บทที่ 1 เมียตัวน้อยที่แสนซน
Red-Eye PUB
เสียงจังหวะดนตรีสไตล์ EDM ที่ดังขึ้นไปทั่วทั้งผับชื่อดัง ทำให้หม่อนไหม อดโยกตัวไปตามจังหวะเพลงเบา ๆ ไม่ได้ในขณะที่เพื่อน ๆ ในกลุ่มต่างพากันพูดคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน พลางยกแก้วเหล้าที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นดื่มจนหมดแก้ว
“ไอ้หม่อนมึงแน่ใจนะ ว่าวันนี้เฮียรามเขาอยู่เคลียร์งานจนถึงเช้าอะ”
เตยหอมที่นั่งข้าง ๆ หม่อนไหมเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง เพราะถ้ารามสูรเกิดกลับมาที่คอนโดฯ ก่อนเวลาที่หม่อนไหมเล่าให้เธอฟัง บอกได้คำเดียวเลยว่า...
เพื่อนของเธอซวยแน่
“แน่ซะยิ่งกว่าแน่ เฮียเป็นคนโทรมาบอกกูเองว่าให้เข้านอนได้เลยไม่ต้องรอ วันนี้เฮียติดงานอาจจะไม่ได้กลับ”
หม่อนไหมบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้กำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคน คนที่เธอกับเตยหอมกำลังพูดถึงอยู่นั่นแหละ
รามสูรยกบรั่นดีขึ้นดื่มอย่างใจเย็น แต่ดวงตาสีดำสนิทกลับลุกวาวอย่างน่ากลัว เมื่อเมียตัวน้อยที่เขาสั่งห้ามไม่ให้เธอออกมาเที่ยวผับอีกเป็นอันขาด กำลังขัดคำสั่งของเขาด้วยการนั่งหัวเราะกับเพื่อนด้วยความสนุกสนาน
วันนี้บริษัทของเขามีปัญหาใหญ่ รถรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวดันเจอปัญหาทั้งเรื่องขนส่งกับเอกสารผิดพลาด เขาเลยต้องรีบเข้าไปจัดการเอง เขาโทรบอกหม่อนไหมว่าอาจจะกลับคอนโดฯ ตอนเช้า แต่พอรื้อเอกสารออกมาตรวจดูทั้งหมด ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ทุกอย่างก็เคลียร์เรียบร้อย
ขณะที่เขากำลังเตรียมตัวกลับคอนโดฯ เพื่อไปอ้อนเมีย เดลกับลุกซ์ ลูกน้องคนสนิทก็โทรมาบอกว่า เมียตัวแสบแอบนัดเพื่อนมาที่ผับประจำของพวกเธอ พอได้ยินคำนี้จากปากลูกน้องกรามคมก็ขบเข้าหากันจนเป็นสัน นัยน์ตาคมสีดำสนิทเหมือนไฟลุกพึ่บ ก่อนจะรีบออกจากบริษัทและตรงมาที่ผับนี้ทันที
“แล้วถ้า...เฮียรามเกิดกลับมาก่อนเวลาที่บอกมึงล่ะ?”
เตยหอมยังไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่าย ๆ เธอยังคงคิดต่อไปว่าถ้ารามสูรเสร็จงานก่อนกำหนดและกลับมาที่คอนโดฯ แล้วไม่เจอเพื่อนของเธอล่ะ? มันจะเกิดอะไรขึ้น
พลันดวงหน้างามที่โดดเด่นไม่แพ้เพื่อนสาวก็ส่ายหน้าไปมา จนผมยาวสลวยส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ด้วยความรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
เตยหอมจำได้แม่นยำว่าหม่อนไหมเคยเล่าให้ฟังว่า ถ้าเธอดื้อกับรามสูรเมื่อไหร่ ถึงเขาจะไม่เคยลงไม้ลงมือกับเธอเลย แต่เขาจะลากเพื่อนของเธอขึ้นเตียงและลงโทษด้วยการกระแทก ปล้นจูบ ลูบไล้ผิวกายด้วยมือใหญ่ และจบลงด้วยท่วงท่าที่แสนเร่าร้อน ซึ่งหม่อนไหมเคยยอมรับกับเธอตรง ๆ แบบแมน ๆ ว่า มันฟินมาก ฟินจนแทบไม่อยากหลับตาเลยทีเดียว
คิดมาถึงตรงนี้ สาวน้อยที่อายุอานามเพียง 19 ปีและยังไม่เคยมีประสบการณ์รัก ๆ ใคร่ ๆ มาก่อนก็พลันหน้าแดงด้วยความรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก
“กลับก็กลับมาสิ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย กูก็แค่หนีมาเที่ยวไม่ได้ดื่มเหล้าหรือออกไปเต้นยั่วเยตัวผู้ที่ไหนสักหน่อย ถ้าเฮียจะลงโทษกูเรื่องที่กูแอบหนีเที่ยว ก็ไร้เหตุผลเกินไปแล้ว”
“ไอ้หม่อน! มึงลืมไปหรือเปล่าว่ามึงกำลังทะ-ท้อง”
หมับ
มือบางยกขึ้นปิดปากเพื่อนแทบไม่ทัน เมื่อความลับที่เธอพยายามปกปิดเอาไว้กำลังจะหลุดออกมา ส่วนเตยหอมที่เผลอหลุดปากพูดด้วยความเป็นห่วงเพื่อนก็รีบงับปากทันที
ท่าทีของสองสาวเพื่อนซี้ทำให้ ธีร์ คินน์ นายน์ และเจย์ ที่กำลังพูดคุยกันอยู่ต่างหันมามองอย่างให้ความสนใจ
“เดี๋ยว ๆ พวกมึงสองคนเป็นเหี้ยไรกัน?”
ธีร์เอ่ยถามสองสาวด้วยความสงสัย ก่อนที่หม่อนไหมจะรีบเอามือที่ปิดปากเตยหอมออกทันที ใบหน้าเนียนสวยของเธอเมื่อเจอแสงไฟพลันแสร้งยิ้มให้กลุ่มเพื่อนรักราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เปล่าสักหน่อย กะ-กูแค่แกล้งไอ้เตยเล่น”
หม่อนไหมตอบเพื่อนด้วยท่าทีลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะหันไปมองเตยหอมที่พูดออกมาโดยไม่เปิดปาก แต่เธอก็จับใจความได้ทันทีว่า...
“แกล้งพ่องมึงสิ”
“พ่อกูตายไปนานแล้วจ้ะ”
คำโต้กลับที่ไร้เสียงของหม่อนไหม ทำให้เตยหอมได้แต่เบะปากด้วยความหมั่นไส้ ก่อนที่สาวสวยจะยกแก้วเหล้าที่อยู่ตรงหน้าขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมดแก้ว
“เฮ้ย เบาได้เบาเว้ยเตย เดี๋ยวก็เมาแอ๋หรอก จำไม่ได้ไงเวลาเมามึงเรื้อนแค่ไหน”
น้ำเสียงหยอกเย้าหลุดออกมาจากริมฝีปากสีไวน์ของชายหนุ่มที่มีใบหน้าคมคายนามว่าคินน์ ทำให้เตยหอมได้แต่เบะปากทำหน้าไร้เดียงสาอย่างไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่เพื่อนเอ่ยแซว
“แต่วันนี้มึงทำตัวแปลก ๆ นะไอ้หม่อน มาเที่ยวผับทั้งทีใครเขานั่งแดกน้ำส้มกัน”
คนที่ดื่มหนักมากกว่าเพื่อน แต่ใบหน้ากลับไม่เปลี่ยนสี แถมยังพูดจาหยอกเย้าเพื่อนได้อย่างไม่สะทกสะท้านอย่างเจย์ เอ่ยถามหม่อนไหมพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วยความขบขัน เมื่อเพื่อนที่เคยเมาหัวราน้ำมาด้วยกัน เอาแต่ดื่มน้ำส้มคั้นซึ่งขัดกับบุคลิกห้าว ๆ แมน ๆ ของอีกฝ่ายไม่น้อย
“เปลี่ยนบรรยากาศไง ดื่มเหล้ามากไปก็ไม่ดี เดี๋ยวโรคตับแข็งจะถามหา กูก็เลยเปลี่ยนมาดื่มน้ำส้มคั้นบ้าง วิตามินซีจะได้เข้าไปแทนที่แอลกอฮอล์ลิซึม”
ในยามที่ตอบกลับเพื่อน สีหน้าของเธอแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด ขณะที่เจย์รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกที่อยู่ ๆ สาวห้าวของกลุ่มหันมาดื่มน้ำส้มคั้นเพราะว่ารักสุขภาพ?
“อืม ก็ถูกของไอ้หม่อนมันนะ ที่ผ่านมากูนึกว่ามันจะแดกแต่เหล้าแทนข้าวซะอีก”
นายน์พูดขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำแก้ตัวข้าง ๆ คู ๆ ของหม่อนไหม ที่คิดหาเหตุผลด้วยความรวดเร็ว เพื่อเอาตัวรอดจากความสงสัยของเพื่อน ๆ ที่พากันจ้องหน้าเธออย่างจับผิด
“อูย~ ปวดฉี่ ๆ พะ-พวกมึง! เดี๋ยวกูมานะ”
ก่อนที่ใครจะทันพูดอะไร หม่อนไหมก็แกล้งบอกว่าปวดฉี่ แล้วรีบจับแขนเตยหอมดึงให้ลุกขึ้นจากโซฟา เธอฉุดเพื่อนออกไปทันที เพราะกลัวจะโดนนักจับผิดอย่างธีร์ซักจนขาวสะอาด เพราะปกติแล้ว น้ำส้มคั้นเป็นเครื่องดื่มที่เธอไม่ชอบเลย บ่อยครั้งที่ไปทานข้าวด้วยกัน เธอมักเลือกน้ำแตงโมปั่นหรือน้ำมะพร้าวปั่นมากกว่าการเลือกน้ำนางเอกในละคร
“แล้วมึงจะลากกูออกมาด้วยทำไมเนี่ย”
เมื่อเดินออกมาไกลพอสมควร เตยหอมก็หันมาถามเพื่อนด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วเวลาที่หม่อนไหมอยากจะเข้าห้องน้ำ ก็มักจะมาคนเดียวเสมอ แต่วันนี้กลับลากเธอมาด้วย จนกระทั่งตอนนี้ทั้งคู่มาหยุดยืนอยู่แถว ๆ ทางเดินซึ่งไกลจากโต๊ะที่พวกเพื่อน ๆ นั่งอยู่พอสมควร
“แล้วกูจะทิ้งมึงไว้ให้ไอ้ธีร์มันซัก จนมึงเผลอหลุดปากพูดออกไปหรือไง!?”
คำพูดนี้ทำให้เตยหอมได้แต่ส่งยิ้มแหย ๆ เพราะในกลุ่มของพวกเธอ ธีร์คือคนที่จับสังเกตเพื่อนเก่งที่สุดและมักจะต้อนเพื่อนด้วยคำพูด จนทำให้จนมุมและเผลอสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือก แต่ก็แปลกที่มีเพียงหม่อนไหมเท่านั้นที่ไม่เคยตกหลุมพรางของธีร์เลย
ผิดกับเธอที่แค่อ้าปาก ลิ้นไก่ก็โผล่ให้อีกฝ่ายจับผิดได้อย่างง่ายดาย
“แล้วหนีผัวมาเที่ยวแบบนี้สนุกมากไหม?”
“มึงก็ถามแปลก ๆ นะเตย ถ้าไม่สนุกกูคงกลับไปนานแล้ว”
แต่ว่า...คำพูดของหม่อนไหม ทำให้เตยหอมได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงง ก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นร่างสูงของรามสูรที่ยืนอยู่ข้างหลังเพื่อนสนิท
อยู่ ๆ เตยหอมก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตอันน่าหวาดหวั่นที่พุ่งเข้ามาสู่ตัวเธอ นัยน์ตาดุดันที่มองมาทำให้รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก!
ในขณะที่คนหนีเที่ยวชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเพื่อนสนิทไม่ได้ขยับปากเลยสักนิด แล้วเจ้าของคำถามที่เธอเพิ่งโพล่งตอบออกไปเป็นใครกัน?
คิดมาถึงตรงนี้ ความรู้สึกหวาดกลัวก็ทำให้แผ่นหลังบางมีเหงื่อซึมออกมาบาง ๆ ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ หันหน้าไปมองด้านหลัง ตามสายตาของเตยหอมที่จ้องมองผู้มาใหม่ตาไม่กะพริบ
“ฮะ เฮียราม” เสียงที่เปล่งออกไปราวกับเสียงกระซิบ หัวใจดวงน้อยพลันเต้นรัวอย่างหวาดหวั่น เมื่อกำลังเผชิญหน้ากับโทสะอันน่าตกใจของเขา
นัยน์ตาสีดำสนิทสงบนิ่ง ที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธกำลังจ้องมองมาทางเธอเขม็ง “อ้อ ยังดีนะที่จำชื่อผัวได้ นึกว่าจะลืมไปแล้วซะอีก เพราะขนาดผัวคนนี้ย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามหนีออกมาเที่ยว แต่เมียคนดีของผัวก็ยังจะลืม”
ชายหนุ่มหรี่ตาลงขณะพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบยิ่งกว่าสายลมในคืนเดือนแรม ท่าทางเยือกเย็นดูแข็งกระด้าง ดวงตาสีดำสนิทที่มองเธอเป็นประกายวาวโรจน์อย่างน่ากลัว
“คะ-คือ คือว่า”
“หนูหม่อนอยากเปลี่ยนสถานที่ก็ไม่บอก จะว่าไป...ข้างนอกนี่ก็น่าตื่นเต้นดีนะ”
เตยหอมอ้าปากค้างจนกรามแทบค้างไปแล้ว ในขณะที่หม่อนไหมค่อย ๆ ถอยหลังเพื่อเตรียมจะเผ่นหนีไปจากตรงนี้ แต่ช้ากว่าคนพี่ที่รู้ทันทุกเสี้ยวความคิดของเธอ
มือใหญ่ยื่นออกมากระชากร่างบอบบางอันหอมกรุ่นเข้ามาแนบชิด ก่อนจะก้มลงจูบปิดปากอวบอิ่มที่เตรียมจะร้องกรี๊ดเอาไว้ทันที
ปลายลิ้นร้อนสอดผ่านริมฝีปากอวบอิ่ม เข้าไปพันเกี่ยวลิ้นเล็กอย่างไม่เกรงใจ มือหนาเคล้นคลึงสะโพกมนเบา ๆ อุณหภูมิร้อนผ่าวของเขา แทบจะทำให้คนที่หลงใหลไปกับสัมผัสอันน่าคุ้นเคยหลอมละลาย
เตยหอมมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ใบหน้าเนียนสวยของสาวน้อย ที่ไร้ซึ่งประสบการณ์ความรักแดงก่ำด้วยความเขินอาย เรียวขาที่เคยวิ่งหนีคู่อริด้วยความรวดเร็วพลันขยับไม่ไปก้าวไม่ออกอย่างไม่รู้สาเหตุ
จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ
ริมฝีปากร้อนของรามสูร ยังคงเชยชิมรสหวานจากปากของหม่อนไหมอยู่นาน เขายึดปากเธอไว้เหมือนกำลังลงโทษและตักตวง ก่อนจะยกคนตัวเล็กกว่าขึ้นในอ้อมกอด อารมณ์ที่ขุ่นมัวเมื่อครู่คลี่คลายลงทันที ความโกรธที่เก็บไว้นานเริ่มสลายไปครึ่งหนึ่ง เพียงแค่ได้สัมผัสกลีบปากนุ่มนิ่มนี้อย่างแสนรัก
“เฮียขออนุญาตพาเมียไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”
รามสูรเงยหน้าขึ้นบอกสาวน้อยแก้มแดงด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนที่เขาจะอุ้มหม่อนไหมซึ่งตัวอ่อนไปแล้วเดินจากไป
ลับหลังคนทั้งคู่ แข้งขาของเตยหอมก็พลันอ่อนแรง ทรุดฮวบนั่งลงบนพื้นทางเดิน แล้วยกมือขึ้นมาจับที่ตำแหน่งของหัวใจ ซึ่งกำลังเต้นแรงด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย
มันทั้งตื่นเต้น ตกใจระคนหวาดกลัว มันปะปนกันไปหมด จนแยกไม่ออกแล้วว่าตอนนี้เธอกำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่
