บทที่ 2 สัมผัสที่เร่าร้อนในค่ำคืนวาบหวาม NC18++

ปัง!!

เสียงปิดประตูห้องน้ำทำให้หม่อนไหมเบิกตากว้าง ก่อนจะรวบรวมสติได้อย่างรวดเร็ว ร่างกายเกร็งจากความตื่นเต้น ริมฝีปากสีพีชเม้มแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่สายตาของรามสูรจับจ้องดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความกลัวและความใสซื่อ พร้อมกับมือทั้งสองที่โอบเอวบางอย่างซุกซน

“อยากเปลี่ยนบรรยากาศ มาลองในห้องน้ำแคบ ๆ แบบนี้ก็ไม่บอก เฮียจะได้พาหนูหม่อนมาที่นี่ด้วยตัวเอง หนูจะได้ไม่ต้องแอบหนีเฮียมาแบบนี้”

เสียงทุ้มต่ำที่ดังติดริมหู ผสมผสานกับเสียงหอบหายใจของเขา ทำให้ใบหน้างดงามแดงจัด หัวใจเต้นระรัวด้วยความเขินอาย จนต้องแสร้งพูดออกไป แม้น้ำเสียงจะสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่แล้วก็ตาม

“คะ-ใครจะไปอยากเปลี่ยนบรรยากาศกันล่ะ หม่อนแค่ออกมานั่งเล่นกับเพื่อนเฉย ๆ อีกอย่าง หม่อนไม่ได้ดื่มเหล้าสักหน่อย หม่อนรู้ตัวดี ว่าไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว”

ยามพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอกับเขาต้องมาพัวพันกัน จนค่อย ๆ ก่อเกิดเป็นความรู้สึกบางอย่าง พวงแก้มเนียนที่แดงอยู่แล้ว ก็พลันแดงวาบขึ้นมาทันตาเห็น ซึ่งอันที่จริงแล้ว หม่อนไหมไม่ใช่สาวน้อยเรียบร้อยที่ขี้อายอะไรนัก แต่พออยู่ต่อหน้าคนพี่ สติของเธอกลับเตลิดเปิดเปิงอยู่ร่ำไป

"ก็เพราะไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วไง เฮียถึงห่วง ห่วงทั้งแม่ ห่วงทั้งลูกของเรา ถ้าหม่อนไปเที่ยวแล้วดันไปเจอกับอริที่ไม่ชอบหม่อน แล้วเกิดมีเรื่องขึ้นมา ถ้าหม่อนกับลูกเป็นอะไรไป เฮียจะอยู่ยังไง?"

น้ำเสียงของเขาแหบห้าว ทุ้มต่ำ แต่แฝงความอ่อนโยน ราวกับธารน้ำไหลผ่านห้องหัวใจ ทำให้อารมณ์ของคนท้องเกือบจะพังทลาย ลึกลงไปกว่านั้น กายของเธอสั่นสะท้านเหมือนกำลังกระหายอะไรบางอย่าง จึงต้องแสร้งหลุบตาลงต่ำ เพราะสายตาร้อนแรงดั่งไฟของเขาเมื่อวาน ยังคงตามมาหลอกหลอน และตอนนี้สายตาของเขาก็มองเธอเหมือนกับเมื่อวานไม่มีผิด

“ขอโทษค่ะที่ลืมคิดถึงข้อนี้ไป หม่อนมัวแต่คิดถึงความรู้สึกของตัวเอง ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของเฮียเลย”

นานเกือบหนึ่งนาที หม่อนไหมค่อย ๆ เอ่ยคำขอโทษออกมา ด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามาในใจ เมื่อเธอเอาแต่คิดถึงความรู้สึกของตัวเอง ที่ไม่ได้ออกมาเที่ยวเป็นเวลานาน โดยไม่เคยคิดถึงความห่วงใยของคนพี่ที่มีต่อเธอกับลูก

แม้เด็กในท้องจะเกิดจากความผิดพลาดของเธอและเขา แต่หม่อนไหมก็ไม่อยากเสียลูกไป เพราะความสะเพร่าและความเอาแต่ใจของตัวเอง

“หึ แค่คำขอโทษคงยังไม่พอ เมียเฮียดื้อขนาดนี้ ต้องถูกทำโทษหนัก ๆ หม่อนจะได้จำให้ขึ้นใจว่า ถ้าคราวหน้าแอบหนีมาเที่ยวอีก เฮียจะได้สั่งปิดผับและพาหม่อนทัวร์ทุกซอกทุกมุมของผับให้หนำใจไปเลย”

เมื่อประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของคนตัวสูง ในใจของหม่อนไหมก็พลันมีความคิดแผลง ๆ ขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

จากประสบการณ์ที่เธอใช้ชีวิตอยู่กับเขามาเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน ทำให้รู้ว่าคนอย่างรามสูรพูดจริงทำจริงแน่ ไม่เคยมีคำล้อเล่นแม้แต่คำเดียว สมกับที่เป็นหัวหน้าแก๊งของพวกไอ้วัตร คู่อริต่างมหา’ลัยของเธอ

แต่เขาจะกล้าสั่งปิดผับจริง ๆ เหรอ? ในเมื่อเขาเป็นแค่ผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ไม่ได้มีอำนาจอะไรเลย เพราะเท่าที่เธอรู้จักเขา ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว และตอนนี้ก็เปิดร้านจำหน่ายอะไหล่รถมอเตอร์ไซค์จำพวกฮาร์ลีย์และบิ๊กไบก์ซึ่งเธอก็ยังไม่เคยเห็นหรอก รู้แค่ว่าเขาจ้างพวกไอ้วัตร คู่อริของเธอให้ดูแลร้านให้ แต่ถ้าวันไหนที่ร้านมีปัญหา เขาก็จะเข้าไปดูร้านด้วยตัวเอง อย่างเช่นวันนี้ที่ร้านมีปัญหา และเขาเข้าไปเคลียร์ก่อนมาตามเธอที่หนีเที่ยวนี่ไง

หึ ก็แค่ขู่ให้เธอกลัวสินะ คนอย่างหม่อนไหมไม่กลัวว่าเขาจะพาเธอทัวร์ร้านจริง ๆ หรอก

เมื่อคิดไปเองคนเดียวอย่างสบายใจ ใบหน้าสวยก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มที่ดูดื้อดึงนั่น ทำให้มุมปากหยักกระตุกเล็กน้อย เพราะรู้ทันความคิดของคนเด็กกว่า

แม่สาวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของเขากำลังมีความคิดว่าจะกระตุกหนวดเสือ รอให้ถึงวันที่เธอกล้าลองดีกับเขาก่อนเถอะ วันนั้นเขาจะพาเธอทัวร์ทุกซอกทุกมุมในร้านตามที่ได้ลั่นวาจาออกไปอย่างแน่นอน

“ไม่ทำโทษไม่ได้เหรอคะ เมื่อคืนก็ เอ่อ ทั้งคืนแล้ว”

“เมื่อคืนก็ส่วนเมื่อคืน คืนนี้ก็ส่วนคืนนี้”

รามสูรโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหูขาวอย่างสุขใจ พลางใช้ลิ้นอุ่น ๆ เลียใบหูแดงก่ำของเธออย่างหยอกล้อ ทำเอาคนท้องขนลุกซู่อย่างห้ามไม่อยู่ แต่กว่าจะรู้ตัว ริมฝีปากหยักก็เลื่อนมาประกบปากเธออย่างรวดเร็วและกลืนกินเธออย่างบ้าคลั่งแล้ว!

ปลายลิ้นของรามสูรหยอกเย้าความนุ่มละมุนของอีกฝ่ายอย่างร้อนแรง ขณะที่มือเล็กยกขึ้นลูบอกแกร่งอย่างไร้เดียงสา กลายเป็นเชื้อไฟที่เติมความเร่าร้อนให้ยิ่งลุกโชน ริมฝีปากจิ้มลิ้มถูกรุกเร้าอีกครั้งและอีกครั้งไม่มีที่สิ้นสุด

ในความพร่าเลือน หม่อนไหมสัมผัสได้ว่ามือใหญ่แสนซุกซน กำลังเลื่อนต่ำลงจนถึงเรียวขาเสลา แล้วไม่นานก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่อุ่นจัดแนบชิดเข้ามาผ่านเนื้อผ้า

“อืม หนูหม่อนจ๋าตัวหอมเหลือเกินคนดี”

ยามนี้สมองของรามสูรพลันขาวโพลน เขารับรู้เพียงกลิ่นหอมกรุ่นที่มอมเมาอยู่ในอ้อมกอด และสัมผัสอ่อนโยนที่ลูบไล้ไปทั่วอย่างสะเปะสะปะ ดุจคำเชื้อเชิญอันแสนอันตราย หน้าอกอวบอิ่มบดเบียดแนบชิดแผงอกกว้างของเขาอย่างลืมตัว แม้จะมีเนื้อผ้ากั้นขวาง แต่รามสูรก็ยังรู้สึกได้ถึงความนุ่มละไม และความอวบอิ่มสมบูรณ์ของเรือนร่างที่อีกไม่นาน จะกลายเป็นคุณแม่ของลูกเขาในอีกหกเดือนข้างหน้า

ใบหน้าหล่อเหลาค่อย ๆ จูบขบเม้มซอกคอหอมกรุ่นอย่างแผ่วเบา พร้อมกับละเลียดผิวขาวเนียนอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากร้อนผ่าวเลื่อนลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงแอ่งชีพจรอันบอบบางและประทับลงบนยอดอกนุ่มนิ่ม

“อ๊า~ เฮียราม อึก”

เสียงครางอย่างเย้ายวน ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่ม ยิ่งปลุกเร้าความปรารถนาของรามสูรให้กระสันใคร่ในอารมณ์มากยิ่งขึ้น

สัมผัสร้อนผ่าวจากคนพี่ ทำให้คนเด็กกว่าตัวอ่อนปวกเปียก ราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ แก้มขาวซบลงบนอกหนั่นกล้าม แต่คนโดนซบกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

มือใหญ่ยกสะโพกกลมกลึงขึ้น ดึงเข้าหาความแข็งร้อนที่ตึงคัดจนเจ็บราวเหล็กผะผ่าว แผ่นหลังบอบบางแนบชิดไปกับผนังห้องน้ำด้านหนึ่ง รสสัมผัสแสนหวานนี้ ทำให้คนที่กำลังลุ่มหลงถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ

แม้จะเคยแนบชิดกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่หม่อนไหมก็ยังไม่ชินกับขนาดอันใหญ่โตของเขาได้เลยสักครั้ง

มือหนาเลิกเสื้อที่เธอใส่ขึ้น ริมฝีปากสีไวน์ก็รับหน้าที่ต่อ ดูดดุนยอดทรวงอกนุ่มไม่ยอมปล่อย พลางขบเม้มอย่างช้า ๆ ให้เธอรู้สึกทรมาน ส่วนมือใหญ่คู่นั้นก็ลูบไล้ไปทั่วผิวกายลื่นมือใต้เสื้อผ้าที่สวมใส่ ทุกอณูที่สัมผัส ล้วนจุดไฟปรารถนาของหม่อนไหมให้ลุกโชนอย่างรวดเร็ว

คนตัวเล็กยอมรับกับตัวเองอย่างแมน ๆ เลยว่า รามสูรคือผู้ชายที่มีเสน่ห์มาก ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหล่อเหลาที่เธอกำลังจ้องมองอย่างลุ่มหลงด้วยอารมณ์ปรารถนา หรือจะเป็นลีลารักที่เร่าร้อนจนทำให้เธอคล้อยตามอย่างง่ายดาย

“อ๊า~ เฮีย ตะ-ตรงนั้นมัน อึก”

ในขณะที่กำลังมึนงง จนไม่มีสติไปขบคิดสิ่งใด เธอก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองถูกจับลอกคราบ เสื้อผ้าถูกถอดออกจนหมด ไม่มีหลงเหลือปกปิดผิวกายสักชิ้น แม้แต่ชุดชั้นในก็ยังหลุดติดมือคนพี่ไปอย่างง่ายดาย

คนตัวสูงยอบกายลง ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนต่ำลงมาจนถึงเนินเนื้ออวบนูนเกลี้ยงเกลา ปากหยักขมเม้มมันเบา ๆ อย่างต้องการหยอกล้อ จนคนน้องรู้สึกเบาโหวง สั่นระริกไปทั้งกาย แม้แต่ลมหายใจก็ดูเหมือนจะขาดห้วง เมื่อจุดอันตรายถูกรุกล้ำด้วยปลายลิ้นร้อน ที่ตอนนี้กำลังไล้เลียกลีบกุหลาบฉ่ำเยิ้มของเธออย่างแผ่วเบา

เป็นอีกครั้งที่มือใหญ่ยกสะโพกกลมกลึงขึ้นสูง และขยับลิ้นแทรกเข้าหาร่องรักสีหวานให้ลึกมากกว่าเดิม การเสียดสีอย่างแผ่วเบา จุดประกายความรู้สึกวาบหวิวและไอร้อนขึ้นมา จนคนโดนกระทำอดทนไม่ไหวอีกต่อไป มือเล็กได้แต่ยกขึ้นขยำผมนุ่มของคนแก่กว่า พลันแอ่นกายเข้าหาลิ้นร้อนผ่าวด้วยความลืมตัว

“อึก เฮียรามขา หนูหม่อน สะ-เสียว อื้อ~”

เสียงหวานครวญครางไม่ขาดสาย ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน หม่อนไหมยังคงรู้สึกเขินอายทุกครั้งที่รามสูรแตะต้องบนจุดอ่อนไหว ทว่าไม่เคยเอ่ยปากห้ามเขาสักครั้ง เพราะเหนือความเขินอาย คือแรงปรารถนาอันร้อนแรงที่ถาโถมใส่เธอราวขุนเขาถล่มทะเลลึก

และเมื่อประสาทสัมผัสทั้งมวลถูกผลักดันสู่ขีดสุด ร่างกายขาวเนียนก็เกร็งกระตุกอย่างแรง พร้อมกับปลดปล่อยหยาดรักออกมาด้วยความสุขสม

จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ

เสียงดูดเลียน้ำหวานที่ดังขึ้น ทำให้ดวงหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเขินอาย ในใจพลันเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เมื่อคิดได้ว่าตอนนี้เธอกับเขากำลังจะมีเซ็กซ์กันในห้องน้ำ

แล้วถ้าเกิดว่ามีใครมาเห็นเข้าล่ะ?

ขณะที่ความคิดวิตกกังวล เริ่มแทรกเข้ามาแทนที่ความเสียวซ่านที่เพิ่งสิ้นสุด เสียงครางหวานหูก็ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมา ยามถูกร่างสูงกระแทกเข้ามาในกายอ่อนนุ่มของเธอจนสุดลำ

“อ๊า~ หนูหม่อนจ๋าแน่นเหลือเกินเด็กดี”

การโอบรัดอย่างแนบแน่นของกุหลาบดอกงาม ทำให้รามสูรพึมพำเสียงแหบพร่า พลันเคลื่อนริมฝีปากจูบประทับลำคอเนียนสวยอย่างแผ่วเบาไปด้วย

และเมื่อถูกชักนำด้วยสัมผัสอันเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน หญิงสาวก็ยกมือโอบคอเขาไว้อย่างหลงใหล พลางลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลานั้นด้วยความอ่อนโยน

รามสูรใช้ริมฝีปากถูไถกลีบปากบางเบา ๆ เพื่อให้เธอเผยอริมฝีปากออก ก่อนที่ริมฝีปากกับลิ้นของเขาและคนเด็กกว่าจะเกี่ยวกระหวัดรัดกัน คนตัวโตพัวพันอยู่กับลิ้นเล็กไม่ห่าง ทั้งยังดูดดื่มลิ้มชิมรสชาติอันหอมหวานราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า และลุ่มหลงมัวเมาไปกับมันอย่างล้ำลึก

ปึก ปึก ปึก

กายสูงเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเสมอ ด้วยเกรงว่าหากออกแรงมากเกินไป จะทำให้กระทบกระเทือนถึงเจ้าตัวเล็ก ที่กำลังหลับสบายอยู่ในท้องแม่

แรงกระแทกกระทั้นที่ส่งไปดูเหมือนจะอ่อนโยน แต่บางจังหวะเขาก็เผลอตอกอัดเข้าไปอย่างรุนแรงจนสุดลำ เรียกเสียงครางหวานหูที่พยายามกลั้นเอาไว้ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับความเสียวซ่านที่กำลังแล่นพล่านไปทั่วร่าง

“อ่า หนูหม่อนตื่นเต้นเหรอคะ ตอดเฮียแรงเชียว?”

รามสูรอดเอ่ยแซวเมียตัวน้อยไม่ได้ เมื่อเห็นใบหน้าเนียนสวยของเธอแดงก่ำ เพราะพิษรักลามเลียไปทั่วร่างบอบบางที่ขาวผ่องราวกับหิมะ ส่วนหม่อนไหม เมื่อถูกคนพี่จับได้ว่าเธอกำลังตื่นเต้น ก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธจนเส้นผมปลิวกระจาย ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนเตะจมูกเขาอย่างไม่รู้ตัว

ผู้หญิงคนนี้ตัวหอม ผมหอม หอมไปหมดทุกส่วน จนเขาอดกลั้นไม่ไหวทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอ

ปึก ปึก ปึก

เสียงกระแทกยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มไปทั่วทั้งร่างกายบอบบาง ไม่ต่างกับสายฝนที่โปรยปรายลงมายามวสันต์ฤดู หม่อนไหมกอดลำคอแกร่งไว้แน่น พลางพริ้มตาลง ลมหายใจอันอบอุ่นและหอมกรุ่นของสาวน้อยรินรดต้นคอของรามสูรเบา ๆ ชวนสยิวไม่น้อย

“อ๊า~ เฮียขา นะ-หนูหม่อนจะไม่ไหวแล้ว อื้อ!”

เสียงหวานเอ่ยบอกคนที่กำลังไสกายเข้าหา และโยกอัดความแข็งแกร่งเข้าใส่ระรัว สัมผัสจากแท่งร้อนบดขยี้จุดกระสันของเธอย้ำ ๆ จนทำให้เรียวขาสวยสั่นระริกแทบยืนไม่อยู่ หากไม่มีมือใหญ่คอยตระกองกอดกันไว้คงล้มไปกองกับพื้นแล้ว

ใบหน้าหล่อเหลาในยามนี้กำลังซุกซบลงบนเต้าอวบคู่งามราวกับเด็กหิวนมมารดา ทั้งยังขยันดูดเลียยอดอกอวบของเธอด้วยความรู้สึกกระหาย

“อ๊า หนูหม่อนจ๋า~ พร้อมกันค่ะคนดี”

สะโพกแกร่งเคลื่อนไหวรัวแรง เน้นตอกอัดเข้าใส่ย้ำ ๆ จนร่างเล็กสั่นสะท้านไปทั่ว ความสุขที่เคยสัมผัสซ้ำแล้วซ้ำเล่าถาโถมเข้ามาเหมือนเกลียวคลื่นบ้าคลั่ง แต่คนตัวสูงก็ไม่ปล่อยให้คนเด็กกว่าได้หยุดพัก เขาทั้งรุกเร้าและบดขยี้อย่างหนักหน่วง จนในที่สุดร่างบอบบางก็เกร็งกระตุกอย่างรุนแรง

“อ๊าย! สะ-เสร็จ เสร็จแล้ว อึก”

หม่อนไหมกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่นอย่างลืมตัว ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้ยินเสียงร้องคำรามรุนแรงของรามสูรเช่นกัน ก่อนที่ร่างสูงจะเกร็งกระตุกและปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นเข้ามาในกายเธอจนหมดทุกหยาดหยด

เมื่อลมหายใจของทั้งคู่เริ่มกลับมาเป็นปกติ หม่อนไหมก็เอนกายพิงหน้าอกแกร่งอย่างไร้เรี่ยวแรง โดยมีเขาคอยช่วยจัดเสื้อผ้าของเธอให้เรียบร้อย พลังตวัดแขนอุ้มเธอเข้าสู่อ้อมกอด

“ดึกแล้ว ได้เวลานอนแล้วค่ะคุณแม่”

เสียงทุ้มเอ่ยบอกแผ่วเบา แต่กลับอ่อนโยนในความรู้สึกของหม่อนไหมเหลือเกิน ว่าที่คุณแม่จึงค่อย ๆ หลับตาลงช้า ๆ ก่อนที่ความอ่อนเพลียจะพาเธอดำดิ่งและจมสู่ห้วงนิทราแสนหวานในที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป