บทที่ 4 บทที่ 1 (3/3)
ห้องโถงบูรณะเอกสารโบราณแห่งหอจดหมายเหตุประวัติศาสตร์แห่งชาติอบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษสาเก่าแก่และกลิ่นน้ำยาเคมีเฉพาะทาง บรรยากาศในวันนี้ตึงเครียดกว่าปกติหลายเท่าตัว เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความเงียบเชียบ
ฮายอนในชุดเสื้อเชิ้ตติดกระดุมเม็ดบนสุด สวมทับด้วยเสื้อกั๊กทางการพยายามจดจ่ออยู่กับการคัดแยกหน้าเอกสารสัญญาโบราณ ทว่ารอยกัดที่หลังคอยังคงเต้นตุบๆ ส่งความเจ็บแปลบมารบกวนสมาธิตลอดเวลา
เสียงฝีเท้าก้องกังวานดังมาจากหน้าประตูห้องโถง ผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุกำลังเดินนำกลุ่มชายในชุดสูทสีดำสนิทเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อม
หัวหน้ากลุ่มผู้มาเยือนคือชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาแฝงความดุดัน แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวที่พร้อมจะมองทะลุทุกความลับ ฮยอนชอล (ซังฮยอนชอล) ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ อัลฟ่ากลิ่นสนหอมเย็นผู้กุมอำนาจมืดด้านความมั่นคง
“ท่าน ผอ. ซัง ทางนี้คือแผนกบูรณะเอกสารสำคัญครับ เจ้าหน้าที่ของเรากำลังเร่งตรวจสอบเอกสารสัญญาฉบับคัดลอกที่เพิ่งรับมอบมา” ผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุเอ่ยรายงานอย่างระมัดระวัง
ฮยอนชอลไม่ได้ตอบรับเป็นคำพูด สายตาคมกวาดมองเจ้าหน้าที่แต่ละโต๊ะอย่างเชื่องช้า ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดลงที่แผ่นหลังของฮายอน
จังหวะการก้าวเดินของฮยอนชอลเปลี่ยนทิศทาง เขาสาวเท้าตรงเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงานของฮายอน กลิ่นอายฟีโรโมนสนหอมเย็นแผ่ซ่านออกมาตามธรรมชาติของอัลฟ่าระดับสูง
ความกดดันทางชีววิทยาทำให้รอยกัดที่ท้ายทอยของฮายอนส่งเสียงเตือนภัย ร่างกายของฮายอนต่อต้านฟีโรโมนของอัลฟ่าอื่นอย่างรุนแรงจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ สองมือที่ถือพู่กันสั่นเทา
“คุณทำงานที่นี่มานานเท่าไรแล้ว” น้ำเสียงทุ้มเรียบนิ่งของฮยอนชอลดังขึ้นเหนือศีรษะ
ฮายอนสะดุ้งเล็กน้อย รีบวางพู่กันลงแล้วลุกขึ้นโค้งคำนับอย่างสุภาพ “สองปีแล้วครับท่าน ผอ.”
ฮยอนชอลโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาจับจ้องใบหน้าหวานที่ซูบซีดอย่างพินิจพิเคราะห์ จมูกโด่งได้รูปของเขาขยับเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นฟีโรโมนบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้กลิ่นน้ำยาเคมีบูรณะกระดาษ
กลิ่นหอมหวานของลูกพีชขาว... ที่เจือปนด้วยกลิ่นไม้ซีดาร์เข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ!
ประกายความประหลาดใจพาดผ่านดวงตาของฮยอนชอลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
“คุณคือคนที่นำเอกสารสัญญาประวัติศาสตร์ไปส่งมอบที่ทำเนียบเมื่อคืนใช่ไหม... คุณแพคฮายอน” ฮยอนชอลเอ่ยถามช้าๆ สายตาจงใจกวาดมองปกคอเสื้อที่ปิดมิดชิดจนถึงใต้คาง
ฮายอนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่หน้าลานประหาร “ใช่ครับ... ผมนำไปส่งมอบให้หน่วยประสานงานเรียบร้อยแล้วครับ”
“เอกสารเรียบร้อยดี... แล้วตัวคุณล่ะ เรียบร้อยดีไหม” ฮยอนชอลถามย้ำ น้ำเสียงแฝงความหมายลึกซึ้ง “เมื่อคืนพายุฝนหนักมาก ไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นระหว่างทางใช่ไหมครับ”
“ไม่มีครับท่าน ผอ. ทุกอย่าง... ปลอดภัยเรียบร้อยดีครับ” ฮายอนตอบเสียงสั่น พยายามหลบสายตาคมกริบคู่นั้น
“งั้นก็ดีแล้ว...” ฮยอนชอลยืดตัวตรงขึ้น มือหนาตบลงบนบ่าของฮายอนเบาๆ สองที “ระวังสุขภาพด้วยนะคุณฮายอน ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย... กลิ่นแปลกๆ อาจจะติดตัวไปรบกวนคนอื่นได้ง่ายๆ”
คำเตือนที่แฝงนัยยะทำให้ฮายอนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เลือดในกายเย็นเฉียบไปจนถึงปลายนิ้ว
ฮยอนชอลหันหลังเดินออกจากห้องโถงไปพร้อมกับคณะผู้ติดตาม ทันทีที่ก้าวพ้นประตูใหญ่ ชายหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่เข้ารหัสความปลอดภัยระดับสูงสุดขึ้นมาต่อสายตรงหาเบอร์ส่วนตัวของประธานาธิบดี
สัญญาณดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ปลายสายก็กดรับทันที
(ว่าไง ฮยอนชอล) เสียงทุ้มดุดันของแทกยอมดังผ่านลำโพง
ฮยอนชอลเค่นหัวเราะในลำคอ สายตามองผ่านกระจกกลับเข้าไปยังร่างโปร่งที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ในห้องโถง
“ดูเหมือนว่ากูจะเจอลูกพีชผลหวานที่มึงทำหล่นหายไปเมื่อคืนแล้วว่ะแทกยอม...” ฮยอนชอลกระซิบเสียงพรายพร่าง “แถมเจ้าตัวยังดูขวัญผวาจนน่าเอ็นดูเลยด้วยซ้ำ มึงจะให้กูจับใส่พานไปส่งให้ถึงเตียงเลยไหมล่ะ!”
