บทที่ 6 บทที่ 2 (1/2)

บทที่ 2

ภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานาธิบดีในปีกตะวันออก ชเวแทกยอมวางสายโทรศัพท์จากซังฮยอนชอลลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อหนา แววตาสีรัตติกาลที่เคยเย็นชาฉายประกายพึงพอใจอย่างเปิดเผย

เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แฟ้มเอกสารประวัติส่วนบุคคลที่ประทับตรา ‘ลับที่สุด’ จากสำนักข่าวกรองแห่งชาติก็ถูกส่งตรงมาถึงโต๊ะทำงานโดยมีจองดงฮยอกเป็นผู้ถือเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียด

“ฮยอนชอลมันส่งข้อมูลมาเร็วขนาดนี้ แสดงว่ามันคงจับตาดูคนคนนี้อยู่ก่อนแล้วแน่ๆ” ดงฮยอกวางแฟ้มลงตรงหน้าประธานาธิบดีหนุ่ม “มึงจะดูจริงๆ เหรอแทกยอม”

แทกยอมไม่ตอบคำถาม มือหนาเปิดแฟ้มเอกสารออกอย่างไม่ลังเล สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือรูปถ่ายหน้าตรงขนาดสองนิ้วของชายหนุ่มร่างโปร่ง

ใบหน้ารูปไข่ขาวผ่อง ดวงตากลมโตสุกใสดั่งหยาดน้ำค้างยามเช้า ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อรับกับปลายจมูกรั้น

แทกยอมชะงักงัน ปลายนิ้วสัมผัสลงบนรูปถ่ายอย่างแผ่วเบา ความทรงจำเมื่อหกปีก่อนในค่ำคืนพายุฝนที่หอสมุดหลวงผุดวาบขึ้นมาในหัวทันที

ในค่ำคืนนั้นที่เขาถูกลอบวางยาพิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เป็นเด็กหนุ่มมัธยมปลายคนหนึ่งที่ยอมเสี่ยงชีวิตนำยาถอนพิษเข้ามาช่วยเขาไว้ และในมือของเด็กคนนั้น... ก็ถือผ้าเช็ดหน้าปักลายกิ่งท้อผืนเดียวกันนี้!

‘เป็นคุณจริงๆ ด้วย...’ แทกยอมกระตุกยิ้มมุมปาก ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านหัวใจ ‘ตามหามาตั้งหกปี ในที่สุดก็กลับมาหาผมจนได้’

“มึงทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงวะแทกยอม” ดงฮยอกกอดอกมองเพื่อนสนิทอย่างหวาดระแวง “อย่าบอกนะว่ามึงตกหลุมรักโอเมก้ายีนด้อยคนนี้เข้าจริงๆ น่ะ”

“เขาชื่อแพคฮายอน” แทกยอมเงยหน้าขึ้น สบตาดงฮยอกด้วยแววตาหนักแน่น “เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านโบราณคดี ผู้เชี่ยวชาญการกู้คืนเอกสารโบราณ”

“กูไม่ได้ถามประวัติการศึกษา!” ดงฮยอกถอนหายใจพรืด “กูกำลังเตือนสติมึงอยู่! ฝ่ายค้านของไอ้คังจินฮวันกำลังจ้องจับผิดมึงทุกฝีก้าว ถ้ามีข่าวลือว่าประธานาธิบดีเอาโอเมก้าเข้ามามีความสัมพันธ์ชู้สาวในทำเนียบ มึงคิดว่าจะรอดเหรอวะ”

“กูไม่สนใจคำพูดไร้สาระของพวกมัน” แทกยอมปิดแฟ้มเอกสารลงเสียงดังฉับ “หน้าที่ของกูคือเอาตัวเขามาไว้ข้างกาย และปกป้องเขาให้อยู่ในสายตาของกูตลอดเวลา”

“มึงจะทำอะไร...”

“ออกหนังสือคำสั่งย้ายด่วน” แทกยอมสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “แต่งตั้งแพคฮายอนเป็นภัณฑารักษ์พิเศษประจำสำนักประธานาธิบดี ย้ายโต๊ะทำงานของเขามาไว้ที่ห้องเอกสารปีกตะวันออก มีผลบังคับใช้พรุ่งนี้เช้า!”

“มึงบ้าไปแล้วแทกยอม!” ดงฮยอกโวยวายลั่น “ย้ายข้ามกระทรวงแบบฟ้าผ่าแบบนี้ คนเขาจะสงสัยกันทั้งทำเนียบ!”

“ใครสงสัยก็ให้มันมาถามกูตรงๆ” แทกยอมปรายตามองอย่างดุดัน “ไปจัดการตามคำสั่งซะดงฮยอก อย่าให้กูต้องสั่งซ้ำเป็นครั้งที่สอง”

ดงฮยอกสบถพึมพำในลำคอ แต่เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของเพื่อนสนิทก็จำต้องยอมก้มหัวรับคำสั่งแล้วเดินก้าวเร็วๆ ออกจากห้องไป

เวลาบ่ายคล้อยในห้องพักฟื้นของหอจดหมายเหตุประวัติศาสตร์แห่งชาติ ฮายอนนอนขดตัวอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ใบหน้าหวานซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด

ความรู้สึกคลื่นไส้และวิงเวียนศีรษะถาโถมเข้ามาเป็นระลอก กลิ่นหมึกเคมีและน้ำยาบูรณะเอกสารที่เขาเคยคุ้นชินมาตลอดสองปี วันนี้กลับส่งกลิ่นฉุนรุนแรงจนลำคอตีบตัน

“อึก... พะอืดพะอมชะมัด...” ฮายอนยกมือลูบหน้าอก พยายามหายใจเข้าลึกๆ

เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับมีแรที่ถือแก้วน้ำอุ่นเดินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นกังวล “เป็นไงบ้างมึง กินน้ำอุ่นก่อน หน้ามึงซีดจนจะกลืนไปกับผนังห้องแล้วเนี่ย”

“ขอบใจนะมีแร...” ฮายอนรับแก้วน้ำมาจิบช้าๆ แต่เพียงแค่น้ำอุ่นแตะปลายลิ้น กระเพาะอาหารก็บีบตัวรุนแรงจนเขาต้องรีบวางแก้วลง

“เฮ้ย! ไหวไหมวะ” มีแรรีบประคองไหล่เพื่อน “กูว่ามึงไปโรงพยาบาลเถอะฮายอน อาการมึงไม่ปกติแล้วนะเว้ย”

“ไม่ไป! กูไม่ไปโรงพยาบาลเด็ดขาด!” ฮายอนตอบปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน

“ทำไมวะ! ป่วยขนาดนี้แล้วจะดื้อไปทำไม!”

ฮายอนก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ‘ถ้าไปโรงพยาบาล หมอต้องตรวจเจอรอยกัดพันธะของอัลฟ่าอินิกมาแน่ๆ... ข้อมูลในระบบสาธารณสุขจะเชื่อมตรงไปยังฝ่ายความมั่นคง แล้วความลับเรื่องเมื่อคืนก็จะแตก!’

“กูแค่อ่อนเพลีย...” ฮายอนพูดเสียงแผ่ว พลางเอื้อมมือไปล้วงกระเป๋ากางเกง หยิบขวดยาสีชาขนาดเล็กที่ไม่มีฉลากขึ้นมาเปิดฝา “กินยานี่เดี๋ยวก็หาย...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป