห่งโชคชะตา
ถ้อยคำอธิบายเกี่ยวกับเพศรองใหม่ที่เพิ่งแสดงออก การดูแลตัวเอง สิทธิ์การรักษา หรือการตรวจเพิ่มเติมไม่อาจซึมซับเข้าสู่โสตประสาทของอดีตเบต้าแต่อย่างใด
ขุนศึกนั่งเหม่อมองลมมองฟ้าแววตาเลื่อนลอยไร้จุดหมายไปไหนต่อไหนตั้งนานแล้ว ความจริงที่ว่าเขากลายเป็นโอเมก้านั้นไม่ได้รับการยอมรับ และให้ความยินยอมจากเจ้าตัวอย่างแน่นอนแม้จะมีการยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาแล้วก็ตาม
ร่างหนาหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงตามแรงสะกิดเรียกของผู้เป็นแม่แล้วจึงเดินออกมา ปล่อยให้เรื่องของเอกสารต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของพลตำรวจมนัสต่อไป ทันทีที่ประตูห้องตรวจถูกเลื่อนปิดสนิท จมูกเจ้ากรรมดันได้กลิ่นหอมเย็นอ่อน ๆ โชยมาจากทิศทางของห้องตรวจฝั่งตรงข้าม
ขุนศึกเบนหน้าไปยังต้นตอของกลิ่นนั้นอย่างไม่อาจหักห้ามใจ มันคือกลิ่นของยูคาลิปตัสไม่ผิดแน่ ทันทีที่สมองประมวลผลสำเร็จ สายตาเจ้ากรรมก็ดันไปให้ความสนใจกับเจ้าของเรือนกายกำยำ เส้นผมสีดำขลับตัวสั้นเซตเผยกรอบหน้าคมสัน นัยน์ตาเรียวรีสีรัตติกาล จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากระเรื่อได้รูป
“อ้าวตาโซ่ มีตรวจสุขภาพวันนี้เหมือนกันเหรอลูก”
คุณหญิงเดือนอ้ายเอ่ยทักลูกชายเพื่อนสนิทสามีอย่างเป็นกันเอง ครอบครัวทั้งสองคนรู้จักกันมานานจึงไม่แปลกที่เรื่องการดูแลสุขภาพของตระกูลพัชรวิทิตรจะเป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลเธอที่ต้องคอยรับผิดชอบ
“เปล่าครับป้าเดือน ผมมาเป็นเพื่อนพ่อกับป๊า”
อัลฟ่าหนุ่มตอบประโยคถามนั้นอย่างเป็นกันเอง แต่สายตากลับคอยเหลือบมองชายหนุ่มตรงหน้า ลิ้นหนาดุนกระพุ้งแก้มที่ยังคงมีร่องรอยที่อีกคนฝากเอาไว้เมื่อหลายวันก่อน ปกติแค่เพียงเผลอสบตากันไอ้บ้านั่นจะต้องจิกกัดเขาด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วสิ แต่พอมาวันนี้ดันแปลกไปเสียอย่างนั้น
เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อรับรู้ได้ว่าคู่อริตรงหน้ามีบางอย่างที่ผิดแปลกไป ศตวรรษจ้องมองขุนศึกด้วยแววตาสับสน
อัลฟ่านั้นมีประสาทสัมผัสที่ดีเยี่ยม แล้วยิ่งเป็นอัลฟ่ายีนเด่นอย่างเขายิ่งไม่ต้องพูดถึง จมูกโด่งได้กลิ่นหอมหวานมาจากอีกฝ่าย ขายาวก้าวตรงไปหาร่างหนาตรงหน้าทันทีที่ความสงสัยตีรวนขึ้นมา
“เดินเข้ามาใกล้กูทำไม”
ขุนศึกกัดฟันถามออกไป ไม่รู้ว่าตอนนี้ร่างกายของตัวเองเป็นอะไรกันนักกันหนา เพียงแค่ได้กลิ่นที่คาดว่าจะเป็นฟีโรโมนของอัลฟ่าตรงหน้า อยู่ ๆ เนื้อตัวก็ร้อนรุ่มดั่งถูกไฟแผดเผาจากภายใน เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นเต็มกรอบหน้าทั้ง ๆ ที่ทางเดินบริเวณนี้แอร์เย็นเฉียบ แข้งขาอ่อนล้าจนแม้แต่จะทรงตัวให้มั่นคงยังลำบาก
“เฮ้ย ปล่อยกูนะ อึก!” ขุนศึกหอบหายใจหนัก ตอนนี้รู้สึกอึดอัดไปเสียทุกสัดส่วน แต่ยิ่งเขากอบโกยอากาศเพื่อหวังตั้งสติเข้าไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงกลิ่นต่าง ๆ รอบตัวโดยเฉพาะกลิ่นที่เข้มขึ้นของอัลฟ่าตรงหน้า
“นี่ฟีโรโมนมึงเหรอ แต่มึงเป็นเบต้านี่”
ไม่ว่าเปล่า ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับยื่นเข้ามาใกล้ มือหนาคว้าจับต้นแขนแกร่งเอาไว้เมื่อเห็นท่าไม่ดี ศตวรรษรั้งขุนศึกเข้ามาใกล้ มั่นใจว่าตนนั้นไม่ได้เข้าใจผิด กลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ โชยออกมาจากตัวของเบต้าตรงหน้านี้จริง ๆ มันคล้ายกับกลิ่นชา*…ชามะลิ*
ราวกับกระแสไฟฟ้าไหลผ่านทั่วร่าง ความเป็นชายที่นอนสงบนิ่งแข็งขืนดุนดันแทบจะทันทีเมื่อร่างหนาทั้งสองเข้าใกล้ และได้กลิ่นฟีโรโมนของกันและกัน ไม่เพียงแค่ขุนศึกที่มีอาการผิดปกตินั้น เวลานี้ศตวรรษเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อสัญชาตญาณส่วนลึกกำลังกู่ร้องให้กระโจนเข้าสมสู่กันราวกับสัตว์ป่า
“ไอ้โซ่..”
เสียงทุ้มครางพร่า มือหนาขยำเสื้อเชิ้ตสีเข้มของคนสูงกว่าแน่น แววตาสั่นระริกวาบหวามระคนหวั่นไหว อดีตเบต้าสับสนกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน อยากถลาเข้าหาบดเบียดชิดใกล้ชายตรงหน้าเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่สมองกลับต่อต้านว่าไอ้นี่คือคู่อริตัวฉกาจนะ จะไปอยากอยู่ใกล้ทำไม
ฟีโรโมนกลิ่นยูคาลิปตัสฟุ้งกระจายออกมาตอบรับกับน้ำเสียงแหบพร่าทันที สำหรับศตวรรษที่เป็นอัลฟ่ามาตั้งแต่เกิด เขารู้ดีว่านี่คืออาการที่ตนนั้นถูกกระตุ้นโดยโอเมก้าที่กำลังเข้าสู่สภาวะฮีทจนส่งผลให้เขารัทไปด้วย
“อึก”
ฟันคมขบกัดริมฝีปากตนเองแน่น ศตวรรษฝืนความต้องการทางร่างกายก่อนจะรีบก้าวถอยออกมา ประตูห้องตรวจถูกเปิดออกพร้อมกับเข็มฉีดยาสองเข็มที่ไล่ฟองอากาศออกพร้อมปักเข็มลงไปบนต้นแขนอดีตเบต้าทันที
ปึก
ยาระงับอาการฮีทถูกฉีดเข้าไปทันทีที่สบโอกาส ความร้อนวูบวาบตรงบริเวณต้นแขนเป็นตัวยืนยันว่ามีของเหลวไหลเข้าสู่กระแสเลือด และอีกเข็มเป็นของศตวรรษ ใจจริงนายแพทย์อักษรอยากออกมานานแล้ว แต่เขาไม่อาจทานทนต่อฟีโรโมนของอัลฟ่าที่แข็งแกร่งหาตัวจับยากอย่างศตวรรษได้ ขนาดบุคคลที่สำคัญอย่างนายตำรวจยศใหญ่ยังต้องกัดฟันข่มใจเอาไว้ไม่ให้เผลอถอยหนีแรงกดดันเลย แล้วโอเมก้าต๊อกต๋อยอย่างเขาจะไปสู้อะไรได้
“เป็นยังไงบ้างลูกศึก” เดือนอ้ายเอ่ยถามทันที
“ดีขึ้นแล้วแม่ ว่าแต่เมื่อกี้นี้มันอะไร”
ลมหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอบ่งบอกว่ายาที่ฉีดเข้าไปใช้ได้ผลกับโอเมก้าป้ายแดงอย่างเขา นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองคนนั้นทีคนนี้ที จนสุดท้ายทุกสายตาล้วนมาหยุดอยู่ที่นายแพทย์หนุ่มอย่างต้องการคำตอบไม่เว้นแม้แต่ท่านจอมพลศิวา และพระเพลิงผู้เป็นพ่อทั้งสองคนของศตวรรษที่ออกมาทันเห็นเหตุการณ์พอดี
“รบกวนเชิญทุกท่านเข้ามาในห้องตรวจอีกรอบนะครับ”
นายแพทย์หนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง คราวนี้ดูเหมือนสมาชิกจะเยอะขึ้นกว่าครั้งก่อนมาก เขาจึงเลือกที่จะเดินนำไปยังห้องตรวจที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อย ร่างบางนั่งประจำที่ก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็นหลักใจความสำคัญที่ทุกคนอยากรู้ทันทีแบบไม่ให้เสียเวลา
“อย่างที่เมื่อสักครู่ผมเพิ่งแจ้งไปนะครับว่าเพศรองของคุณศึกนั้นแท้จริงแล้วคือโอเมก้า และการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสัญญาณว่าเป็นโอเมก้าเต็มตัวคืออาการฮีท”
นายแพทย์เพียงหนึ่งเดียวในนี้เว้นวรรคจังหวะหายใจพลางกวาดสายตามองทุกคนในห้องทีละคนเพื่อสังเกตปฏิกิริยาว่าจะรับสารที่ตนสื่อออกไปได้ครบถ้วนดีไหมเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาอธิบายซ้ำ
“โดยปกติอาการฮีทแรกจะเกิดขึ้นเองตามปัจจัยความพร้อมของร่างกาย แต่ก็มีอยู่สองอย่างที่สามารถกระตุ้นให้โอเมก้าฮีทขึ้นมาได้คือ หนึ่ง การอยู่ร่วมกันกับอัลฟ่าที่กำลังรัท ผมขอถามหน่อยครับคุณโซ่ว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณจะรัทไหมครับ”
“ไม่ครับ ไม่ใช่” ศตวรรษเอ่ยตอบเสียงเรียบ
ความจริงที่ว่าขุนศึกนั้นกลายเป็นโอเมก้าทำเอาเขาตกใจไม่น้อย แม้ตอนนี้กลิ่นฟีโรโมนของอีกฝ่ายจะยังคงส่งผลต่อเขาราวกับจะยืนยันความจริงว่ามันเป็นโอเมก้าก็ตาม
“แต่เมื่อสักครู่คุณเองก็มีอาการรัทขึ้นมาถูกต้องไหมครับ”
“….ครับ เหมือนจะอย่างนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นเราสามารถตัดประเด็นที่อยู่ร่วมกับอัลฟ่ารัทจนส่งผลให้คุณศึกฮีททิ้งไปได้เลย ผมพูดต่อเลยนะครับ
หากไม่ใช่อย่างแรกก็มีอีกเพียงอีกหนึ่งอย่างเท่านั้น นั่นก็คือการพบเจอ ‘คู่แห่งโชคชะตา’ เพราะการพบเจอกันครั้งแรกจะทำให้โอเมก้าตอบสนองฟีโรโมนของคู่แท้จนแสดงสัญชาตญาณออกมาทันที อัลฟ่าเองก็ไม่ต่างกันเราจะเห็นได้จากการที่คุณโซ่เองก็รัทขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์นั่นแหละครับ”
“เดี๋ยว เดี๋ยวครับพี่หมอ” กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอได้ก็นานโข
ขุนศึกร้องขัดจังหวะการอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อกี้ที่ผ่านมาจนเสียงหลง สมองน้อย ๆ ที่คิดแต่เรื่องกิน เรื่องเที่ยวไปวัน ๆ ในตอนนี้ถูกใช้งานอย่างหนักมากกว่าช่วงเวลาทั้งปีที่ผ่านมาเสียอีก
ตอนนี้ทุกสายตาในห้องตรวจล้วนเบนมาจ้องเขาราวกับการขัดจังหวะนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควร แต่ทุกคนลืมไปหรือเปล่าว่านี่มันเรื่องที่ส่งผลกับเขาโดยตรงไม่ใช่เรื่องของคนอื่นแต่อย่างใด
“ครับ มีคำถามเหรอครับ” นายแพทย์อักษรย้อนถาม
“คือจะบอกว่าผมกับไอ้โซ่เป็นคู่แห่งโชคชะตากันเนี่ยนะ ไม่ตลกไปหน่อยเหรอที่จะมาเป็นเอาตอนนี้ ผมกับมันเจอกันมาตั้งแต่ลืมตาดูโลกเลยมั้ง ถ้าจะเป็นคู่กันมันก็ควรจะเป็นมานานแล้วหรือเปล่า”
“แต่คุณศึกเพิ่งตรวจพบเพศรองว่าเป็นโอเมก้านะครับ การที่จะมาแสดงอาการตอนนี้ก็ไม่แปลก หรืออยากให้ตรวจหาความเข้ากันของโครโมโซมไหมล่ะครับ สมัยนี้มันทำได้อยู่แล้ว หากเป็นคู่แห่งโชคชะตากันจริงอัตราความเข้ากันจะสูงถึง 85 เปอร์เซ็นต์เลย”
“ไอ้โซ่ มึงก็พูดอะไรหน่อยดิวะ” เสียงทุ้มหันไปหาอัลฟ่าคู่อริเพื่อเรียกร้องให้อีกฝ่ายพูดอะไรออกมาบ้าง นี่มันเรื่องที่เกี่ยวกับมันเหมือนกัน แม่งเสือกนั่งนิ่งเป็นสากกะเบืออยู่ได้!
“กูหลุดตั้งแต่มึงเป็นโอเมก้าแล้วไอ้เหี้ย จะให้กูพูดอะไร”
ศตวรรษไล่สายตามองคนที่นั่งอยู่ข้างกันตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเคลือบแคลงสงสัยฉายชัดออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง แม้จะถูกฉีดยาระงับอาการรัทไปแล้ว แต่ฟีโรโมนจาง ๆ ของอีกฝ่ายยังคงส่งผลต่อลูกชายของเขาจนปวดหนึบ
จะให้เขาสนใจอะไรได้อีก ตอนนี้อยากกลับไปชักว่าวเอาน้ำออกจะตายอยู่แล้ว หมอห่าก็พูดช้าจังเลย!
“ตรวจได้เลย” เป็นพลตำรวจเอกมนัสที่ตอบคำถามนั้นแทนลูกชายโดยไม่แม้แต่จะถามความสมัครใจ
“ครับ งั้นเดี๋ยวผมเรียกพยาบาลมาเก็บตัวอย่างเลือดไปนะครับ ผลจะได้หลังจากนี้ 3 วัน แน่นอนว่าถ้าผลออกมาว่าทั้งคู่เป็นคู่แห่งโชคชะตากันจริงจะมีผลบังคับทางกฎหมายทันที อย่าลืมเรื่องนี้นะครับ”
.
.
@คฤหาสน์ติณษรากุล
“!!!”
มือเรียวฉีกทึ้งแผ่นกระดาษสีขาวสะอาดที่ด้านบนประทับตราสัญลักษณ์ของโรงพยาบาลพีรศิลป์ออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนแทบไม่เหลือซากทันทีหลังจากรับมาอ่านต่อจากผู้เป็นพ่อที่ตอนนี้นั่งยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ และคุณหญิงเดือนอ้ายที่ยกน้ำชาขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์
หลังจากที่กลับมาจากโรงพยาบาลได้เพียง 2 วันก็มีเอกสารซองสีน้ำตาลถูกส่งตรงมาถึงหน้าบ้าน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะศักยภาพการทำงานที่รวดเร็วแบบไม่รู้เวล่ำเวลาหรืออย่างไร ผลการตรวจความเข้ากันของเขากับไอ้โซ่ถึงได้ออกมาเร็วทันใจขนาดนี้
ขุนศึกกวาดสายตาไล่อ่านตั้งแต่หัวกระดาษยันท้ายกระดาษพร้อมทั้งตบหน้าเรียกสติตัวเองแรง ๆ อยู่หลายทีเผื่อจะค้นพบว่าตัวเองนั้นฝันไป หากแต่ความจริงก็คือความจริง ผลตรวจออกมาว่า นายศตวรรษ พัชรวิทิตร และ นายขุนศึก ติณษรากุล มีอัตราความเข้ากันสูงถึง 97.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นถือว่าสูงมากที่สุดในประวัติศาสตร์การค้นพบคู่แห่งโชคชะตาจนถึงขั้นที่โรงพยาบาลต้องการเปิดแถลงข่าวเรื่องน่ายินดีนี้เลยทีเดียว
หากทว่าโครงการนั้นต้องพับเก็บไปเมื่ออดีตเบต้าหนุ่มไม่ได้ยินดีกับเรื่องนั้นต่างจากท่านมนัส และคุณหญิงเดือนอ้ายที่โห่ร้องดีใจจนออกนอกหน้าไปแล้วเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา
“ติดต่อทางฝั่งนั้นเพื่อคุยเรื่องรายละเอียดการแต่งงานเลยเนอะเดือน” เสียงทรงอำนาจถูกปรับให้นุ่มละมุนหูยามพูดกับภรรยา
รัก
“ดีเหมือนกันค่ะ เดือนเองก็ว่าจะทำอย่างนั้นอยู่พอดี”
“ฮะ เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนป๋า แต่งงานอะไร ใครจะแต่ง!”
โอเมก้าป้ายแดงคำรามออกมาลั่นบ้าน ขายาวก้าวตรงไปหาผู้เป็นพ่อเพื่อยับยั้งในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่งงานอะไรกัน เขาตั้งปณิธานเอาไว้แล้วว่าชาตินี้เขาไม่คิดจะร่วมหอลงโรงกับใครทั้งนั้น เขารักอิสระ และอยากครองตัวเป็นหนุ่มโสดที่คอยส่งเสียเลี้ยงดูอีหนูทั้งหลายแล้วตายไปมากกว่า
“ศึกกับโซ่ไงลูกที่จะต้องแต่งงานกัน”
“ไม่เอา!! ใครจะไปแต่งกับมัน แม่ก็รู้ว่าศึกไม่ชอบขี้หน้ามัน ศึกไม่แต่งนะแม่ ไม่เอานะป๋า”
ขุนศึกเอ่ยรัวเร็ว ความแข็งกระด้างแปรเปลี่ยนเป็นเว้าวอนทันทีที่ใช้ไม้แข็งอย่างการโวยวายไม่ได้ผล
คุณหญิงเดือนอ้ายนั้นแพ้ลูกอ้อนของลูกชายตัวเองขนาดไหนใคร ๆ ต่างก็รู้กันดี ไม่ว่าจะเรื่องใดที่ขุนศึกก่อเอาไว้มักถูกไถกลบจนเกลี้ยงด้วยการให้ท้ายแบบปิดหูปิดตาเสมอมา ขนาดนายตำรวจใหญ่อย่างมนัสยังไม่อาจแทรกแซงอำนาจการอบรมสั่งสอนเจ้าตัวดีได้เลย เว้นเสียแต่ว่าเมียจะอยู่ข้างเขานั่นแหละ เขาถึงลงดาบลูกชายได้
“แม่ไม่เห็นเคยรู้ว่ามาก่อนเลยว่าศึกไม่ชอบโซ่ นึกว่าที่ทำอยู่เพราะศึกเขินโซ่ซะอีก”
“คนเขินกันเขาไม่ต่อยกันจนฟันหลุดฟันร่วงหรอกนะแม่” ร่างหนากลอกตามองบน หากแม่ใช้สมองคิดสักนิดก็คงรู้ว่าอาการแบบนี้เขาเรียกว่าเกลียดกันชนิดที่ว่าตายไปก็ไม่ขอเผาผีต่างหาก
“ไม่รู้แหละ ยังไงก็ต้องแต่ง กฎหมายเขาก็มีกำหนดเอาไว้ ศึกอยากให้ป๋าโดนตราหน้าจากสังคมหรือไง”
“แต่ว่าแม่ครับเราทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็ได้นี่..นะครับแม่ เราไม่พูด บ้านนั้นไม่พูดก็ไม่มีใครรู้แล้ว”
“เรื่องมันเลยเถิดไปถึงขั้นที่ตรวจรับรองแล้ว มันไม่ได้มีแค่เราที่รู้เรื่องนี้นะศึก อย่าทำให้กฎหมายไร้ความศักดิ์ด้วยน้ำมือลูกชายของผู้พิทักษ์กฎหมายเลยลูก”
ฝ่ามือเรียวเล็กยื่นมาลูบใบหน้าหล่อเหลาของลูกชาย แววตาสั่นระริกคู่นั้นเขย่าหัวใจดวงน้อยของเธอเป็นอย่างมากจนเป็นเธอเองที่ต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีแล้วจึงส่งสัญญาณให้สามีพูดอะไรออกมาสักอย่าง ไม่ใช่ว่าไม่สงสาร แต่หากเธอเมินเรื่องนี้ไป ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้เห็นลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝา
“แม่ไม่รักศึกแล้วเหรอครับ แม่มองศึกสิครับ…”
เสียงทุ้มแสร้งแฝงนัยเศร้าเอ่ยแผ่วเบา กลยุทธ์ไม้ตายสุดท้ายถูกงัดขึ้นมาใช้ประวิงเวลา อีกไม่นานคุณหญิงคนงามคงจะใจอ่อนเป็นแน่ นี่เป็นเรื่องเป็นเรื่องตายสำหรับเขาเป็นอย่างมาก ใครจะยอมแพ้กัน
การพบเจอคู่แห่งโชคชะตาจากประชากรที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกนั้นเป็นเรื่องที่ยากเสียยิ่งว่ายาก แล้วการที่ทั้งสองมาพบเจอกันถือเป็นปาฏิหาริย์ เด็กที่เกิดจากคู่แห่งโชคชะตาจะมีโอกาสเป็นสายเลือดพิเศษที่หาได้ยากยิ่งอย่างอีนิกม่า
รัฐบาลของทั่วโลกจึงร่วมกันออกกฎหมายว่าด้วยเรื่องของการพบเจอคู่แห่งโชคชะตา หากพบเจอกัน และพิสูจน์แล้วว่ามีความเข้ากันจะต้องแต่งงานภายในระยะเวลา 3 เดือน หากแต่จะมีการละเว้นให้ก็ต่อเมื่อคนใดคนหนึ่งไม่ได้ครองตัวเป็นโสดตามกฎหมาย หมายถึงไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับใครนั่นแหละ
ด้วยเหตุนี้ขุนศึกจึงดิ้นไม่หลุดเลยสักข้อ เขาโสด ไอ้โซ่โสด แถมยังพิสูจน์ด้วยการตรวจ และทางโรงพยาบาลออกใบรับรองมาแล้วว่าเป็นคู่แห่งโชคชะตากันจริง เพราะแบบนี้หนทางรอดเพียงหนึ่งเดียวคือให้แม่จัดการให้ ต้องทำให้แม่ใจอ่อนให้ได้!!
คนตัวโตย่อตัวลงไปนั่งคุกเข่าเอี้ยวตัวกอดผู้เป็นแม่พลางช้อนแก้วตาสั่นระริกมองจากด้านล่าง
“แม่ครับ”
“ทำตัวให้ว่างไว้ เดี๋ยวเราจะไปบ้านนั้นกัน”
มนัสพูดตัดบทเมื่อเห็นท่าไม่ดี ขืนปล่อยให้อ้อนโอ๋กันนานกว่านี้ภรรยาเขาต้องใจอ่อนแล้วปกปิดเรื่องที่ว่าลูกชายพบคู่แห่งโชค
ชะตาหลังจากที่กลายเป็นโอเมก้าแน่ ๆ นั่นเป็นเรื่องที่เขายอมไม่ได้
“ป๋า!!”
