บทที่ 1 บทนำ (1/2)
บทนำ
สายฟ้าฟาดเปรี้ยงสว่างวาบผ่าความมืดมิดเหนือทำเนียบประธานาธิบดีบลูการ์เดน เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วอาณาบริเวณ สายฝนห่าใหญ่ซัดกระหน่ำผนังกระจกหนาเตอะของเรือนพฤกษศาสตร์โบราณจนเกิดเสียงซู่ซ่าอื้ออึง
กลิ่นไอดินชื้นแฉะผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของพายุฝนด้านนอกไม่อาจดับความร้อนรุ่มมหาศาลที่กำลังแผดเผาอยู่ภายในเรือนกระจกได้แม้แต่น้อย
“แฮ่ก... อึก!”
สองขาเรียวของ ฮายอน (แพคฮายอน) ภัณฑารักษ์หนุ่มวัยยี่สิบห้าปีทรุดฮวบลงกับพื้นกระเบื้องลายโบราณ สองมือขาวซีดสั่นระริกขณะกอดกระเป๋าหนังใส่เอกสารสัญญาประวัติศาสตร์ฉุกเฉินไว้แนบอก ลมหายใจที่พรูออกจากริมฝีปากอิ่มร้อนผ่าวจนแทบลวกผิว
‘ทำไมมันถึงมาออกฤทธิ์ตอนนี้วะ...’
ฮายอนกัดฟันกรอด ยาระงับฮีทราคาถูกที่ซื้อมาจากตลาดมืดใต้ดินไม่เพียงแต่หมดฤทธิ์กะทันหัน แต่มันกลับทำปฏิกิริยาย้อนกลับ ร่างกายของโอเมก้ายีนด้อยที่เคยเงียบสงบมาตลอดหลายปีกลับปะทุความต้องการรุนแรงราวกับเขื่อนแตก
ฟีโรโมนกลิ่นพีชขาวฉ่ำน้ำที่หวานล้ำลึกฟุ้งกระจายออกจากต่อมฟีโรโมนหลังท้ายทอยอย่างบ้าคลั่ง มันส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลแทรกซึมไปทั่วทุกซอกมุมของเรือนกล้วยไม้ป่า
“ต้อง... ต้องรีบออกไปจากที่นี่...”
ฮายอนพยายามยันกายลุกขึ้น ทว่าขาทั้งสองข้างกลับอ่อนแรงจนไร้การควบคุม หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วสั่นเทาจะแตะถึงบานประตูกระจก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกลับดังแทรกผ่านเสียงพายุฝนเข้ามาจากเงามืดด้านในสุดของเรือนกระจก
ตึก... ตึก... ตึก...
จังหวะก้าวเดินที่เยือกเย็นและแฝงแรงกดดันมหาศาลทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งลงในพริบตา กลิ่นอายฟีโรโมนดิบเถื่อนดุดันของไม้ซีดาร์โบราณแผ่ซ่านออกมากดทับจนฮายอนแทบจะหยุดหายใจ
“ใคร...” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดมิด “ใครสั่งให้มึงปล่อยให้คนนอกเข้ามาในนี้!”
เงาร่างสูงตระหง่านก้าวพ้นแนวพุ่มไม้ดัด แสงฟ้าแลบที่สว่างวาบสะท้อนให้เห็นใบหน้าคมคายดั่งรูปสลัก สันกรามคมกริบ ดวงตาสีรัตติกาลลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้า เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนเผยให้เห็นแผงอกกำยำที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ
ฮายอนเบิกตากว้าง สองมือยกขึ้นปิดปากแน่น ร่างกายสั่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อจำใบหน้านั้นได้ชัดเจน
แทกยอม (ชเวแทกยอม) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ ผู้นำสูงสุดที่ประชาชนเคารพยำเกรง อัลฟ่าอินิกมาสายเลือดบริสุทธิ์ผู้ไร้พ่าย
“ทะ ท่านประธานาธิบดี...” ฮายอนละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
“กลิ่นพีช...” แทกยอมหยุดชะงัก สายตาคมกริบจับจ้องลงมายังร่างที่ทรุดอยู่บนพื้นราวกับพญาราชสีห์กำลังมองเหยื่อ “กลิ่นพีชมาจากตัวคุณ...”
“อย่านะครับ... ถอยไปเถอะครับ!” ฮายอนพยายามถอยกรูด แผ่นหลังชนเข้ากับขอบม้านั่งหินอ่อนเย็นเฉียบ “ผม... ผมแค่มาส่งเอกสารด่วน... ไม่ได้ตั้งใจจะล่วงล้ำเข้ามา...”
“ส่งเอกสาร?” แทกยอมแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยประกายคลุ้มคลั่งจากภาวะรัทขั้นรุนแรง “ส่งเอกสารแต่กลับปล่อยฟีโรโมนยั่วกันถึงขนาดนี้เนี่ยนะ”
“ไม่ใช่ครับ! ผมไม่ได้ตั้งใจ... มันเป็นอุบัติเหตุ!”
“โกหก”
เพียงก้าวเดียว แทกยอมก็ประชิดถึงตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของฮายอน ออกแรงกระชากเพียงเล็กน้อยร่างโปร่งก็ลอยละลิ่วเข้ามาปะทะแผงอกกว้างที่ร้อนระอุราวกับเตาหลอม
“อ๊ะ! ปล่อยผมนะ!” ฮายอนดิ้นรนสุดแรง สองมือดันแผงอกแกร่งไว้ แต่แรงของโอเมก้ายีนด้อยในยามฮีทไม่อาจเทียบเคียงเรี่ยวแรงมหาศาลของอัลฟ่าผู้นำได้เลย
“หวาน...” แทกยอมก้มลงสูดดมซอกคอขาวเนียนอย่างหิวกระหาย ปลายจมูกโด่งกดลงบนผิวเนื้อนุ่มจนฮายอนสะดุ้งสุดตัว “กลิ่นหวานขนาดนี้... คุณซ่อนมันไว้ได้ยังไง”
“ฮึก... ได้โปรด... มีสติหน่อยสิครับท่านประธานาธิบดี!” ฮายอนหอบหายใจรวยริน ความร้อนจากฝ่ามือของแทกยอมที่ลูบผ่านเอวคอดขึ้นมาทำให้สมองของเขาขาวโพลนไปหมด “พวกเราทำแบบนี้ไม่ได้...”
“ทำไมจะไม่ได้” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก “ในเมื่อฟีโรโมนของคุณมันเรียกร้องหาผมขนาดนี้”
“อื้อ!”
ไม่รอให้มีคำทัดทานใดๆ อีกต่อไป ริมฝีปากหยักร้อนบดขยี้ลงมาบนกลีบปากนุ่มอย่างดุดันและเอาแต่ใจ แทกยอมสอดแทรกเรียวลิ้นร้อนชื้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากของฮายอนอย่างไม่ปรานี สัมผัสที่รุนแรงปนเปรอสวาททำให้ฮายอนครางอื้ออึงในลำคอ
รสสัมผัสของฟีโรโมนซีดาร์ที่ซึมลึกเข้ามาทำให้ความทรมานจากอาการฮีทในร่างกายของฮายอนคลายตัวลงอย่างน่าอัศจรรย์ สัญชาตญาณการยอมจำนนต่ออัลฟ่าแท้จริงสั่งการให้สองแขนที่เคยผลักไสค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว
